ความท้าทาย
หลังจากก่อตั้งยิมเมื่อปี 2011 วิศวกรซอฟต์แวร์ Dan Uyemura ใช้เวลาหลายเดือนในการเจรจาข้อกำหนดการชำระเงินกับผู้ประมวลผลการชำระเงิน และมองหาซอฟต์แวร์การจัดการยิมที่จะช่วยลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการที่เขาต้องเผชิญในทุกๆ วันที่ยิมของตน "ซอฟต์แวร์ทั้งหมดที่มีอยู่นั้นไม่ไหวเลย" Uyemura กล่าว "ผมก็เลยพูดขึ้นมาว่า "งั้นเรามาสร้างซอฟต์แวร์ขึ้นมากัน" แทน"
ผลที่ได้ก็คือ PushPress ซึ่งมาพร้อมชุดเครื่องมือที่ช่วยลดความยุ่งยากในขั้นตอนการจัดการยิม ยกระดับประสบการณ์ของสมาชิก และให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลวิเคราะห์ที่สำคัญๆ โดย Uyemura และผู้ร่วมก่อตั้งทราบดีว่า การผสานการทำงานระบบการชำระเงินเข้ากับแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ใหม่ของคนเป็นปัจจัยสำคัญที่นำมาซึ่งความสำเร็จ เพราะเจ้าของยิมจะต้องตรวจสอบสถานะสมาชิกได้ที่ทางเข้าและรับชำระเงินได้หากจำเป็น Uyemura ยังจำได้ว่าเคยมีคนหลายสิบคนได้เข้ายิมฟรี เพราะคนกลุ่มนี้ซื้อบัตรเข้า 10 คลาส แต่ไม่เคยมีการตรวจสอบจริงๆ เลย
"การรวมการชำระเงินเข้ากับการดำเนินงานเป็นเรื่องสำคัญมากๆ" Uyemura กล่าว
ทีม PushPress คิดที่จะสร้างระบบการรับชำระเงินขึ้นมาใหม่ทั้งหมด และทำตามแนวทางขององค์กรการขายอิสระ (Independent Sales Organization: ISO) ซึ่งจะต้องมีการผันตัวมาเป็นบริษัทที่ให้บริการสำหรับผู้ค้าเอง แต่ก็ต้องใช้เวลางานดำเนินงานด้านวิศวกรรมหลายเดือน นี่ยังไม่ได้พูดถึงภาระด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่หนักหน่วง ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้เป็นสิ่งที่สตาร์ทอัพต่างจัดการได้ยาก ดังนั้น ทีมนี้ก็เลยหวังว่าจะพบโซลูชันสำเร็จรูปที่จะช่วยลดภาระให้กับทีมงานและช่วยให้ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น และเนื่องจากเจ้าของยิมในตลาดต่างประเทศให้ความสนใจแพลตฟอร์มนี้ ผู้ก่อตั้ง PushPress ทราบดีว่า ตนจะต้องดำเนินงานด้วยสกุลเงินต่างประเทศให้ได้ด้วยเพื่อรองรับกลยุทธ์ในระยะยาว และเนื่องจากโมเดลธุรกิจของเจ้าของยิมมีการชำระเงินตามรอบบิลและกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันไป PushPress จึงต้องเสนอตัวเลือกที่หลากหลายในการรับชำระเงินและตรวจสอบยืนยันสถานะทางการเงินของผู้ใช้บริการยิม
PushPress ยังต้องการเครื่องมือเพื่อจัดการระดับการเรียกเก็บเงินตามรอบบิล เช่น ระดับฟรีสำหรับยิมที่เพิ่งเปิดใหม่และระดับแบบชำระเงินสำหรับธุรกิจที่อยู่ตัวแล้ว และเมื่อแพลตฟอร์มนี้มีลูกค้าและธุรกรรมจำนวนมาก PushPress จึงทราบดีว่าจะต้องมีเครื่องมือการรายงานและการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้นำข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับธุรกรรมเข้าสู่ระบบการจัดการทางการเงินได้ง่ายๆ
โซลูชัน
Uyemura และทีมตัดสินใจเปิดตัวแพลตฟอร์มด้วย Stripe Connect หลังจากที่มองหา API จากผู้ประมวลผลรายอื่นๆ และคิดที่จะพัฒนาการผสานการทำงานระบบการชำระเงินขึ้นเองโดยไม่พึ่งพาร์ทเนอร์ โดย Connect ช่วยให้แพลตฟอร์มนี้สามารถผสานการทำงานระบบการชำระเงินเข้ากับผลิตภัณฑ์ได้ ยิมต่างๆ จึงประมวลผลการชำระเงินได้อย่างราบรื่นโดยใช้แพลตฟอร์มของ PushPress "เราลงทะเบียนแล้วก็ผสานเข้ากับผลิตภัณฑ์เลย" Uyemura กล่าว "เราพร้อมดำเนินการเป็นอย่างดีตั้งแต่วันแรกเลย"
ประสบการณ์การชำระเงินแบบครบวงจรของ Stripe (ตั้งแต่การรับชำระเงินไปจนถึงการเบิกจ่าย) ช่วยให้ PushPress สามารถกำหนดให้การชำระเงินเป็นศูนย์กลางของแพลตฟอร์มและการดำเนินงานของยิมได้ ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีคนเช็คอินเข้าใช้บริการ PushPress ก็สามารถตรวจสอบสถานะสมาชิกและตรวจสอบได้มีการชำระเงินค่าเข้าแล้ว โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาติดขัดสำหรับเจ้าของยิม วิธีนี้ช่วยให้แน่ใจว่า เจ้าของและโค้ชสอนออกกำลังกายจะไม่เสียเวลาโดยไม่จำเป็นในการตรวจสอบผู้เข้าคลาสกับระบบการชำระเงินก่อนเริ่มแต่ละคลาส หรือปล่อยให้มีคนมาเข้าคลาสได้แบบฟรีๆ
ฟีเจอร์หนึ่งที่ทำให้ Connect น่าสนใจก็คือกระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่ราบรื่นสำหรับผู้ใช้ใหม่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ PushPress บรรลุเป้าหมายในการช่วยให้เจ้าของยิมดำเนินงานได้สะดวกขึ้น เมื่อมีการยืนยันตัวตนตั้งแต่แรกและการอัปเดตการปฏิบัติตามข้อกำหนดโดยอัตโนมัติ กระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่โฮสต์ในระบบ Stripe จะช่วยลดข้อผิดพลาดจากผู้ใช้ และช่วยให้เจ้าของยิมลงทะเบียนได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในไม่กี่นาที
PushPress นำ Stripe Payments มาใช้เพื่อจัดการการชำระเงินในสกุลเงินท้องถิ่น การขยายธุรกิจสู่ระดับสากลจึงทำได้ง่ายๆ เพียงแค่คลิกปุ่ม (ทุกที่ซึ่ง Stripe ให้บริการอยู่แล้ว) การนำระบบนี้มาใช้ช่วยให้ยิมต่างๆ สามารถเลือกรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตที่ต้องการได้ รวมถึงการหักบัญชีอัตโนมัติแบบ SEPA ในสหภาพยุโรปและการหักบัญชีอัตโนมัติแบบ BECS ในออสเตรเลีย ทั้งนี้ ในอนาคต PushPress มีแผนที่จะใช้ Payment Element (องค์ประกอบ UI แบบฝังได้) เพื่อช่วยให้เข้าถึงวิธีการชำระเงินได้มากกว่า 100 วิธีด้วยสกุลเงินต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลก
"Payment Element ช่วยให้นักพัฒนาอย่างเราสามารถเปิดและปิดวิธีการชำระเงินต่างๆ ได้ง่ายขึ้นมาก" Brian Aung ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง PushPress และดำรงตำแหน่ง Head of Fintech กล่าว
นอกจากนี้ PushPress ยังใช้ Financial Connections เพื่อให้เจ้าของยิมตรวจสอบสิทธิ์ข้อมูลธนาคารของสมาชิกได้ด้วย ซึ่งช่วยให้ยิมนำ ACH มาใช้เป็นวิธีการชำระเงินสำหรับการสมัครสมาชิกแบบประจำได้ง่ายๆ
PushPress ได้นำ Stripe Billing ที่เป็นซอฟต์แวร์การเรียกเก็บเงินแบบไม่ต้องเขียนโค้ดมาใช้ ซึ่งช่วยให้ PushPress จัดการระดับการชำระเงินตามรอบบิลต่างๆ ที่นำเสนอได้อย่างง่ายดายเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในการเรียกเก็บเงิน
นอกจากนี้ บริษัทนี้ยังนำ Stripe Radar มาใช้ด้วย ซึ่งจะใช้ AI ที่ผ่านการฝึกจากข้อมูลของบริษัทหลายล้านแห่งทั่วโลกเพื่อตรวจจับและบล็อกการฉ้อโกง PushPress ยังใช้ประโยชน์จาก Stripe Data Pipeline ด้วย โดยจะส่งข้อมูลและรายงานใน Stripe ที่เป็นปัจจุบันของ PushPress ไปยังคลังข้อมูล เพื่อให้บริษัทนี้สามารถใช้ทั้งการสืบค้นแบบกำหนดเองและรายงานในตัวของ Stripe เพื่อรับข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจได้
ผลลัพธ์
การเป็นพาร์ทเนอร์กับ Stripe ช่วยให้ PushPress เปิดตัวได้ในไม่กี่สัปดาห์ แทนที่จะต้องใช้เวลาหลายเดือน
การที่ Connect รองรับโซลูชันระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวที่เป็นไปตามข้อกำหนดอย่างครบถ้วนได้ตั้งแต่แรก รวมถึงการผสานการทำงานเทคโนโลยี Stripe เข้ากับแพลตฟอร์มการจัดการยิมของบริษัทได้ง่าย ก็ช่วยให้ PushPress ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น โดยบริษัทนี้ผสานการทำงาน Connect เสร็จสิ้นในไม่กี่สัปดาห์ จากปกติที่จะต้องใช้เวลาหลายเดือนในการจัดตั้ง ISO
ขณะนี้ PushPress ให้บริการยิมกว่า 5,000 แห่งและประมวลผลปริมาณการชำระเงินกว่า 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การเป็นพาร์ทเนอร์กับ Stripe ตั้งแต่วันแรกเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ PushPress เติบโตขึ้นนับตั้งแต่ตอนเปิดตัวเมื่อกว่า 1 ทศวรรษที่แล้ว โดยในปัจจุบัน บริษัทนี้ให้บริการยิมมากกว่า 5,000 แห่ง และประมวลผลปริมาณการชำระเงินกว่า 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยมีการเติบโตกว่า 50% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี สาเหตุหลักเป็นเพราะแพลตฟอร์มสามารถฝังชุดผลิตภัณฑ์ที่ผสานการทำงานแบบครบครันของ Stripe เข้ากับหัวใจสำคัญของประสบการณ์ของผู้ใช้ได้ ซึ่งช่วยให้เจ้าของยิมได้รับประสบการณ์ทางการเงินที่ราบรื่น
ขณะนี้เจ้าของยิมพร้อมใช้งานภายใน 3-5 นาทีด้วยกระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่โฮสต์ในระบบ Stripe
การเริ่มต้นความสัมพันธ์ทางธนาคารครั้งใหม่อาจเป็นเรื่องยากสำหรับเจ้าของยิม ซึ่งต้องเจรจากับผู้ประมวลผลการชำระเงินนานหลายสัปดาห์ แต่ Stripe Connect ช่วยดำเนินการให้แทบจะทันที "กระบวนการเริ่มต้นใช้งาน Connect ของผู้ใช้จะเป็นแบบ "กรอกแบบฟอร์ม แค่นี้คุณก็จะมีบัญชีแล้ว"" Uyemura กล่าว "แนวทางนี้เป็นหัวใจสำคัญของทุกๆ เรื่อง"
API ของ Stripe ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีวิศวกรระบบการชำระเงินมานานกว่า 1 ทศวรรษ
การผสานการทำงาน Stripe ได้สะดวกง่ายดายช่วยให้ PushPress ไม่ต้องจ้างวิศวกรซอฟต์แวร์มานานกว่า 1 ทศวรรษแล้ว PushPress ได้ขยายธุรกิจเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเพิ่ม CRM, แอปที่มีแบรนด์, แอปติดตามการออกกำลังกาย และความคุ้มครองการประกันภัยที่ปรับให้เข้ากับยิมต่างๆ โดยเฉพาะ ซึ่งทั้งหมดนี้ยังคงใช้ API แบบเดิมของ Stripe อยู่ แม้ว่า Stripe จะเพิ่มฟังก์ชันเข้ามาเพื่อรองรับแพลตฟอร์มและผู้ใช้อยู่เรื่อยๆ ก็ตาม
PushPress ขยายธุรกิจไปยัง 34 ประเทศ
ตั้งแต่เปิดตัวมา PushPress ก็ให้ยิมระดับสากลต่างๆ เข้ามาเริ่มต้นใช้งานได้โดยแทบไม่ต้องทำงานเพิ่มเติม เพราะ Payments สามารถให้บริการลูกค้าได้ใน 195 ประเทศและรองรับสกุลเงินได้กว่า 135 สกุลเงิน
ปัจจุบัน PushPress ดำเนินงานใน 34 ประเทศและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยรองรับยิมระดับสากลกว่า 800 แห่ง
"เราออกสู่ตลาดได้อยู่เสมอ และบอกเลยว่า เราดำเนินงานในทุกประเทศที่มี Stripe ให้บริการ" Uyemura กล่าว "และเราก็ไม่ต้องทำอะไรมากนักด้วย"
Financial Connections ช่วยให้เจ้าของยิมมีความยืดหยุ่นอย่างที่ต้องการ
Financial Connections ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแชร์ข้อมูลทางการเงินได้อย่างปลอดภัย และการตรวจสอบรายละเอียดธนาคารของสมาชิกยิมได้ก็ช่วยให้ยิมบน PushPress มีความยืดหยุ่นมากขึ้นจากวิธีการชำระเงินที่ให้บริการ ทั้งนี้ ยิมบางแห่งอาจมองว่า การเบิกจ่ายที่รวดเร็วขึ้นในการประมวลผลบัตรเครดิตก็คุ้มกับค่าธรรมเนียม แต่บางแห่งอาจเลือกที่จะประหยัดค่าธรรมเนียมโดยรับชำระเงินแบบ ACH แทนแม้ว่าจะต้องรอนานขึ้นกว่าเงินจะเข้าก็ตาม "สำหรับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก การเลือกแนวทางการชำระเงินได้นั้นเป็นเรื่องสำคัญมากทีเดียว" Uyemura กล่าว
Stripe เปิดใช้ระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวได้ด้วยตัวเอง โดยช่วยให้เจ้าของยิมอย่างฉันสามารถสร้างแพลตฟอร์ม SaaS และเปลี่ยนให้เป็นธุรกิจมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้ เราไม่เคยมีพาร์ทเนอร์รายไหนที่สร้างผลลัพธ์ให้กับธุรกิจของเราได้มากเท่ากับ Stripe มาก่อน