ปัญหา
Huntr เริ่มต้นขึ้นจากการเป็นโปรเจกต์ในงานแฮ็กกาธอนเมื่อปี 2018 โดย Rennie Haylock ซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงเครื่องมือฟรีที่ช่วยให้ผู้หางานสามารถติดตามและบริหารจัดการการหางานของตนเองได้ด้วยการรวบรวมข้อมูลการสมัครงาน วันครบกำหนด และรายชื่อผู้ติดต่อไว้ในที่เดียว เพื่อให้เห็นภาพรวมของการหางานที่ชัดเจนและนำไปดำเนินการต่อได้ง่ายขึ้น เมื่อเครื่องมือนี้เริ่มได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วโลก Haylock จึงตระหนักว่าสิ่งนี้สามารถต่อยอดเป็นรากฐานของธุรกิจใหม่ที่เน้นการนำเสนอโซลูชันดิจิทัลสำหรับผู้หางานและองค์กรที่คอยให้ความช่วยเหลือ เช่น สถาบันสอนเขียนโค้ด โครงการฝึกอบรมวิชาชีพ และศูนย์แนะแนวอาชีพของมหาวิทยาลัย
ตั้งแต่ปี 2018 Huntr เติบโตขึ้นจนมีพนักงาน 6 คนและเริ่มพัฒนาฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น เครื่องมือสร้างเรซูเม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI, เครื่องมือเตรียมสัมภาษณ์ และความสามารถในการจับคู่งาน ทีมงานตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าจำเป็นต้องมีวิธีสร้างรายได้จากชุดโซลูชันเหล่านี้โดยไม่ต้องเสียเวลาสร้างความสามารถในการเรียกเก็บเงินตั้งแต่เริ่มต้น
สำหรับเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อผู้หางานรายบุคคล Huntr ต้องการโซลูชันการจัดการชำระเงินตามรอบบิลที่มีความยืดหยุ่น เพื่อให้พวกเขาสามารถทดลองใช้ค่าบริการในระดับต่างๆ รวมถึงเสนอส่วนลดและคูปองได้ ในขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนจะพัฒนาระบบค่าบริการแบบกำหนดเองสำหรับลูกค้ากลุ่ม B2B และต้องการโซลูชันการออกใบแจ้งหนี้ที่ยืดหยุ่นซึ่งสามารถรองรับฐานลูกค้าทั่วโลกได้ ตัวอย่างเช่น ประเทศอย่างอินเดียและโปรตุเกสมีข้อกำหนดเฉพาะที่ซับซ้อนในด้านการออกใบแจ้งหนี้และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ซึ่งจะเป็นเรื่องยากสำหรับ Huntr หากต้องติดตามและจัดการด้วยตนเอง
"เราต้องการความยืดหยุ่นและการทดลองอย่างมากเพื่อค้นหาความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์กับตลาดและขยายฐานการสมัครใช้บริการให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายของเรา ในฐานะบริษัทที่สร้างด้วยเงินทุนของตัวเอง เราจึงจำเป็นต้องบริหารจัดการทุกอย่างให้มีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน" Sam Wright หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการและการเป็นพาร์ทเนอร์ของ Huntr กล่าว
เมื่อมองในระยะยาว Huntr ยังต้องการมั่นใจว่าบริษัทได้ร่วมงานกับพาร์ทเนอร์ด้านการชำระเงินและการเรียกเก็บเงินที่สามารถช่วยบริษัทขยายธุรกิจได้ โดยมีการนำเสนอเครื่องมือทางการเงินที่ทันสมัยอย่างหลากหลาย ซึ่ง Huntr สามารถเลือกใช้ได้ตามต้องการเมื่อเผชิญกับโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ในด้านการเรียกเก็บเงินหรือการชำระเงิน
โซลูชัน
Huntr ได้เปิดตัวธุรกิจสมัครใช้บริการแบบชำระเงินบน Stripe โดยเลือกใช้ Stripe Billing และ Stripe Invoicing เพื่อเปิดใช้งานรูปแบบการสมัครใช้บริการสำหรับกลุ่มลูกค้า B2C และ B2B ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมาเอง
Stripe Billing ช่วยให้ทีมของ Huntr สามารถทดลองใช้การสมัครใช้บริการระดับใหม่ๆ และส่วนลดต่างๆ ได้ทันที บริษัทได้ทดสอบแพ็กเกจค่าบริการแบบหลายระดับมาแล้วหลายรูปแบบ ก่อนจะพบจุดที่ผลิตภัณฑ์ลงตัวกับตลาดด้วยรูปแบบฟรีเมียมในปัจจุบัน นอกจากนี้ Huntr ยังใช้ Billing เพื่อเปิดตัว บริหารจัดการ และขยายโปรแกรมรหัสคูปองแบบกำหนดเองสำหรับพาร์ทเนอร์แอฟฟิลิเอตได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถจัดโปรโมชันเพื่อกระตุ้นการใช้งานของผู้ใช้ได้
นอกจาก Billing แล้ว Huntr ยังผสานการทำงาน Stripe Invoicing เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่ม B2B ทั่วโลกอีกด้วย Stripe Invoicing ช่วยให้การปรับแต่งใบแจ้งหนี้ตามรายประเทศหรือรายลูกค้านั้นกลายเป็นเรื่องง่าย เพื่อให้มั่นใจว่าเอกสารเป็นไปตามข้อกำหนดเฉพาะ เช่น เลขทะเบียนใบอนุญาตที่จำเป็นและรูปแบบการจัดวางในท้องถิ่น ทั้งนี้ API ของ Stripe ช่วยให้ Huntr ผสานการทำงาน Invoicing เข้ากับเครื่องมือดูแลจัดการภายในที่สร้างด้วย Retool ได้อย่างราบรื่น และเมื่อมีลูกค้า B2B รายใหม่ลงนามในสัญญา ทีมจะใช้ Retool ในการตั้งค่าบัญชีแบบอัตโนมัติ เช่น การสร้างบันทึกในฐานข้อมูลภายใน การจัดเตรียมข้อมูลการเข้าสู่ระบบของผู้ใช้ และการเชื่อมต่อกับ Stripe เพื่อกำหนดแผนการเรียกเก็บเงินและจำนวนผู้ใช้งานที่ถูกต้องตามที่ระบุในสัญญา
เมื่อฐานผู้ใช้ของ Huntr ขยายตัวและปริมาณการชำระเงินเพิ่มสูงขึ้น ทีมยังคงไว้วางใจเลือกใช้ Stripe เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ ทั้งในด้านการดำเนินงานและประสบการณ์ของลูกค้า ในช่วงปีแรกๆ ของการเติบโตอย่างก้าวกระโดดนั้น ทีมของ Huntr ไม่มีกำลังคนเพียงพอที่จะตรวจสอบการดึงเงินคืนจากการฉ้อโกง พวกเขาจึงเลือกที่จะยอมรับการดึงเงินคืนส่วนใหญ่โดยปริยาย อย่างไรก็ตาม เมื่อจำนวนการดึงเงินคืนเพิ่มขึ้นตามปริมาณธุรกรรม ในปี 2024 Huntr จึงได้เพิ่ม Stripe Radar เข้ามาเพื่อป้องกันธุรกรรมฉ้อโกงในเชิงรุกและลดความเสี่ยงจากการถูกดึงเงินคืน ข้อมูลธุรกรรมที่ละเอียดจาก Stripe ช่วยให้ Huntr สามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำว่าควรคัดค้านข้อโต้แย้งรายการใด และเรียนรู้วิธีโต้แย้งให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังช่วยให้ทีมฝ่ายสนับสนุนลูกค้าสามารถยื่นหลักฐานและจัดการกระบวนการโต้แย้งได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
ในปี 2024 Huntr ได้เพิ่ม Link เข้ามาเป็นหนึ่งในวิธีการชำระเงินเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การชำระเงินให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดย Link ช่วยให้ผู้ใช้สามารถชำระเงินได้ด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียวผ่านการใช้งานระบบกรอกรายละเอียดการชำระเงินของลูกค้าอัตโนมัติ โดยรายละเอียดได้รับการบันทึกไว้แล้วในเครือข่ายของ Stripe เพื่อให้ลูกค้าสามารถจ่ายเงินผ่าน Apple Pay, Google Pay และ ACH ได้อย่างรวดเร็ว
ผลลัพธ์
Huntr เพิ่มรายรับขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบปีต่อปีติดต่อกัน 4 ปี
การเลือกใช้ Stripe เพื่อขับเคลื่อนระบบการเรียกเก็บเงินและการรับชำระเงินตั้งแต่วันแรกทำให้ Huntr สามารถรักษาความคล่องตัวขององค์กรควบคู่ไปกับการมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างเต็มที่ แม้จะมีทีมงานเพียง 6 คน แต่บริษัทกลับทำสถิตรายได้เติบโตมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับปีต่อปีติดต่อกันถึง 4 ปีซ้อน และกำลังทำรายรับตามแบบแผนล่วงหน้าต่อปีได้ถึง 1 ล้านดอลลาร์ในเร็วๆ นี้ โดยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งพานักลงทุนภายนอกหรือวิศวกรด้านระบบชำระเงินเฉพาะทาง นอกจากนี้ Huntr ยังทำให้โปรแกรมแอฟฟิลิเอตเติบโตขึ้น 10% ในปีที่ผ่านมา ผ่านการมอบมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้เข้าร่วมและสร้างรหัสลูกค้าสำหรับพาร์ทเนอร์
"เราเริ่มจากการทำผลิตภัณฑ์ที่ผู้คนชื่นชอบ แต่ตอนนั้นยังนึกไม่ออกเลยว่าจะสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์นั้นได้อย่างไร การเติบโตทั้งหมดของเรามี Stripe เป็นพาร์ทเนอร์หลักที่คอยให้การสนับสนุนมาโดยตลอด" Wright กล่าว
Stripe ช่วยสร้างรายรับ B2B จากลูกค้าในกว่า 30 ประเทศ
Huntr ใช้ Invoicing เพื่อเรียกเก็บรายรับจากมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา และโครงการจัดหางานทั่วโลก โดยใบแจ้งหนี้มากกว่า 20% ได้รับการชำระภายในไม่กี่ชั่วโมงแรก และมีอัตราการเรียกเก็บเงินตรงเวลาสูงถึง 95% นอกจากนี้ การตั้งค่าบัญชีอัตโนมัติยังช่วยประหยัดเวลาในการตั้งค่าและกระบวนการเริ่มต้นใช้งานของลูกค้าได้ถึง 7 ชั่วโมงต่อเดือน
"การแจ้งเตือนอัตโนมัติ การรองรับการชำระเงินทั่วโลก และการปรับแต่งใบแจ้งหนี้ ช่วยให้เราดำเนินธุรกิจในฐานะบริษัทระดับสากลด้วยพนักงานเพียง 6 คนได้อย่างง่ายดายมาก" Wright กล่าว
Huntr ลดความสูญเสียจากการโต้แย้งการชำระเงินลงได้ 20%
นับตั้งแต่เริ่มปรับใช้ Radar ทาง Huntr ก็สามารถกู้คืนรายรับจากรายการดึงเงินคืนที่แต่เดิมอาจจะถูกปล่อยผ่านไปโดยไม่มีการคัดค้าน ภายในระยะเวลาไม่ถึงหกเดือน บริษัทสามารถชนะการโต้แย้งรายการได้เพิ่มขึ้นถึง 20% ซึ่งเป็นกรณีที่พวกเขาไม่เคยเอาชนะได้มาก่อน
"ตอนนี้เราสามารถเข้าไปตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย เพื่อดูว่าคุ้มค่ากับเวลาที่จะยื่นโต้แย้งหรือไม่ สำหรับธุรกิจที่สร้างตัวด้วยเงินทุนตัวเอง ทุกบาททุกสตางค์ล้วนมีความหมาย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องดีมากที่เราสามารถตอบโต้ข้อโต้แย้งเหล่านี้บางส่วนในแบบที่เราไม่เคยทำได้มาก่อนได้" Wright กล่าว
Huntr ประมวลผลธุรกรรม 13% ด้วย Link
การเพิ่ม Link เข้ามาในระบบชำระเงินแบบ B2C ช่วยให้ Huntr สามารถลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในระหว่างการทำธุรกรรมเหล่านั้นได้ ปัจจุบัน Link มีส่วนช่วยในการประมวลผลธุรกรรมถึง 13% ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปีที่ผ่านมา และกลายเป็นช่องทางการชำระเงินที่ได้รับความนิยมสูงสุดรองจากบัตรต่างๆ
"เรามักจะคิดอยู่เสมอว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ใช้งานของเราได้รับประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ Stripe Link จึงเป็นตัวเลือกที่ตัดสินใจได้ไม่ยากสำหรับทีมเล็กๆ ของเรา เพราะติดตั้งง่ายมาก และผู้ใช้งานก็ชื่นชอบในความสะดวกสบายที่ทำให้การชำระเงินเป็นเรื่องง่าย เราได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความเรียบง่ายของ Link และเราได้เห็นยอดการใช้งานเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับสัดส่วนการชำระเงินทั้งหมดของเราในช่วงปีที่ผ่านมา" Rennie Haylock ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO กล่าว
สตาร์ทอัพทุกแห่งสามารถก้าวไปสู่การเป็นบริษัทระดับโลกได้ เพราะ Stripe ให้บริการระบบการรับชำระเงินทั่วโลก เราไม่คิดว่าทีมงานเพียง 6 คนจะสามารถทำรายรับตามแบบแผนล่วงหน้าต่อปีได้ถึง 1 ล้านดอลลาร์โดยใช้เพียงปรัชญาการสร้างธุรกิจด้วยเงินทุนของตนเองโดยปราศจาก Stripe