ความท้าทาย
Hapana เปิดตัวในปี 2014 ในรูปแบบแพลตฟอร์ม SaaS เพื่อช่วยให้โค้ชออกกำลังส่วนตัวสามารถดึงดูดและรักษาลูกค้าไว้ได้ แต่ในเวลาต่อมาก็ได้พัฒนาไปสู่แพลตฟอร์มจัดการระบบสมาชิกแบบครบวงจรสำหรับเจ้าของยิมขนาดเล็ก และในปี 2016 บริษัทได้ผสานการทำงานของ Stripe Connect เข้ากับแพลตฟอร์มของตนเองเพื่อให้ยิมต่างๆ สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากสมาชิกผ่านช่องทางออนไลน์ได้
ภายในปี 2023 Hapana ได้ขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจากยิมขนาดเล็กไปสู่ระดับองค์กรขนาดใหญ่ ธุรกิจฟิตเนสที่มีหลายสาขา และแฟรนไชส์ฟิตเนสระดับโลก ในการให้บริการลูกค้ากลุ่มนี้ได้ดียิ่งขึ้นนั้น Hapana จำเป็นต้องขยายขีดความสามารถในการประมวลผลการชำระเงิน และปรับปรุงวิธีการจัดสรรเงินระหว่างบัญชีต่างๆ โดยลำดับความสำคัญสูงสุดของบริษัทคือการบริหารจัดการกระแสเงินสดที่ซับซ้อนระหว่างสมาชิก ยิมแต่ละสาขา และบริษัทแม่ ตัวอย่างเช่น การประมวลผลการจ่ายค่าสิทธิ์ และเงินคืนในระดับโลก นอกจากนี้ ลูกค้ายิมรายใหญ่ยังต้องการใช้ประโยชน์จากขนาดธุรกิจและปริมาณธุรกรรมที่สูง เพื่อให้ได้เงื่อนไขค่าธรรมเนียมในการประมวลผลการชำระเงินที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นอีกด้วย
เนื่องจากแฟรนไชส์ขนาดใหญ่มักดำเนินธุรกิจในหลายประเทศ Hapana จึงต้องการโซลูชันเพื่อจัดการกระบวนการเริ่มต้นใช้งานและรับรองการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่แตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่ตั้งของลูกค้า นอกจากนี้ บริษัทยังต้องการช่วยให้ยิมต่างๆ หาลูกค้าได้มากขึ้น ด้วยการเพิ่มวิธีการชำระเงินสำหรับการเก็บค่าสมาชิก เช่น กระเป๋าเงินดิจิทัล และการหักบัญชีธนาคารโดยตรงที่สามารถใช้งานได้ในประเทศต่างๆ
“แบรนด์ที่มีหลายสาขาและแบรนด์แฟรนไชส์ระดับโลกต่างเลือกใช้ Hapana เพื่อเข้าถึงตลาดสากลผ่านพาร์ทเนอร์ด้านซอฟต์แวร์เพียงรายเดียวที่รวมทุกอย่างไว้ด้วยกัน” Jarron Aizen, CEO และผู้ก่อตั้ง Hapana กล่าว “พวกเขาต้องการความสามารถในการปลดล็อกระบบจัดการกระแสเงินสดขั้นสูง และนำเสนอวิธีการชำระเงินภายในประเทศที่หลากหลาย ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาอัตราค่าธรรมเนียมต้นทุนที่แข่งขันได้ในทุกภูมิภาคด้วย”
ในท้ายที่สุด Hapana พบว่าลูกค้าในระดับองค์กรมีความต้องการการสนับสนุนลูกค้าที่มากกว่า บริษัทจึงต้องการความมั่นใจว่าพาร์ทเนอร์ทางเทคโนโลยีจะให้การสนับสนุนที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษแก่ทีมงานของ Hapana ได้ เพื่อให้พนักงานสามารถส่งมอบบริการในระดับนั้นให้แก่ลูกค้าได้
โซลูชัน
ในปี 2023 Hapana ได้ปรับปรุงการผสานการทำงานของ Connect ที่มีอยู่เดิมเพื่อรองรับฐานลูกค้าแบบหลายสาขาที่กำลังเติบโตได้ดียิ่งขึ้น
ทีมพัฒนาของ Hapana ได้ทำงานร่วมกับทีมบริการเฉพาะทางของ Stripe เพื่อวางแผนผังกระแสเงินสดที่ซับซ้อนของธุรกิจแฟรนไชส์แบบหลายสาขาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมทั้งพัฒนากฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินจะถูกจัดสรรอย่างถูกต้องระหว่างบริษัทแม่ ผู้ดำเนินงานแฟรนไชส์ และ Hapana
นอกจากนี้ Hapana ยังได้เลือกโมเดลราคาแบบใหม่ภายในการผสานการทำงานกับ Connect โดยในปี 2016 Hapana เคยยกหน้าที่การกำหนดราคาและการเรียกเก็บเงินให้ Stripe เป็นผู้ดูแล เพื่อช่วยให้สร้างรายได้จากการชำระเงินได้อย่างรวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องมีทีมกำหนดราคาโดยเฉพาะ ภายในปี 2023 บริษัทได้พัฒนามาถึงจุดที่จำเป็นและสามารถเข้ามาควบคุมการกำหนดราคาได้ด้วยตนเองมากขึ้น Hapana จึงปรับเปลี่ยนไปสู่โมเดลการสร้างรายได้แบบใหม่ที่มีความยืดหยุ่น และเริ่มกำหนดรวมถึงจัดเก็บค่าธรรมเนียมการประมวลผลด้วยตนเอง การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ Hapana สามารถกำหนดค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันสำหรับลูกค้าบนแพลตฟอร์ม เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการส่วนลดตามปริมาณธุรกรรม
Hapana ยังคงสามารถใช้งานกระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่โฮสต์โดย Stripe ซึ่งมาพร้อมกับระบบตรวจสอบข้อมูล รูปแบบการกรอก และการจัดการข้อผิดพลาดในตัว ด้วยกระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่ปรับแต่งมาเพื่อเพิ่มอัตราคอนเวอร์ชันของ Stripe ทำให้ Hapana สามารถแสดงชุดคำถามอัตโนมัติที่เหมาะสมกับภูมิภาคที่ลูกค้าตั้งอยู่ รวมถึงข้อกำหนดเฉพาะด้านกฎระเบียบและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่ได้
บริษัทยังได้นำ Payment Element ของ Stripe มาใช้งาน เพื่อช่วยให้เจ้าของยิมสามารถเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ และหาสมาชิกได้มากขึ้นด้วยการนำเสนอวิธีการชำระเงินที่นิยมที่สุดในภูมิภาคนั้นๆ จากการผสานการทำงานเพียงครั้งเดียว Hapana ได้เพิ่มกระเป๋าเงินดิจิทัล เช่น Apple Pay และ Google Pay รวมถึงตัวเลือกการหักบัญชีอัตโนมัติสำหรับประเทศต่างๆ เช่น Bulk Electronic Clearing System (BECS) ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์, Automated Clearing House (ACH) ในสหรัฐอเมริกา และ Single Euro Payments Area (SEPA) Direct Debits ในยุโรป นอกจากนี้ บริษัทยังได้เพิ่ม Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe เพื่อช่วยให้ขั้นตอนการชำระเงินรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย
Hapana ยังได้เลือกใช้แพ็กเกจการสนับสนุนของ Stripe เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการบริการลูกค้า โดยบริษัทได้เลือกการสนับสนุนระดับพรีเมียม ซึ่งประกอบด้วยผู้จัดการบัญชีด้านเทคนิคโดยเฉพาะ เพิ่มเติมจากการสนับสนุนผ่านทางโทรศัพท์ อีเมล และแชทตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
ผลลัพธ์
จำนวนสถานประกอบการฟิตเนสบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น 43.2% และประมวลผลการชำระเงินได้ถึง 300 ล้านดอลลาร์ต่อปี
Connect มอบระบบการรับชำระเงินที่ยืดหยุ่น ปรับขยายได้ และเชื่อถือได้ให้กับ Hapana ซึ่งสามารถผสานการทำงานเข้ากับแพลตฟอร์มได้อย่างง่ายดาย และปรับเปลี่ยนได้ตามกาลเวลาเพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เปลี่ยนไปและปริมาณการชำระเงินที่เพิ่มขึ้น นับตั้งแต่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Stripe นั้น Hapana มียอดสถานประกอบการฟิตเนสบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นถึง 43.2% และกำลังดำเนินไปตามเป้าหมายที่จะประมวลผลการชำระเงินได้ถึง 300 ล้านดอลลาร์ต่อปี
87% ของลูกค้า Hapana เป็นแฟรนไชส์แบบหลายสาขา
ด้วยความสามารถในการจัดการกระแสเงินสดขั้นสูงและการตั้งราคาแบบกำหนดเองได้ ทำให้ Hapana สามารถคว้าชัยและรักษาลูกค้าในกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นยิมแบบหลายสาขาได้มากขึ้น ปัจจุบัน ธุรกิจแบบหลายสาขาเหล่านี้คิดเป็น 87% ของฐานลูกค้าทั้งหมดของบริษัท
Hapana ขยายจาก 8 เป็น 17 ประเทศ
นับตั้งแต่ที่นำ Payment Element มาใช้เพื่อรองรับวิธีการชำระเงินในประเทศได้อย่างง่ายดายในปี 2023 Hapana ก็สามารถขยายธุรกิจไปยังประเทศใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วถึง 9 ประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ สิงคโปร์ และแคนาดา
กระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่โฮสต์โดย Stripe ช่วยเร่งการลงทะเบียนลูกค้ารายใหม่และทำให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดง่ายขึ้น
ก่อนที่จะใช้กระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่โฮสต์โดย Stripe นั้น Hapana ต้องพึ่งพากระบวนการสมัครที่กระจัดกระจาย ซึ่งกำหนดให้ลูกค้าต้องดำเนินการหลายขั้นตอนผ่านระบบที่แตกต่างกัน ขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนนี้มักส่งผลให้ต้องใช้เวลาดำเนินการถึง 3-4 วัน กว่าที่ Hapana จะสามารถลงทะเบียนลูกค้าใหม่บนแพลตฟอร์มได้ แต่การใช้ขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในกระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่โฮสต์โดย Stripe ช่วยขจัดขั้นตอนแบบออฟไลน์ที่ต้องทำด้วยมือและลดโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาด นอกจากนั้น ในปัจจุบันนี้ ระบบยังปรับเปลี่ยนตามการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบการชำระเงินโดยอัตโนมัติ ทำให้ทีมงานของ Hapana ไม่ต้องคอยตรวจสอบกฎระเบียบของหลายประเทศและคอยอัปเดตกระบวนการเริ่มต้นใช้งานทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง
“เรามั่นใจในการขยายธุรกิจไปทั่วโลก เพราะรู้ว่ามีผู้ดูแลเรื่องการปฏิบัติตามข้อกำหนด และ Stripe ก็มีกลไกด้านความเสี่ยงและการป้องกันที่แข็งแกร่ง” Aizen กล่าว
แพ็กเกจการสนับสนุนแบบชำระเงินช่วยมอบความอุ่นใจ
การอัปเกรดเป็นแพ็กเกจการสนับสนุนแบบชำระเงินช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองตามที่ Hapana ต้องการเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ารายใหญ่ อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทบอกว่าเทคโนโลยีของ Stripe นั้นเสถียรมากจนนักพัฒนาแทบจะไม่จำเป็นต้องใช้บริการสนับสนุนด้านเทคนิคเลย
“มันเหมือนเป็นการเติมพลังบวกเมื่อรู้ว่ามีทีมงานที่คอยสนับสนุนเราอยู่อีกด้านหนึ่ง ไม่เพียงเฉพาะในช่วงการเริ่มใช้งานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องด้วย” Aizen กล่าว
Stripe ช่วยให้ Hapana มีขีดความสามารถในการสร้างรายได้จากการชำระเงินในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในขณะที่เราดำเนินงานไปในแต่ละเดือน พร้อมกับปริมาณธุรกรรมที่เติบโตขึ้นและการวิเคราะห์ข้อมูลที่มากขึ้น เราก็กำลังค้นพบวิธีใหม่ๆ ในการผลักดันการเติบโตของรายได้หลัก