ความท้าทาย
ในปี 2003 Splunk ก่อตั้งขึ้นในซานฟรานซิสโกเพื่อช่วยให้ลูกค้าลดความซับซ้อนของงานรวบรวมและจัดการข้อมูลจำนวนมาก หลังจากความสำเร็จในช่วงแรก บริษัทก็ได้ขยายธุรกิจ แต่เมื่อเติบโตขึ้น ทีมการเงินและไอทีก็ต้องรับภาระหนักและประสบปัญหาในการขยายการดำเนินงาน ส่วนหนึ่งของปัญหาคือแพลตฟอร์มการชำระเงินของ Splunk ที่ต้องมีการปรับแต่งมากเกินไป มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และความไม่สะดวกในการเปลี่ยนเส้นทางลูกค้าไปยังผู้ให้บริการระบบชำระเงินภายนอก ปัญหาที่ซับซ้อนขึ้นคือ งานที่ทำด้วยตนเองเช่นขั้นตอนการคืนเงินนั้นไม่มีประสิทธิภาพและมักทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการกระทบยอด การต่ออายุอัตโนมัติสำหรับลูกค้าก็ต้องทำด้วยตนเองเช่นกัน ซึ่งทำให้เกิดงานเพิ่มเติมสำหรับทีมขายและอาจทำให้บริษัทเสียโอกาส
ในปี 2019 Splunk กำลังย้ายไปใช้แพลตฟอร์มการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) ใหม่บนระบบคลาวด์ ในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ Splunk ตัดสินใจยกเครื่องระบบประมวลผลการชำระเงินของตนเองใหม่
"เราเลือกใช้ SAP S/4HANA เป็น ERP ใหม่ของเรา และต้องการโซลูชันการประมวลผลการชำระเงินดิจิทัลที่จะผสานการทำงานเข้ากับระบบดังกล่าวได้" Vinit Vishal หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมการเงินของ Splunk กล่าว
โซลูชัน
Splunk ตัดสินใจรวบรวมโซลูชันการประมวลผลการชำระเงินโดยใช้ Stripe Payments และแอป Stripe for SAP Digital Payments บริษัทเล็งเห็นถึงความสามารถในการขยาย ชื่อเสียงที่แข็งแกร่ง และการผสานการทำงานร่วมกับ SAP ของ Stripe นอกจากนี้ยังมีประโยชน์เพิ่มเติมคือลูกค้าจำนวนมากของบริษัทใช้งาน Stripe อยู่แล้ว จึงทำให้เป็นโซลูชันที่น่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม Splunk ไม่ได้เพียงแค่มองหาการจัดซื้อโซลูชันจากผู้จำหน่ายเท่านั้น แต่ยังต้องการเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับ Stripe และ SAP เพื่อปรับแพลตฟอร์มให้เหมาะสมที่สุด
Splunk ผสานการทำงานระบบ SAP S/4HANA ใหม่เข้ากับ Stripe โดยใช้แอป Stripe for SAP Digital Payments Add-On (DPA) แอป Stripe for SAP DPA ช่วยให้ Splunk มีฟังก์ชันการทำงานที่ต้องการมากมายที่เริ่มใช้งานได้ทันที และรองรับแนวทางที่ง่ายดายในการเพิ่มฟังก์ชันเพิ่มเติม โดย Splunk, Stripe และ SAP ทำงานร่วมกันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะทางของ Splunk ซึ่งรวมถึงการผสานการทำงานระบบที่ราบรื่นและการทำงานแบบอัตโนมัติ
"เราทำงานร่วมกับ Stripe เพื่อค้นหาข้อบกพร่อง ช่องว่าง และฟีเจอร์ที่จะเพิ่มเข้าไป" Vishal กล่าว
ความร่วมมือดังกล่าวส่งผลให้เกิดการสร้างพอร์ทัลออนไลน์ที่ช่วยให้ลูกค้าของ Splunk สามารถป้อนข้อมูลบัตรเครดิต ซึ่งจากนั้นจะแปลงเป็นโทเค็นโดย Stripe แต่จะไม่ปรากฏในระบบของ Splunk โดยตรง
ปัจจุบันนี้ Splunk ใช้ Stripe API เพื่อดึงข้อมูลสำคัญไปยังบัญชีแยกประเภททั่วไปพิเศษใน SAP โดยอัตโนมัติ อีกทั้งบริษัทยังได้ปรับให้การประมวลผลการคืนเงินกลายเป็นระบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดการทำงานด้วยตนเองลงได้มาก
ผลลัพธ์
ด้วยการรวบรวมโซลูชันเข้ากับ Stripe ทำให้ Splunk ลดความซับซ้อนในการประมวลผลการชำระเงินและสามารถผสานการทำงานเข้ากับ ERP ใหม่โดยตรงได้แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้คือแพลตฟอร์มการประมวลผลการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพซึ่งจะขยายไปพร้อมกับการเติบโตของ Splunk
นักพัฒนาซอฟต์แวร์ลดระยะเวลาการพัฒนาลงได้ถึง 75%
การผสานการทำงานของ Stripe เข้ากับ SAP ทำให้ Splunk ได้รับความเร็ว ความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องของข้อมูลที่ดีขึ้น ซึ่งช่วยประหยัดเวลาของทีมไอทีได้อย่างมาก "เราฝัง Stripe ไว้ในพอร์ทัล Splunk ของเรา และลดระยะเวลาการพัฒนาที่ออกแบบเองสำหรับการผสานการทำงานของระบบบัตรเครดิตลงได้ถึง 75%เนื่องจากโซลูชันนี้สามารถใช้งานได้ทันทีเกือบทั้งหมดและอาศัยการปรับแต่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น" Vishal กล่าว "การฝังหน้าชำระเงินไว้ภายในเว็บไซต์ของเรา ยังช่วยให้สภาพแวดล้อมการทำงานเป็นหนึ่งเดียวกันและยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดียิ่งขึ้น"
ทีมไอทีเพิ่มประสิทธิภาพด้วยโซลูชันที่ผสานรวมเป็นหนึ่ง
การใช้ประโยชน์จาก Stripe API โดยตรงจาก SAP ช่วยให้ Splunk เร่งกระบวนการพัฒนาและปรับแต่งได้ "ด้วยการอนุญาตให้เข้าถึง Stripe API ผ่านทาง SAP จึงทำให้ Stripe เพิ่มขีดความสามารถและปรับแต่งโซลูชันของเราได้อย่างง่ายดาย" Vishal กล่าว
ลดความซับซ้อนในการดำเนินงานและเพิ่มความแม่นยำ
ระบบอัตโนมัติที่ Stripe มอบให้ช่วยประหยัดเวลาและลดข้อผิดพลาดในหลายทีม รวมถึงฝ่ายบริการลูกค้า การเงิน ไอที และฝ่ายขาย ตัวอย่างเช่น การทำให้กระบวนการคืนเงินผ่านบัตรเครดิตกลายเป็นระบบอัตโนมัติ ช่วยให้การดำเนินงานของทีมการเงินง่ายขึ้น
"เราสามารถลดการพึ่งพาทีมงานในขั้นตอนที่ต้องทำด้วยตนเองลงได้" Vishal กล่าว
นอกจากนี้ Stripe ยังช่วยให้นักพัฒนาของ Splunk ทำให้ขั้นตอนการดึงข้อมูลสำคัญไปยังบัญชีแยกประเภททั่วไปแบบพิเศษใน SAP ให้เป็นระบบอัตโนมัติได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความถูกต้องและการตรงต่อเวลาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
Stripe ช่วยเราขยายองค์กร สนับสนุนพนักงาน และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า