ความท้าทาย
ผู้ร่วมก่อตั้งของ VEED อย่าง Sabba Keynejad และ Tim Mamedov ได้พบกันครั้งแรกในงาน Hackathon ออนไลน์ ก่อนจะเริ่มร่วมกันพัฒนาเครื่องมือตัดต่อวิดีโอในปี 2018 เป้าหมายของทั้งสองคือการทำให้การสร้างคอนเทนต์ภาพเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ด้วยการทำให้การสร้างวิดีโอเป็นเรื่องง่ายขึ้น และพวกเขาก็ใช้เงินเก็บส่วนตัวเป็นทุนตั้งต้นในการสร้างบริษัทแห่งนี้
ภายในเวลาเพียง 1 ปีหลังเปิดตัวเครื่องมือดังกล่าว Keynejad และ Mamedov ก็สามารถปั้น VEED ให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นที่น่าจับตามองในวงการสร้างสรรค์วิดีโอ ด้วยฐานผู้ใช้งานต่อเนื่องกว่า 35,000 คนต่อเดือน โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 60% ต่อเดือน ความสำเร็จนี้ไปเข้าตา Y Combinator โครงการเร่งการเติบโตสำหรับสตาร์ทอัพระดับโลก ที่เชิญทั้งคู่ไปที่ซิลิคอนวัลเลย์เพื่อนำเสนอไอเดียด้วยตนเอง แต่ในการประชุมครั้งนั้น แม้พาร์ทเนอร์ของ Y Combinator จะให้ความสนใจ แต่ก็ยังกังขาในศักยภาพทางธุรกิจของ VEED เนื่องจากแพลตฟอร์มยังไม่มีรายรับ (เพราะในขณะนั้นเปิดให้ใช้งานฟรีสำหรับผู้ใช้ทุกราย) และสุดท้ายจึงตัดสินใจไม่รับเข้าร่วมโครงการ
การถูกปฏิเสธครั้งนั้นเป็นแรงผลักดันให้ผู้ร่วมก่อตั้งทั้งสองทุ่มเต็มที่กับสปรินต์ 48 ชั่วโมง เพื่อสร้างโมเดลรายรับจากการเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้าที่สามารถเปลี่ยนผู้ใช้หลายสิบคนให้กลายเป็นผู้สมัครใช้บริการที่ชำระเงินได้จริง โดยหวังว่าจะช่วยเปิดโอกาสให้ได้กลับไปพูดคุยกับ Y Combinator อีกครั้งก่อนเดินทางกลับลอนดอน การจะไปให้ถึงเป้าหมายนั้นได้ จำเป็นต้องมีพาร์ทเนอร์ด้านการชำระเงินและการเรียกเก็บเงินที่มีเทคโนโลยีตอบโจทย์นักพัฒนาและติดตั้งใช้งานได้ง่าย
ในเวลาเดียวกัน ทั้งคู่ก็มองไกลกว่าการสร้างรายได้ในช่วงเริ่มต้น และมองหาผู้ให้บริการด้านการชำระเงินและการเรียกเก็บเงินที่พร้อมรับมือความท้าทายของธุรกิจ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นความยืดหยุ่นในการเพิ่มระดับการสมัครใช้งานตามการขยายตัวของฐานผู้ใช้ VEED และการรองรับวิธีชำระเงินที่หลากหลายเพื่อให้เข้าถึงผู้ใช้งานได้ทั่วโลก เท่ากับว่าพวกเขาต้องการพาร์ทเนอร์ที่มีฟีเจอร์ครบครันและเทคโนโลยีที่คล่องตัว ซึ่งสามารถขยายไปพร้อมกับการเติบโตของบริษัทได้
โซลูชัน
VEED เลือก Stripe ทันทีเพื่อนำมาใช้เป็นโซลูชันด้านการเรียกเก็บเงิน "ทุกคนรู้กันดีว่า Stripe เป็นตัวเลือกที่ใช้งานกัน" Keynejad กล่าว"เป็นแพลตฟอร์มเดียวเลยที่เป็นมิตรกับนักพัฒนา" ในฐานะที่เป็นวิศวกร ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัททั้งสองชื่นชมเอกสารประกอบของ Stripe ที่ชัดเจน แม่นยำ และเข้าใจง่าย รวมถึง API ที่ออกแบบมาให้ใช้งานสะดวก และความสามารถในการจัดการการชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า
VEED ใช้เวลาช่วง "สุดสัปดาห์แห่งการเขียนโค้ดอย่างเข้มข้น" ตามคำเรียกของ Keynejad เพื่อนำ Stripe Billing มาผสานเข้ากับแพลตฟอร์มของตัวเอง ส่งผลให้ภายในเช้าวันจันทร์ถัดมา ก็มีผู้ใช้ที่เริ่มชำระเงินแล้วถึง 20 ราย แม้ผลลัพธ์นี้จะยังไม่เพียงพอให้ Y Combinator ตัดสินใจลงทุน แต่ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ส่งให้ VEED เดินหน้าสู่เส้นทางการเติบโตอย่างจริงจัง Stripe Billing มอบเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับการจัดการวงจรการเรียกเก็บเงินตามรอบบิลแบบอัตโนมัติ ตั้งแต่การสมัครใช้บริการใหม่ การจัดการการเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้า ไปจนถึงการต่ออายุหรือยกเลิกการใช้งาน นอกจากนี้ ความยืดหยุ่นในการออกแบบโมเดลสมาชิกยังช่วยให้ VEED สามารถทดลองโมเดลค่าบริการใหม่ๆ และปรับระดับการสมัครใช้งานให้สอดคล้องกับการเติบโตของบริษัทได้
การผสานการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง Billing กับ Stripe Payments ยังช่วยให้ VEED ใช้ประโยชน์จากการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบสิทธิ์และเครื่องมือการกู้คืนการชำระเงินที่มีมาให้ในตัว เพื่อลดปัญหาการชำระเงินล้มเหลวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น VEED ใช้ระบบอัปเดตข้อมูลบัตรอัตโนมัติเพื่ออัปเดตรายละเอียดของบัตรโดยอัตโนมัติเมื่อบัตรของลูกค้าหมดอายุหรือถูกเปลี่ยนใหม่, Adaptive Acceptance ที่ใช้ AI ตรวจจับและลองชำระเงินซ้ำในกรณีที่ถูกปฏิเสธเนื่องจากความผิดพลาดแบบเรียลไทม์, โทเค็นเครือข่ายซึ่งช่วยแทนที่หมายเลขบัญชีหลักด้วยตัวระบุที่ปลอดภัยและไม่ซ้ำ เพิ่มความลื่นไหลและความปลอดภัยในการประมวลผลการชำระเงิน และ Smart Retries ที่ช่วยจัดการกรณีวงเงินไม่เพียงพอ ด้วยการเลือกวันและเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการลองชำระเงินอีกครั้ง
เมื่อเร็วๆ นี้ VEED ได้นำ Stripe Payment Element ซึ่งเป็นองค์ประกอบ UI ที่ปลอดภัยและผสานรวมในระบบได้ง่าย มาใช้เพื่อรองรับวิธีการชำระเงินที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต, Apple Pay, Google Pay, PayPal และ iDEAL
เพื่อยกระดับอัตราการชำระเงินสำเร็จให้ดียิ่งขึ้น ตอนนี้ VEED เลือกใช้ Stripe Radar for Fraud Teams ในการรับมือกับการฉ้อโกง ระบบตรวจจับการฉ้อโกง Radar ที่มีมาให้ใน Stripe ใช้โมเดล AI ซึ่งเทรนด้วยข้อมูลธุรกรรมทั่วโลกหลายล้านรายการ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมของ VEED และจับสัญญาณรูปแบบการฉ้อโกงที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด รวมถึงธุรกรรมที่อาจมีความเสี่ยง Radar for Fraud Teams ต่อยอดจากพื้นฐานนี้โดยช่วยให้ผู้ใช้ Stripe ที่ไม่ใช่สายเทคนิคของ VEED สามารถสร้างกฎที่กำหนดเองได้อย่างง่ายดายและปรับเปลี่ยนกฎได้ทันทีเมื่อต้องการ
ผลลัพธ์
รายรับต่อปี 1 ล้านดอลลาร์ภายใน 1 ปีหลังจากผสานการทำงานกับ Billing
ด้วย Billing VEED สามารถก้าวจากเครื่องมือที่เปิดให้ใช้งานฟรี สู่ธุรกิจที่สร้างรายรับประจำต่อปี (ARR) 1 ล้านดอลลาร์ได้ภายในเวลาไม่ถึงปี และ ณ เดือนมิถุนายน 2025 บริษัทยังทำ ARR ได้มากกว่า 40 ล้านดอลลาร์ จากสมาชิกผู้ใช้บริการเกือบ 200,000 ราย
"เราได้ประโยชน์อย่างมากจากการให้ Stripe ดูแลทั้งระบบการชำระเงินและการเรียกเก็บเงินทั้งหมด" Jurn van Wissen ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสของ VEED กล่าว "API ของ Stripe ใช้งานง่ายมาก ช่วยลดเรื่องน่าปวดหัวในการสร้างรายได้สำหรับสตาร์ทอัพแบบนี้ไปได้เยอะ"
ความสะดวกในการทดลอง ช่วยให้ VEED ปรับตัวรับความต้องการด้านการเรียกเก็บเงินที่เปลี่ยนแปลงได้
ความสามารถในการออกแบบโมเดลการสมัครใช้งานที่ยืดหยุ่นของ Stripe Billing เปิดโอกาสให้ VEED ได้ทดลองแนวทางใหม่ๆ และปรับปรุงข้อเสนอของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรไปพร้อมกับการมอบเครื่องมือที่ลูกค้าต้องการ ในราคาที่เข้าถึงได้ "ทีมดูแลด้านการสร้างรายได้ของเราทำการทดลองราว 50 ครั้งต่อปี" van Wissen กล่าว "Stripe ช่วยให้ตั้งค่า จัดการ และคง SKU เดิมได้สะดวก ทำให้เราสามารถทดสอบโครงสร้างค่าบริการและรูปแบบแพ็กเกจได้อย่างคล่องตัว"
VEED จะยังคงใช้เทคโนโลยีของ Stripe เป็นแกนหลักในการปรับปรุงค่าบริการต่อไป "เราน่าจะได้เห็นการทดลองใช้โมเดลการเรียกเก็บเงินตามการใช้งานและระบบวัดการใช้งานมากขึ้น" van Wissen กล่าว "เมื่อ AI เข้ามาช่วยให้เวิร์กโฟลว์มีประสิทธิภาพขึ้น วิดีโอระดับมืออาชีพที่เคยต้องใช้ทีมงานทั้งชุด ตอนนี้ผู้ใช้เพียงคนเดียวที่ไม่ใช่มืออาชีพด้านการตัดต่อก็สามารถสร้างได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบริษัทวิดีโอ AI จำนวนมากถึงเริ่มหันมาทดลองใช้เมตริกชี้วัดมูลค่าแบบต่างๆ"
รายรับเพิ่มขึ้น 1.6 ล้านดอลลาร์ต่อปีจากการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบสิทธิ์ของ Stripe
การใช้ Adaptive Acceptance, ระบบอัปเดตข้อมูลบัตรอัตโนมัติ และโทเค็นเครือข่ายของ Stripe ช่วยให้ VEED เพิ่มรายได้ได้ถึง 1.6 ล้านดอลลาร์ต่อปี จากอัตราการอนุมัติที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ตัวเลขนี้บอกทุกอย่างได้ด้วยตัวมันเอง" van Wissen กล่าว "การมี Stripe ทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อช่วยกู้คืนรายรับลักษณะนี้ และลดอัตราการยกเลิกก่อนเวลาอันควร ช่วยลดเรื่องน่ากังวลไปได้หนึ่งเปลาะ"
กู้คืนการชำระเงินได้ 1.8 ล้านดอลลาร์จาก Smart Retries
การใช้ Smart Retries ช่วยให้ VEED ปรับกลยุทธ์การกู้คืนการชำระเงินที่ไม่สำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพียงในช่วงปีที่ผ่านมา Smart Retries ก็สามารถกู้คืนรายได้จากการชำระเงินที่ไม่สำเร็จได้ถึง 1.8 ล้านดอลลาร์
การเพิ่มวิธีการชำระเงินช่วยเพิ่มรายรับและปูทางให้ขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ
van Wissen ชี้ว่าการเพิ่มวิธีการชำระเงินนอกเหนือจากบัตรเครดิตช่วยให้ VEED เพิ่มอัตราคอนเวอร์ชันและรายรับได้อย่างชัดเจน ปัจจุบัน ประมาณ 20% ของการชำระเงินทั้งหมดของบริษัทมาจากช่องทางที่ไม่ใช่บัตรเครดิต
VEED วางแผนเดินหน้าขยายการรองรับวิธีการชำระเงินและสกุลเงินท้องถิ่นเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดสำคัญที่กำลังเติบโต ไม่ว่าจะเป็น ACH ในสหรัฐอเมริกา, การโอนเงินผ่านธนาคารทันทีแบบ SEPA ในสหภาพยุโรป และ Pix ในบราซิล
"ด้วย Payment Element คุณสามารถเปิดหรือปิดวิธีการชำระเงินต่างๆ ได้ทันทีจากใน UI ของ Stripe" van Wissen กล่าว "ช่วยประหยัดเวลาออกแบบไปได้มาก และยังได้ประโยชน์จากโซลูชันที่ปรับมาอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรกใช้งาน"
Radar for Fraud Teams ทำให้การฉ้อโกงไม่ใช่ปัญหา
VEED ปรับการใช้งาน Radar for Fraud Teams ให้เข้ากับความต้องการของตัวเอง ด้วยการทดสอบและปรับแต่งกฎอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตรวจจับการฉ้อโกงได้ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยไม่จับผลบวกลวงมากเกินไป "ได้ผลดีมากสำหรับเรา" van Wissen กล่าว "Stripe จัดระดับความเสี่ยงของแต่ละธุรกรรมให้อัตโนมัติ จากข้อมูลจำนวนมหาศาลที่รวบรวมจากธุรกรรมทั่วทั้งระบบของ Stripe เราเลยไม่ต้องมานั่งวิเคราะห์สัญญาณการฉ้อโกงเอง"
ถ้าไม่มี Stripe วันนี้ VEED คงไม่สามารถเติบโตมาเป็นบริษัทได้ขนาดนี้ นับตั้งแต่สุดสัปดาห์แรกที่เราเริ่มผสานการทำงานกับ Stripe และสร้างรายรับได้ VEED ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบันเรามีทีมงานกว่า 200 คน และมีผู้ใช้งานสร้างวิดีโอบนแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องมากถึง 10 ล้านคนต่อเดือน เป็นคุณค่ามหาศาลที่เราได้รับจากการร่วมงานกับ Stripe