มาตรฐานการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Payment Standard - EPS) เป็นวิธีการชำระเงินด้วยการโอนเงินทางดิจิทัลที่ใช้กันหลักๆ ในออสเตรีย โดย EPS ช่วยให้ลูกค้าชำระเงินหรือโอนเงินจากบัญชีธนาคารของตนได้โดยใช้อินเทอร์เฟซบริการธนาคารออนไลน์จากธนาคารของตน ซึ่งใช้โปรโตคอลการรักษาความปลอดภัยของธนาคาร ทั้งนี้ EPS ก่อตั้งขึ้นในปี 2001 เพื่อเป็นโครงการริเริ่มร่วมระหว่างรัฐบาลออสเตรียกับธนาคารในออสเตรีย ช่วยให้การทำธุรกรรมออนไลน์เป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ระบบดังกล่าวมีความตรงไปตรงมาและใช้งานง่าย เมื่อลูกค้าเลือก EPS เป็นวิธีการชำระเงินในขั้นตอนการชำระเงิน ระบบจะนำลูกค้าไปที่หน้าบริการธนาคารออนไลน์ของธนาคาร จากนั้นลูกค้าจะอนุมัติการชำระเงิน โดยได้รับการประมวลผลแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าและธุรกิจได้รับการยืนยันการชำระเงินที่รวดเร็วทันใจ
การผสานการทำงาน EPS กับธนาคารของออสเตรียทำให้วิธีนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในหมู่ชาวออสเตรีย จึงเป็นวิธียอดนิยมสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์ ในปี 2024 นั้น EPS แบบระหว่างบัญชีภายในประเทศคิดเป็นส่วนแบ่งราว 20% จากปริมาณการชำระเงินของอีคอมเมิร์ซทั้งหมด อัตราการใช้ EPS ในระดับสูงทำให้วิธีนี้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการตอบโจทย์ตลาดออสเตรีย
ธุรกิจที่สนใจผสานการทำงาน EPS เป็นตัวเลือกการชำระเงินนั้นมีข้อควรพิจารณาหลายประการ เช่น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการตั้งค่า ค่าธรรมเนียมธุรกรรม และข้อกำหนดทางเทคนิคต่างๆ ปกติแล้ว ขั้นตอนการผสานการทำงานจะต้องอาศัยการร่วมมือกับผู้ให้บริการชำระเงินที่รองรับธุรกรรม EPS เพื่อให้มั่นใจว่าเกตเวย์การชำระเงินบนเว็บไซต์ของธุรกิจจะรองรับการชำระเงินผ่าน EPS ได้
นอกจากนี้ EPS ยังได้เริ่มขยายบริการเพื่อรองรับธุรกรรมข้ามพรมแดนด้วย ซึ่งช่วยให้ลูกค้าในออสเตรียใช้ EPS เพื่อชำระเงินในร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศบางแห่งได้ การขยายการรองรับนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่ว่าวิธีการชำระเงินในท้องถิ่นเริ่มรองรับธุรกรรมต่างประเทศกันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะที่มีความเป็นสากลของอีคอมเมิร์ซ
ด้านล่างนี้ เราจะพูดถึงสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ EPS เช่น วิธีการทำงาน ขั้นตอนการผสานการทำงานทางเทคนิค และข้อควรพิจารณาที่สำคัญๆ สำหรับธุรกิจที่ต้องการนำ EPS ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของโซลูชันการชำระเงิน
เนื้อหาหลักในบทความ
- มีการใช้งาน EPS ในพื้นที่ใดบ้าง
- มีใครบ้างที่ใช้ EPS
- วิธีการทำงานของ EPS
- ประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้จากการรับ EPS
- ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมของ EPS
- มาตรการรักษาความปลอดภัยของ EPS
- ข้อกำหนดสำหรับธุรกิจต่างๆ ในการเริ่มรับชำระเงินผ่าน EPS
- วิธีอื่นๆ ที่ใช้แทน EPS ได้
- Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง
มีการใช้งาน EPS ในพื้นที่ใดบ้าง
EPS เป็นผู้เล่นรายใหญ่ในออสเตรีย โดยธุรกิจออนไลน์ในประเทศนี้กว่า 11,000 รายยอมรับวิธีการชำระเงินนี้ แต่การใช้งานก็ขยายครอบคลุมไปยังพื้นที่อื่นๆ นอกเหนือจากออสเตรียด้วย โดยประเทศอื่นๆ ในยุโรปก็นำมาใช้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภูมิศาสตร์การใช้งาน EPS และการสะท้อนถึงแนวโน้มที่กว้างขวางขึ้นในตลาด
ออสเตรีย
ในออสเตรีย EPS ฝังรากอยู่ในระบบการชำระเงินออนไลน์อย่างลงลึก การผสานการทำงานที่เรียบง่ายกับบัญชีธนาคารในออสเตรีย พร้อมด้วยการรักษาความปลอดภัยและความสะดวก ทำให้วิธีนี้ครองใจชาวออสเตรีย การใช้งานที่แพร่หลายนี้มีการขับเคลื่อนเพิ่มเติมโดยปัจจัยต่อไปนี้
ความต้องการใช้บัตรเดบิตที่สูงของลูกค้า: ชาวออสเตรียนิยมใช้บัตรเดบิตมากกว่าบัตรเครดิต ทำให้ EPS เป็นทางเลือกสำหรับธุรกรรมออนไลน์ไปโดยปริยาย
การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งเป็นอย่างดี: บริการธนาคารออนไลน์มีการใช้งานโดยทั่วไปในออสเตรีย ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถใช้เข้าถึงบริการ EPS ได้
การสนับสนุนธุรกิจ: ผู้ค้าปลีกและแพลตฟอร์มออนไลน์รายใหญ่ในออสเตรียต่างผสานการทำงานกับ EPS อย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้ประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่น
การได้รับความนิยมของ EPS ในออสเตรียสะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าในตลาดนี้ต่างนิยมใช้การชำระเงินออนไลน์กันมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความสะดวกไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงของบริการธนาคารออนไลน์และความนิยมใช้งานบัตรเดบิตก็ยังมีส่วนช่วยให้ EPS ประสบความสำเร็จอีกด้วย
การขยายความนิยมไปยังนอกออสเตรีย
แม้ว่าออสเตรียจะยังคงเป็นตลาดหลักแต่ EPS ก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศอื่นๆ ในยุโรป ปัจจัยหลายประการที่ส่งผลต่อการขยายตัวมีดังนี้
ความต้องการของลูกค้าที่คล้ายกัน: ความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นจากการชำระเงินออนไลน์และความนิยมใช้บัตรเดบิตนั้นเห็นได้ชัดเจนในตลาดยุโรปอื่นๆ จึงทำให้ EPS เป็นทางเลือกที่ดี
อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน: การที่ผู้คนหันมาช้อปปิ้งออนไลน์ข้ามพรมแดนกันมากขึ้นช่วยเปิดโอกาสให้ EPS ขยายการเข้าถึงได้
ความร่วมมือทางธุรกิจ: เกตเวย์การชำระเงินและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในระดับสากลต่างก็ผสานการทำงานกับ EPS ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการยอมรับวิธีการชำระเงินนี้นอกเหนือจากในประเทศต้นกำเนิด
การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มในยุโรปซึ่งหันมาใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้นและความนิยมในการชำระเงินออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ลูกค้าเริ่มคุ้นเคยกับธุรกรรมออนไลน์มากกว่าเดิม และธุรกิจต่างก็ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้
มุมมองด้านระเบียบข้อบังคับ
สภาพแวดล้อมด้านระเบียบข้อบังคับในยุโรปมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดภูมิทัศน์ด้านการชำระเงินออนไลน์ แนวคิดริเริ่มต่างๆ เช่น Payment Services Directive ฉบับปรับปรุง (PSD2) มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและการแข่งขันในอุตสาหกรรมการชำระเงิน ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อโซลูชันต่างๆ เช่น EPS
PSD2 เน้นให้บริการด้าน Open Banking และมีโปรโตคอลการตรวจสอบสิทธิ์แบบรัดกุมซึ่งสอดคล้องกับหลักของ EPS จึงช่วยสนับสนุนการเติบโตและส่งเสริมการพัฒนาโซลูชันการชำระเงินแบบใหม่ๆ
มีใครบ้างที่ใช้ EPS
แม้ EPS จะมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในออสเตรีย แต่ก็ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าและประเภทธุรกิจที่เจาะจงด้วย
ลูกค้า
คนวัยหนุ่มสาว: กลุ่มประชากรที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีนี้นิยมการช้อปปิ้งออนไลน์และชอบเลือกใช้การชำระเงินที่ปลอดภัยและสะดวก ซึ่ง EPS ตอบโจทย์ความต้องการของคนกลุ่มนี้ เพราะให้บริการธุรกรรมที่รวดเร็วทันใจและไม่จำเป็นต้องใช้บัตรเครดิตใบจริง
ลูกค้าที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัย: ในส่วนของผู้ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวทางออนไลน์ การผสานการทำงาน EPS กับบัญชีธนาคารที่ได้รับความไว้วางใจและโปรโตคอลการตรวจสอบสิทธิ์ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ปลอดภัย
นักช้อปออนไลน์: ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเสื้อผ้า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หรือของชำ นักช้อปออนไลน์ต่างให้ความสำคัญกับขั้นตอนการชำระเงินที่เรียบง่าย การผสานการทำงานของ EPS กับผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ๆ จะทำให้ขั้นตอนการชำระเงินง่ายขึ้น จึงช่วยให้ประสบการณ์การช้อปปิ้งโดยรวมดีขึ้น
ผู้ใช้บัตรเดบิต: ในประเทศที่ลูกค้าชอบใช้บัตรเดบิตมากกว่าบัตรเครดิต EPS จะเป็นทางเลือกที่นิยมใช้ทำธุรกรรมออนไลน์ไปโดยปริยาย
ธุรกิจ
ผู้ค้าปลีกออนไลน์: ตั้งแต่แบรนด์ซึ่งเป็นที่รู้จักดีไปจนถึงธุรกิจรายย่อย ผู้ค้าปลีกออนไลน์ต่างก็ต้องอาศัยโซลูชันการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย EPS เป็นวิธีที่คุ้มค่าในการรับชำระเงิน โดยมีค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการใช้บัตรเครดิต
ธุรกิจแบบสมัครใช้บริการ: บริการต่างๆ เช่น แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและการชำระเงินตามรอบบิลแบบประจำจะได้รับประโยชน์จากความสามารถของ EPS ในการชำระเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคาร วิธีนี้ช่วยให้มีกระแสรายรับที่สม่ำเสมอและลดการชำระเงินที่ไม่สำเร็จ
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ: แพลตฟอร์ม เช่น มาร์เก็ตเพลสออนไลน์ ต้องตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในด้านวิธีการชำระเงิน EPS จึงเพิ่มตัวเลือกที่ปลอดภัยและใช้งานง่ายให้แก่ลูกค้าได้
ธุรกิจที่มีลูกค้าในต่างประเทศ: ธุรกิจต่างๆ ควรลองรับชำระเงินด้วยวิธีการชำระเงินระหว่างประเทศ เนื่องจากการช้อปปิ้งออนไลน์เริ่มก้าวข้ามพรมแดนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ EPS เริ่มมีการใช้งานกันในยุโรปมากขึ้น วิธีนี้จึงช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ได้อย่างกว้างขวาง
กรณีการใช้งานเฉพาะ
ยอดชำระเงินจำนวนน้อย: สำหรับบริการออนไลน์ที่มีมูลค่าธุรกรรมไม่สูง EPS จะเป็นโซลูชันที่คุ้มค่า เนื่องจากมีค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการใช้บัตรเครดิต
การจ่ายบิล: EPS ช่วยอำนวยความสะดวกในการจ่ายบิลออนไลน์ โดยให้ลูกค้าจ่ายบิลจากบัญชีของตัวเองได้โดยตรงโดยไม่ต้องใช้เช็คกระดาษ
การซื้อในแอป: แอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างก็ใช้ EPS เป็นวิธีการชำระเงินสำหรับการซื้อภายในแอปกันมากขึ้นเรื่อยๆ ความสะดวกและการรักษาความปลอดภัยของการเชื่อมต่อบัญชีธนาคารแบบทันทีทำให้เป็นตัวเลือกที่ใช้งานง่ายสำหรับผู้ใช้แอป
การบริจาคเงินออนไลน์: EPS ช่วยให้ผู้บริจาคสามารถบริจาคเงินทางออนไลน์ให้แก่องค์กรการกุศลและองค์กรไม่แสวงผลกำไรได้อย่างสะดวกปลอดภัย
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้งาน EPS
แนวโน้มทางประชากรศาสตร์: ประชากรที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีซึ่งมีจำนวนสูงขึ้นและพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นต่างก็เอื้อต่อการหันมาใช้โซลูชันการชำระเงินออนไลน์ที่สะดวกอย่าง EPS
สภาพแวดล้อมที่มีการกำกับดูแล: แนวคิดริเริ่มต่างๆ เช่น PSD2 ช่วยส่งเสริม Open Banking และการชำระเงินออนไลน์ที่ปลอดภัย จึงช่วยให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ EPS
ความต้องการของลูกค้า: การหันไปใช้บัตรเดบิต รวมทั้งการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ลูกค้าหันมานิยมใช้ EPS
ความต้องการทางธุรกิจ: ธุรกิจมองหาวิธีการรับชำระเงินทางออนไลน์ที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ ซึ่ง EPS ช่วยตอบสนองความต้องการเหล่านี้ด้วยค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่ต่ำและระบบการรับชำระเงินที่ปลอดภัย
วิธีการทำงานของ EPS
ฟังก์ชันที่หลากหลายของ EPS เช่น การทำธุรกรรมข้ามพรมแดนแบบครบวงจร บริการดูแลคู่สัญญาที่ปลอดภัย และข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ช่วยให้ธุรกิจสามารถยกระดับการดำเนินธุรกิจออนไลน์และขยายการเข้าถึงลูกค้าในต่างประเทศได้ วิธีการทำงานมีดังนี้
การประมวลผลการชำระเงินที่ง่ายดาย: ธุรกิจสามารถรับชำระเงินได้ทันทีด้วยรหัส QR หรือการผสานการทำงานออนไลน์เพื่อลดความยุ่งยากในขั้นตอนการชำระเงินและเพิ่มอัตราคอนเวอร์ชัน การประมวลผลธุรกรรมในหลากหลายสกุลเงินจะช่วยให้ธุรกิจให้บริการแก่ลูกค้าในต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้นและขยายการเข้าถึงตลาดได้
การค้าข้ามพรมแดน: ธุรกิจต่างๆ สามารถรับการชำระเงินจากลูกค้าในต่างประเทศได้โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน เนื่องจากระบบจะแปลงสกุลเงินอัตโนมัติ วิธีนี้ช่วยให้ธุรกิจทำธุรกรรมข้ามพรมแดนได้ง่ายขึ้นและเข้าสู่ตลาดต่างประเทศใหม่ๆ
เพิ่มความไว้วางใจด้วยบริการดูแลคู่สัญญา: ธุรกิจสามารถเสนอบริการดูแลคู่สัญญาเพื่อเก็บเงินไว้ในบัญชีดูแลคู่สัญญาที่ปลอดภัยได้จนกว่าลูกค้าจะยืนยันการได้รับสินค้าหรือบริการและมีความพึงพอใจ วิธีนี้สร้างความไว้วางใจและความมั่นใจให้กับลูกค้า ซึ่งอาจทำให้ยอดขายสูงขึ้นและส่งเสริมความภักดีของลูกค้า
การผสานการทำงานที่มีประสิทธิภาพ: ธุรกิจสามารถผสานการทำงาน EPS กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยม เช่น Shopify และ WooCommerce ได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้ประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่น
การใช้โปรแกรมขนาดเล็ก: ธุรกิจสามารถพัฒนาโปรแกรมขนาดเล็กที่ออกแบบเองได้ภายในแอป EPS เพื่อสร้างพื้นที่เฉพาะสำหรับนำเสนอบริการ จำหน่ายสินค้า และมีส่วนร่วมกับลูกค้า เนื้อหาแบบอินเทอร์แอกทีฟและประสบการณ์ที่ปรับให้เหมาะกับลูกค้าจะช่วยส่งเสริมการรับรู้แบรนด์ กระตุ้นการมีส่วนร่วมของลูกค้า และเพิ่มยอดขาย
ข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล: ธุรกิจสามารถรับข้อมูลเชิงลึกที่มีประโยชน์เกี่ยวกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าได้โดยใช้เครื่องมือการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมซึ่งให้บริการโดย EPS ข้อมูลเชิงลึกที่อิงจากข้อมูลนี้จะช่วยให้ธุรกิจทำการตัดสินใจได้โดยมีข้อมูลประกอบเกี่ยวกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์การตลาด และการขยายธุรกิจ
โซลูชันทางการเงินแบบเฉพาะตัว: ธุรกิจสามารถใช้งานบริการทางการเงินต่างๆ เช่น เงินกู้และการประกันภัย ผ่านการเป็นพาร์ทเนอร์กับ EPS ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจและเป้าหมายทางการเงินที่เฉพาะเจาะจง โซลูชันที่ใช้งานสะดวกและผสานการทำงานภายในระบบ EPS จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ จัดหาเงินทุนได้อย่างปลอดภัยและจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความสะดวกของกระเป๋าเงินบนอุปกรณ์เคลื่อนที่: ธุรกิจสามารถให้บริการชำระเงินแบบไร้สัมผัสผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล EPS ที่หน้าร้านได้ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าชำระเงินได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย บริการนี้ช่วยลดเวลารอ เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
ธุรกรรมที่ปลอดภัยและโปร่งใส: ธุรกิจต่างๆ สามารถรับประกันความปลอดภัยและน่าเชื่อถือของธุรกรรมด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ เช่น โปรโตคอลการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายชั้นและเทคโนโลยีการเข้ารหัสขั้นสูง ธุรกิจและลูกค้าจะได้รับการยืนยันที่ชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดธุรกรรมทั้งหมดเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและการควบคุม
แง่มุมที่นอกเหนือจากฟังก์ชันต่างๆ
แม้ฟังก์ชันเหล่านี้จะเป็นหัวใจหลักสำหรับฟีเจอร์ที่มุ่งเน้นธุรกิจของ EPS แต่แพลตฟอร์มมีการปรับปรุงและลงทุนในการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา โดยเน้นไปที่ด้านต่างๆ เช่น
การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับฟังก์ชันอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมและการค้าระหว่างประเทศ พร้อมทั้งขยายโอกาสในตลาดให้กับธุรกิจ
การขยายการผสานการทำงานด้านการเงินเพื่อนำเสนอชุดบริการทางการเงินที่ครอบคลุมมากขึ้นสำหรับธุรกิจและตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย
การพัฒนาเครื่องมือการวิเคราะห์ขั้นสูงซึ่งจะมอบข้อมูลเชิงลึกที่ดีกว่าเดิมและโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อการมีส่วนร่วมกับลูกค้าอย่างมีประสิทธิผลและการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ
วิธีการทำงานของ EPS ในฝั่งของลูกค้า
เลือก EPS ที่ขั้นตอนการชำระเงิน: เมื่อซื้อสินค้าออนไลน์ ลูกค้าในออสเตรียจะเลือก EPS เป็นวิธีการชำระเงินที่หน้าชำระเงินบนเว็บไซต์ของธุรกิจ
ลูกค้าเลือกธนาคารของตน: จากนั้นระบบจะเปลี่ยนเส้นทางลูกค้าไปยังหน้าสำหรับเลือกธนาคารของตนจากรายการธนาคารในออสเตรีย
เข้าสู่ระบบบริการธนาคารออนไลน์อย่างปลอดภัย: ลูกค้าจะเข้าสู่ระบบพอร์ทัลบริการธนาคารออนไลน์โดยใช้ข้อมูลเข้าสู่ระบบแบบมาตรฐาน ขั้นตอนนี้ช่วยให้ขั้นตอนการชำระเงินมีความปลอดภัย
การตรวจสอบและการอนุมัติธุรกรรม: เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ลูกค้าจะตรวจสอบรายละเอียดการชำระเงินที่ธุรกิจกรอกไว้ล่วงหน้า (เช่น จำนวนเงินและผู้รับเงิน) ลูกค้าจะอนุมัติการชำระเงินดังกล่าว โดยมักจะมีขั้นตอนที่ปลอดภัยเพิ่มเติม เช่น หมายเลขการตรวจสอบสิทธิ์ในการทำธุรกรรม (TAN)
การยืนยันและเปลี่ยนเส้นทาง: หลังจากอนุมัติการชำระเงินแล้ว ระบบจะเปลี่ยนเส้นทางลูกค้าไปยังเว็บไซต์ของธุรกิจ ซึ่งลูกค้าจะได้รับการยืนยันว่าธุรกรรมสำเร็จ
ประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้จากการรับ EPS
การโอนเงินผ่านธนาคารโดยตรง
การันตีการชำระเงิน: ธุรกรรม EPS มีการโอนเงินผ่านธนาคารโดยตรง ซึ่งต่างจากบัตรเครดิต เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว การชำระเงินจะได้รับการการันตี จึงลดความเสี่ยงที่จะเกิดการดึงเงินคืนลงอย่างมาก
ความคุ้นเคยสำหรับลูกค้า: ชาวออสเตรียคุ้นเคยกับการโอนเงินผ่านธนาคารในฐานะวิธีการชำระเงินแบบดั้งเดิม จึงทำให้ EPS เป็นตัวเลือกที่หลายคนนิยมใช้
ความน่าสนใจสำหรับตลาดท้องถิ่น
ปรับให้เหมาะกับตลาดออสเตรีย: EPS ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับตลาดออสเตรีย
ความสอดคล้องทางภาษาและวัฒนธรรม: ระบบแสดงเป็นภาษาเยอรมันและสอดคล้องเชิงวัฒนธรรมกับลักษณะนิสัยของลูกค้าชาวออสเตรีย
การรักษาความปลอดภัยที่ดีขึ้นสำหรับข้อมูลลูกค้า
- ไม่มีการจัดการข้อมูลที่ละเอียดอ่อน: เนื่องจากขั้นตอนการชำระเงินได้รับการจัดการผ่านธนาคารของลูกค้า ธุรกิจจึงไม่ต้องจัดการกับข้อมูลทางการเงินที่ละเอียดอ่อน ซึ่งจะช่วยลดภาระในการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่เข้มงวดได้
ความแตกต่างในการแข่งขัน
ข้อได้เปรียบของตลาดเฉพาะกลุ่ม: การให้บริการ EPS ช่วยให้ธุรกิจสร้างความแตกต่างได้ โดยเฉพาะในตลาดเฉพาะกลุ่มที่ลูกค้านิยมใช้โซลูชันการชำระเงินในท้องถิ่นเป็นอย่างมาก
ธุรกรรมระหว่างธุรกิจ (B2B) ที่มีประสิทธิภาพ: สำหรับธุรกิจที่ร่วมงานกับธุรกิจอื่นๆ ในออสเตรีย EPS จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ขั้นตอนการชำระเงินโดยสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติด้านการเงินทั่วไปในประเทศนี้
การตีตลาดในออสเตรีย
การเข้าถึงแบบที่ไม่มีใครเทียบได้: เนื่องจาก 80% ของนักช้อปออนไลน์ในออสเตรียใช้ EPS การผสานการทำงานวิธีการชำระเงินนี้จึงช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ที่มีความภักดีได้
การยกระดับชื่อเสียงของแบรนด์: การแสดงออกถึงความมุ่งมั่นต่อความต้องการในตลาดท้องถิ่นด้วยการเสนอบริการ EPS จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับชื่อเสียงของแบรนด์ในตลาดออสเตรียได้
การทำธุรกรรมข้ามพรมแดนที่ราบรื่น
การขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ ได้สะดวก: การรับชำระเงินผ่าน EPS ช่วยลดความยุ่งยากในการทำธุรกรรมพรมเขตแดนผ่านการแปลงสกุลเงินแบบทันทีและการโอนเงินเพื่อชำระเงินอย่างปลอดภัย ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายการเข้าถึงและให้บริการลูกค้าในต่างประเทศได้อย่างง่ายดาย
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง: EPS ช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรให้กับธุรกิจด้วยการขจัดขั้นตอนการประมวลผลการชำระเงินข้ามพรมแดนที่ซับซ้อน ทำให้บริษัทมีเวลาและทรัพยากรมากขึ้นสำหรับการมุ่งเน้นไปที่กิจกรรมหลักๆ ของธุรกิจได้
การสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่น
- การรักษาความปลอดภัยแบบหลายชั้น: EPS ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง เช่น การเข้ารหัสและการติดตามตรวจสอบแบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันธุรกิจจากการฉ้อโกงและธุรกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยรับประกันว่าการชำระเงินจะเป็นไปอย่างปลอดภัยและน่าเชื่อถือ
ข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ
การวิเคราะห์ลูกค้าที่ครอบคลุม: EPS มอบข้อมูลเชิงลึกที่มีประโยชน์เกี่ยวกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า ซึ่งส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถตัดสินใจได้โดยมีข้อมูลประกอบเกี่ยวกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์การตลาด และการปรับการดำเนินงาน
แคมเปญการตลาดแบบเฉพาะตัว: ธุรกิจต่างๆ สามารถใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อสร้างแคมเปญการตลาดแบบมุ่งเป้าได้ที่ตอบโจทย์ได้ ซึ่งช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมและอัตราคอนเวอร์ชัน
การเปิดรับนวัตกรรม
เทคโนโลยีที่รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต: EPS ลงทุนกับนวัตกรรมและพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ที่ปรับตัวตามโลกการชำระเงินออนไลน์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะยังคงอยู่ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม
Open Banking: ความมุ่งมั่นของ EPS ในด้าน Open Banking ส่งเสริมการผสานการทำงานกับบริการทางการเงินได้อย่างลงลึกยิ่งขึ้น ทำให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงโซลูชันและฟังก์ชันต่างๆ ที่หลากหลายขึ้นได้
ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมของ EPS
ค่าธรรมเนียมธุรกรรม
ค่าธรรมเนียมธุรกรรมแบบมาตรฐาน: ธุรกิจจะจ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์คงที่ตามธุรกรรมที่ดำเนินการสำเร็จแต่ละรายการ อัตรานี้จะแตกต่างกันไปตามหมวดหมู่ธุรกิจและปริมาณธุรกรรม ตัวอย่างเช่น ค่าธรรมเนียมมาตรฐานสำหรับธุรกรรมอีคอมเมิร์ซมักจะอยู่ที่ 0.4% ถึง 0.8%
ค่าธรรมเนียมธุรกรรมขั้นต่ำ: จะมีการคิดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อธุรกรรม ไม่ว่ายอดธุรกรรมนั้นจะมีจำนวนเท่าใดก็ตาม โดยปกติค่าธรรมเนียมนี้จะมีจำนวนอยู่ที่ 0.05 ถึง 0.10 ยูโร
ค่าธรรมเนียมธุรกรรมข้ามพรมแดน: เมื่อประมวลผลการชำระเงินจากลูกค้าต่างประเทศ จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเพื่อรองรับการแปลงสกุลเงินและค่าใช้จ่ายในการโอนเงินข้ามพรมแดน ค่าธรรมเนียมนี้มักจะอยู่ที่ 0.15% ถึง 0.25%
ค่าใช้จ่ายในการผสานการทำงาน
ค่าธรรมเนียมการตั้งค่าครั้งแรก: ธุรกิจต่างๆ อาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแบบครั้งเดียวเพื่อสร้างบัญชีธุรกิจและผสานการทำงาน EPS กับแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์ของตน โดยปกติค่าธรรมเนียมนี้จะขึ้นอยู่กับวิธีการผสานการทำงานและความซับซ้อนของขั้นตอนการตั้งค่า
ค่าธรรมเนียมการบำรุงรักษารายเดือน: แพ็กเกจ EPS บางแพ็กเกจมีค่าธรรมเนียมการบำรุงรักษารายเดือนคงที่เพื่อครอบคลุมการสนับสนุนทางเทคนิคและการบำรุงรักษาระบบ ค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและข้อตกลงการให้บริการ
บริการเพิ่มเติม
ค่าธรรมเนียมบริการดูแลคู่สัญญา: หากธุรกิจเลือกที่จะให้บริการดูแลคู่สัญญาสำหรับธุรกรรม ธุรกิจจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามมูลค่าธุรกรรม แต่มักจะมีอัตราอยู่ที่ 0.5% ถึง 1.5%
ค่าธรรมเนียมการดึงเงินคืน: หากธุรกิจพบธุรกรรมที่เป็นการฉ้อโกงหรือถูกโต้แย้งการชำระเงิน ธุรกิจอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อรองรับการตรวจสอบและค่าใช้จ่ายในการดึงเงินคืนที่อาจเกิดขึ้น ค่าธรรมเนียมนี้อาจแตกต่างกันไปตามการดึงเงินคืน
ค่าธรรมเนียมกระเป๋าเงินดิจิทัล: ธุรกิจที่ผสานการทำงานกับกระเป๋าเงินดิจิทัลของ EPS สำหรับการชำระเงินในร้านอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมธุรกรรม ซึ่งมักจะต่ำกว่าค่าธรรมเนียมธุรกรรมแบบมาตรฐานสำหรับธุรกรรมออนไลน์
ความโปร่งใสของค่าธรรมเนียม
EPS ให้ข้อมูลเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมและการเรียกเก็บเงินอย่างโปร่งใสและเข้าถึงได้ง่าย นอกจากนี้ บริการยังมีช่องทางการสนับสนุนต่างๆ เพื่อตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมและการเรียกเก็บเงินด้วย
โมเดลค่าบริการทางเลือก: EPS มีโมเดลค่าบริการแบบแปรผันซึ่งปรับให้เหมาะกับความต้องการทางธุรกิจและปริมาณธุรกรรม โมเดลเหล่านี้อาจมีองค์ประกอบดังนี้
ส่วนลดตามปริมาณ: ธุรกิจอาจมีสิทธิ์ได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมธุรกรรมเมื่อปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้น
แพ็กเกจการชำระเงินตามรอบบิล: การชำระเงินตามรอบบิลรายเดือนในจำนวนคงที่มาพร้อมบริการแบบรวมชุดและส่วนลดค่าธรรมเนียมสำหรับธุรกิจที่มีปริมาณมาก
ข้อตกลงค่าบริการที่ออกแบบเอง: สำหรับองค์กรขนาดใหญ่หรือโมเดลธุรกิจแบบเฉพาะตัว EPS สามารถจัดทำข้อตกลงค่าบริการที่ปรับแต่งให้ตรงตามข้อกำหนดได้
มาตรการรักษาความปลอดภัยของ EPS
กลไกการตรวจสอบสิทธิ์
การตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย (MFA): EPS ใช้ระบบ MFA ที่มีประสิทธิภาพซึ่งกำหนดให้ต้องใช้ปัจจัยที่แตกต่างกันอย่างน้อย 2 วิธีในการยืนยันตัวตนของผู้ใช้ ซึ่งมักเป็นการผสมผสานระหว่างรหัสผ่าน, หมายเลขประจำตัวส่วนบุคคล (PIN), TAN และ/หรือการตรวจสอบสิทธิ์ด้วยไบโอเมตริก (ลายนิ้วมือหรือการจดจำใบหน้า)
ข้อกำหนดเกี่ยวกับรหัสผ่านที่รัดกุม: EPS จะบังคับใช้เกณฑ์เกี่ยวกับรหัสผ่านที่เข้มงวด เช่น ความยาวขั้นต่ำ ความซับซ้อนของอักขระ และการอัปเดตรหัสผ่านเป็นประจำ การดำเนินการนี้จะลดความเสี่ยงจากการโจมตีแบบสุ่มเดารหัสผ่านและการเจาะโดยเดาคำจากดิกชันนารี (Dictionary cracking) ได้อย่างมาก
รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP): เพื่อเพิ่มความปลอดภัย EPS จะเสนอตัวเลือกในการใช้ OTP ซึ่งส่งผ่านการแจ้งเดือนด้วย SMS หรือแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ รหัสชั่วคราวเหล่านี้จะหมดอายุหลังผ่านไปไม่นานเพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
การตรวจสอบสิทธิ์ด้วยไบโอเมตริก: สำหรับธุรกรรมบางรายการ EPS จะผสานการทำงานกับแอปโมบายแบงก์กิ้งที่ใช้การจดจำลายนิ้วมือหรือใบหน้าเพื่อการยืนยันตัวตนผู้ใช้ที่ปลอดภัยและสะดวก
การคุ้มครองข้อมูลและการเข้ารหัส
การเข้ารหัสข้อมูลแบบครบวงจร: ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนทั้งหมด เช่น ข้อมูลผู้ใช้และรายละเอียดธุรกรรม จะถูกเข้ารหัสระหว่างส่งและขณะจัดเก็บ โดยใช้อัลกอริทึมการเข้ารหัสมาตรฐานอุตสาหกรรม เช่น มาตรฐานการเข้ารหัสขั้นสูง (Advanced Encryption Standard หรือ AES) 256 แม้ว่าข้อมูลจะถูกดักจับไป แต่จะอ่านข้อมูลนั้นไม่ได้หากไม่มีคีย์ถอดรหัส
การแปลงเป็นโทเค็น: EPS ยังใช้เทคโนโลยีการแปลงเป็นโทเค็นด้วย เพื่อแทนที่หมายเลขบัตรที่ละเอียดอ่อนด้วยโทเค็นที่ไม่ซ้ำกันระหว่างการทำธุรกรรมออนไลน์ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการรั่วไหลของข้อมูลและปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อน
โปรโตคอลการสื่อสารที่ปลอดภัย: การสื่อสารทั้งหมดระหว่างลูกค้า ธุรกิจ และธนาคารทั้งหมดได้รับการเข้ารหัสโดยใช้โปรโตคอลที่ปลอดภัย เช่น Hypertext Transfer Protocol Secure (HTTPS) และ Transport Layer Security (TLS) การดำเนินการนี้จะช่วยปกป้องข้อมูลจากการบุกรุกและปรับเปลี่ยนข้อมูลระหว่างการส่ง
การตรวจจับและการป้องกันการฉ้อโกง
ระบบการติดตามตรวจสอบขั้นสูง: EPS ใช้ระบบการติดตามตรวจสอบแบบเรียลไทม์ที่มีความซับซ้อน ซึ่งวิเคราะห์รูปแบบธุรกรรมและระบุความผิดปกติ ระบบเหล่านี้ใช้แมชชีนเลิร์นนิงและการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจจับกิจกรรมที่น่าสงสัยและป้องกันธุรกรรมที่เป็นการฉ้อโกง
การให้คะแนนความเสี่ยง: EPS จะกำหนดคะแนนความเสี่ยงให้กับธุรกรรมแต่ละรายการโดยอิงตามปัจจัยต่างๆ เช่น มูลค่าธุรกรรม ตำแหน่งที่ตั้งของผู้ใช้ และข้อมูลในอดีต วิธีนี้ช่วยให้บริการให้ความสำคัญกับธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อให้มีการตรวจสอบยืนยันเพิ่มเติม
ขีดจำกัดธุรกรรม: ระบบจะกำหนดขีดจำกัดของจำนวนธุรกรรมที่ผู้ใช้สามารถทำได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด วิธีนี้ช่วยป้องกันการโจมตีอัตโนมัติและลดจำนวนกิจกรรมที่น่าสงสัย
การป้องกันการดึงเงินคืน: หลังจากเกิดธุรกรรมที่เป็นการฉ้อโกง EPS จะมอบระบบป้องกันการดึงเงินคืนที่ครอบคลุมเพื่อช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ได้รับเงินคืน
การผสานการทำงานที่ปลอดภัยกับธนาคาร: EPS ทำงานร่วมกับธนาคารในออสเตรียเพื่อยืนยันว่าธุรกรรมทั้งหมดดำเนินการผ่านพอร์ทัลบริการธนาคารออนไลน์ที่ปลอดภัย พอร์ทัลเหล่านี้ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม เช่น MFA และการเข้ารหัสข้อมูล เพื่อยกระดับการปกป้องข้อมูลผู้ใช้
การเข้าถึงบัญชีธนาคารโดยตรง: เมื่ออนุญาตให้เข้าถึงบัญชีธนาคารโดยตรงผ่าน Open Banking API (อินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชัน) EPS จะช่วยให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลบัตรที่ละเอียดอ่อนไว้ในแพลตฟอร์ม EPS จึงช่วยลดโอกาสที่จะเกิดการละเมิดข้อมูลได้
การตรวจสอบความปลอดภัยแบบต่อเนื่องและการจัดการช่องโหว่
การทดสอบด้วยการเจาะระบบเป็นประจำ: EPS ได้รับการทดสอบด้วยการเจาะระบบโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านการรักษาความปลอดภัยเป็นประจำ เพื่อระบุและแก้ไขช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้น วิธีการแบบเชิงรุกนี้ช่วยป้องกันการละเมิดความปลอดภัยและมอบการรักษาความปลอดภัยในระดับสูง
แผนรับมือกับเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย: วิธีการชำระเงินนี้มีแผนรับมือกับเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่ครอบคลุมเพื่อจัดการกับปัญหาด้านความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหาย และกลับไปดำเนินงานตามปกติได้อย่างรวดเร็ว
โปรแกรมมอบเงินรางวัลสำหรับการตรวจหาข้อบกพร่อง: EPS เข้าร่วมโปรแกรมมอบเงินรางวัลสำหรับการตรวจหาข้อบกพร่อง เพื่อจูงใจให้นักวิจัยความปลอดภัยตรวจสอบและรายงานช่องโหว่ในระบบ วิธีนี้จะช่วยแก้ไขข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่มิจฉาชีพจะใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ดังกล่าวได้
ข้อกําหนดสําหรับธุรกิจเพื่อเริ่มรับชำระเงินผ่าน EPS
ต่อไปนี้คือการสรุปข้อกําหนดและขั้นตอนการรับชําระเงินผ่าน EPS
ข้อกําหนดสําหรับธุรกิจต่างประเทศ
เอกสารทางกฎหมาย: คุณต้องส่งเอกสารที่ยืนยันการมีอยู่ทางกฎหมายของธุรกิจและสถานะที่ดีในประเทศของคุณ
บริษัทย่อยหรือตัวแทนในยุโรป ควรจัดตั้งบริษัทย่อยหรือแต่งตั้งตัวแทนภายในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) เพื่ออํานวยความสะดวกในการผสานการทํางานกับ EPS และปฏิบัติตามกฎระเบียบ
การปฏิบัติตามข้อกําหนดด้านภาษีและข้อบังคับ: ทําความเข้าใจและปฏิบัติตามข้อบังคับด้านภาษีและข้อกําหนดด้านการรายงานทางการเงินที่มีผลบังคับใช้กับธุรกิจต่างชาติที่ดําเนินงานในออสเตรีย
การปฏิบัติตามข้อกําหนด PSD2 ปฏิบัติตามข้อบังคับ PSD2 เพื่อการตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุมและการชําระเงินออนไลน์ที่ปลอดภัย
การปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเพิ่มเติม: ใช้ขั้นตอนการป้องกันการฟอกเงิน (AML) และกระบวนการรู้จักลูกค้าของคุณ (KYC) เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการในท้องถิ่นและยุโรป
การคุ้มครองข้อมูลและความเป็นส่วนตัว: ปฏิบัติตามกฎระเบียบว่าด้วยการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคล (GDPR) ของสหภาพยุโรปเพื่อคุ้มครองข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
ข้อกําหนดสําหรับธุรกิจในออสเตรีย
ทะเบียนธุรกิจในออสเตรียที่ยังไม่หมดอายุ: ธุรกิจของคุณจะต้องจดทะเบียนตามกฎหมายและดําเนินงานในออสเตรีย
หมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษี: ขอรับและรักษาหมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษีที่ถูกต้องในออสเตรีย
บัญชีผู้ค้า: เปิดบัญชีผู้ค้ากับธนาคารในออสเตรียที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ EPS วิธีนี้จะช่วยอํานวยความสะดวกให้การโอนเงินในธุรกรรม EPS
ข้อตกลงผู้ค้า: ลงนามในข้อตกลงผู้ค้ากับ EPS เพื่อแจกแจงหน้าที่และความรับผิดชอบของคุณในฐานะผู้ประมวลผลการชําระเงิน
การปฏิบัติตามข้อกําหนดของ PCI DSS และ GDPR: ตรวจสอบให้มั่นใจว่าเว็บไซต์และระบบของคุณเป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยข้อมูลสําหรับอุตสาหกรรมบัตรชําระเงิน (PCI DSS) และกฎ GDPR
การรับชําระเงินผ่าน EPS ด้วย Stripe
การผสานการทํางาน EPS ผ่าน Stripe มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
บัญชี Stripe: สร้างบัญชี Stripe แล้วทำตามขั้นตอนการยืนยัน KYC ให้เสร็จสิ้น
Stripe Connect: เปิดใช้ Stripe Connect เพื่อผสานการทํางาน EPS และวิธีการชําระเงินอื่นๆ เข้ากับแพลตฟอร์มออนไลน์ของคุณ
การผสานการทํางานทางเทคนิค: กําหนดค่า Stripe เพื่อรับชําระเงินผ่าน EPS และช่วยให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลมีความปลอดภัย โดยอาจใช้การเชื่อมต่อ EPS API หรือการใช้คอมโพเนนต์สําเร็จรูปของ Stripe เช่น Checkout และ Elements
การทดสอบและเปิดใช้งาน: ทดสอบการผสานการทํางาน EPS ของคุณอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการทําธุรกรรมทํางานได้อย่างราบรื่นก่อนที่จะเปิดตัวจริง
การแปลงสกุลเงิน: ตรวจสอบว่าบัญชี Stripe ของคุณรองรับสกุลเงินยูโร (EUR) ในการดําเนินการชําระเงินผ่าน EPS หรือไม่
การปฏิบัติตามข้อกําหนดและการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง: ดูแลการปฏิบัติตามข้อกําหนดของ PCI DSS และ GDPR พร้อมทั้งดําเนินการตามแนวทางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มแข็ง และติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับที่เปลี่ยนแปลงไป
วิธีอื่นๆ ที่ใช้แทน EPS ได้
แม้ว่า EPS จะมีบทบาทที่โดดเด่นในออสเตรีย แต่ก็ต้องแข่งขันกับวิธีการชำระเงินทางเลือกอื่นๆ มากมาย เช่น
Giropay
ฟังก์ชัน: บริการนี้เสนอการโอนเงินผ่านธนาคารออนไลน์จากบัญชีของลูกค้า เช่นเดียวกับ EPS
ส่วนแบ่งตลาด: ใช้กันอย่างแพร่หลายในเยอรมนีและได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ในออสเตรีย แต่ยังคงตามหลัง EPS อยู่ในประเทศดังกล่าว
จุดแข็ง: เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย สะดวก และคุ้นเคยสำหรับลูกค้าชาวเยอรมันและออสเตรีย
จุดอ่อน: ใช้งานน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ EPS ในออสเตรีย จึงอาจไม่พร้อมให้บริการในธุรกิจบางแห่ง
Sofortüberweisung
ฟังก์ชัน: อีกหนึ่งโซลูชันการโอนเงินผ่านธนาคารออนไลน์ที่มีฟังก์ชันคล้ายกันกับ EPS
ส่วนแบ่งตลาด: ได้รับความนิยมในเยอรมนีและออสเตรีย แต่ใช้กันแพร่หลายน้อยกว่า EPS
จุดแข็ง: สะดวกและรวดเร็ว
จุดอ่อน: ไม่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางเท่า EPS ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตราคอนเวอร์ชันได้
PayPal
ฟังก์ชันการทำงาน: โซลูชันการชำระเงินออนไลน์ระดับโลกที่มีฟีเจอร์มากมาย เช่น การคุ้มครองลูกค้าและผู้ขาย PayPal มีการใช้งานที่แพร่หลายและเป็นแบรนด์ที่ผู้คนรู้จัก
ส่วนแบ่งตลาด: ได้รับการยอมรับในระดับสากลด้วยฐานผู้ใช้จำนวนมากในออสเตรีย
จุดแข็ง: สะดวกสำหรับธุรกรรมต่างประเทศและมอบการคุ้มครองลูกค้า
จุดอ่อน: ค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับ EPS ซึ่งอาจไม่เป็นที่นิยมในหมู่ธุรกิจขนาดเล็กบางแห่ง
กระเป๋าเงินดิจิทัล
ฟังก์ชัน: ให้บริการชำระเงินแบบไร้สัมผัสและการโอนเงินระหว่างบุคคล ซึ่งคล้ายกับกระเป๋าเงินดิจิทัลของ EPS
ส่วนแบ่งตลาด: ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนรุ่นใหม่
จุดแข็ง: สะดวกและปลอดภัย มอบประสบการณ์การชำระเงินที่ทันสมัย
จุดอ่อน: ยังคงได้รับการพัฒนาและไม่สมบูรณ์นัก โดยมีคู่แข่งหลายรายที่ชิงส่วนแบ่งตลาด
บัตรเครดิตและบัตรเดบิต
ฟังก์ชัน: ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยมอบวิธีการชำระเงินที่แพร่หลายมากๆ แก่ลูกค้า
ส่วนแบ่งตลาด: ยังคงพบเห็นได้แพร่หลายในออสเตรีย แม้ว่าจะมีการแข่งขันจากตัวเลือกการชำระเงินออนไลน์อื่นๆ
จุดแข็ง: สะดวกและเป็นที่คุ้นเคย นำเสนอวิธีการชำระเงินพร้อมใช้ทันที
จุดอ่อน: ค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับ EPS ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนต่างกำไร
การเก็บเงินปลายทาง
ฟังก์ชัน: การชำระเงินเมื่อมีการส่งมอบสินค้า
ส่วนแบ่งตลาด: ยังคงใช้สำหรับบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะสินค้าที่จับต้องได้
จุดแข็ง: ช่วยมอบความอุ่นใจให้ลูกค้าที่ไม่ต้องการชำระเงินออนไลน์
จุดอ่อน: อาจไม่สะดวกและสร้างความท้าทายด้านโลจิสติกส์ให้กับธุรกิจ
Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้
Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้
- เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
- ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
- รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
- เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ