Hapana แพลตฟอร์มจัดการยิมระดับโลก ขยายขีดความสามารถในการประมวลผลการชำระเงินได้ถึง 300 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปีด้วย Stripe

Hapana ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในซิดนีย์ เป็นแพลตฟอร์มการให้บริการระบบซอฟต์แวร์ (SaaS) ระดับโลกสำหรับยิม สตูดิโอฟิตเนส และธุรกิจแฟรนไชส์ โซลูชันแบบครบวงจรนี้นำเสนอนำเสนอทั้งระบบจัดการสมาชิก การประมวลผลการชำระเงินค่าสมาชิก การจัดตารางคลาสเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัล เนื้อหาออนไลน์ และการตลาดอัตโนมัติ เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของสมาชิก ปัจจุบัน Hapana ให้บริการฟิตเนสคลับมากกว่า 900 แห่ง โดยมีสมาชิกกว่า 1.2 ล้านคนใน 17 ประเทศ

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้

    Connect
    Payments
    Elements
    Radar
    Link
ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
องค์กร

ความท้าทาย

Hapana เปิดตัวในปี 2014 ในรูปแบบแพลตฟอร์ม SaaS เพื่อช่วยให้โค้ชออกกำลังส่วนตัวสามารถดึงดูดและรักษาลูกค้าไว้ได้ แต่ในเวลาต่อมาก็ได้พัฒนาไปสู่แพลตฟอร์มจัดการระบบสมาชิกแบบครบวงจรสำหรับเจ้าของยิมขนาดเล็ก และในปี 2016 บริษัทได้ผสานการทำงานของ Stripe Connect เข้ากับแพลตฟอร์มของตนเองเพื่อให้ยิมต่างๆ สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากสมาชิกผ่านช่องทางออนไลน์ได้

ภายในปี 2023 Hapana ได้ขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจากยิมขนาดเล็กไปสู่ระดับองค์กรขนาดใหญ่ ธุรกิจฟิตเนสที่มีหลายสาขา และแฟรนไชส์ฟิตเนสระดับโลก ในการให้บริการลูกค้ากลุ่มนี้ได้ดียิ่งขึ้นนั้น Hapana จำเป็นต้องขยายขีดความสามารถในการประมวลผลการชำระเงิน และปรับปรุงวิธีการจัดสรรเงินระหว่างบัญชีต่างๆ โดยลำดับความสำคัญสูงสุดของบริษัทคือการบริหารจัดการกระแสเงินสดที่ซับซ้อนระหว่างสมาชิก ยิมแต่ละสาขา และบริษัทแม่ ตัวอย่างเช่น การประมวลผลการจ่ายค่าสิทธิ์ และเงินคืนในระดับโลก นอกจากนี้ ลูกค้ายิมรายใหญ่ยังต้องการใช้ประโยชน์จากขนาดธุรกิจและปริมาณธุรกรรมที่สูง เพื่อให้ได้เงื่อนไขค่าธรรมเนียมในการประมวลผลการชำระเงินที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นอีกด้วย

เนื่องจากแฟรนไชส์ขนาดใหญ่มักดำเนินธุรกิจในหลายประเทศ Hapana จึงต้องการโซลูชันเพื่อจัดการกระบวนการเริ่มต้นใช้งานและรับรองการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่แตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่ตั้งของลูกค้า นอกจากนี้ บริษัทยังต้องการช่วยให้ยิมต่างๆ หาลูกค้าได้มากขึ้น ด้วยการเพิ่มวิธีการชำระเงินสำหรับการเก็บค่าสมาชิก เช่น กระเป๋าเงินดิจิทัล และการหักบัญชีธนาคารโดยตรงที่สามารถใช้งานได้ในประเทศต่างๆ

“แบรนด์ที่มีหลายสาขาและแบรนด์แฟรนไชส์ระดับโลกต่างเลือกใช้ Hapana เพื่อเข้าถึงตลาดสากลผ่านพาร์ทเนอร์ด้านซอฟต์แวร์เพียงรายเดียวที่รวมทุกอย่างไว้ด้วยกัน” Jarron Aizen, CEO และผู้ก่อตั้ง Hapana กล่าว “พวกเขาต้องการความสามารถในการปลดล็อกระบบจัดการกระแสเงินสดขั้นสูง และนำเสนอวิธีการชำระเงินภายในประเทศที่หลากหลาย ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาอัตราค่าธรรมเนียมต้นทุนที่แข่งขันได้ในทุกภูมิภาคด้วย”

ในท้ายที่สุด Hapana พบว่าลูกค้าในระดับองค์กรมีความต้องการการสนับสนุนลูกค้าที่มากกว่า บริษัทจึงต้องการความมั่นใจว่าพาร์ทเนอร์ทางเทคโนโลยีจะให้การสนับสนุนที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษแก่ทีมงานของ Hapana ได้ เพื่อให้พนักงานสามารถส่งมอบบริการในระดับนั้นให้แก่ลูกค้าได้

โซลูชัน

ในปี 2023 Hapana ได้ปรับปรุงการผสานการทำงานของ Connect ที่มีอยู่เดิมเพื่อรองรับฐานลูกค้าแบบหลายสาขาที่กำลังเติบโตได้ดียิ่งขึ้น

ทีมพัฒนาของ Hapana ได้ทำงานร่วมกับทีมบริการเฉพาะทางของ Stripe เพื่อวางแผนผังกระแสเงินสดที่ซับซ้อนของธุรกิจแฟรนไชส์แบบหลายสาขาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมทั้งพัฒนากฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินจะถูกจัดสรรอย่างถูกต้องระหว่างบริษัทแม่ ผู้ดำเนินงานแฟรนไชส์ และ Hapana

นอกจากนี้ Hapana ยังได้เลือกโมเดลราคาแบบใหม่ภายในการผสานการทำงานกับ Connect โดยในปี 2016 Hapana เคยยกหน้าที่การกำหนดราคาและการเรียกเก็บเงินให้ Stripe เป็นผู้ดูแล เพื่อช่วยให้สร้างรายได้จากการชำระเงินได้อย่างรวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องมีทีมกำหนดราคาโดยเฉพาะ ภายในปี 2023 บริษัทได้พัฒนามาถึงจุดที่จำเป็นและสามารถเข้ามาควบคุมการกำหนดราคาได้ด้วยตนเองมากขึ้น Hapana จึงปรับเปลี่ยนไปสู่โมเดลการสร้างรายได้แบบใหม่ที่มีความยืดหยุ่น และเริ่มกำหนดรวมถึงจัดเก็บค่าธรรมเนียมการประมวลผลด้วยตนเอง การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ Hapana สามารถกำหนดค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันสำหรับลูกค้าบนแพลตฟอร์ม เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการส่วนลดตามปริมาณธุรกรรม

Hapana ยังคงสามารถใช้งานกระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่โฮสต์โดย Stripe ซึ่งมาพร้อมกับระบบตรวจสอบข้อมูล รูปแบบการกรอก และการจัดการข้อผิดพลาดในตัว ด้วยกระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่ปรับแต่งมาเพื่อเพิ่มอัตราคอนเวอร์ชันของ Stripe ทำให้ Hapana สามารถแสดงชุดคำถามอัตโนมัติที่เหมาะสมกับภูมิภาคที่ลูกค้าตั้งอยู่ รวมถึงข้อกำหนดเฉพาะด้านกฎระเบียบและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่ได้

บริษัทยังได้นำ Payment Element ของ Stripe มาใช้งาน เพื่อช่วยให้เจ้าของยิมสามารถเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ และหาสมาชิกได้มากขึ้นด้วยการนำเสนอวิธีการชำระเงินที่นิยมที่สุดในภูมิภาคนั้นๆ จากการผสานการทำงานเพียงครั้งเดียว Hapana ได้เพิ่มกระเป๋าเงินดิจิทัล เช่น Apple Pay และ Google Pay รวมถึงตัวเลือกการหักบัญชีอัตโนมัติสำหรับประเทศต่างๆ เช่น Bulk Electronic Clearing System (BECS) ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์, Automated Clearing House (ACH) ในสหรัฐอเมริกา และ Single Euro Payments Area (SEPA) Direct Debits ในยุโรป นอกจากนี้ บริษัทยังได้เพิ่ม Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe เพื่อช่วยให้ขั้นตอนการชำระเงินรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย

Hapana ยังได้เลือกใช้แพ็กเกจการสนับสนุนของ Stripe เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการบริการลูกค้า โดยบริษัทได้เลือกการสนับสนุนระดับพรีเมียม ซึ่งประกอบด้วยผู้จัดการบัญชีด้านเทคนิคโดยเฉพาะ เพิ่มเติมจากการสนับสนุนผ่านทางโทรศัพท์ อีเมล และแชทตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

ผลลัพธ์

จำนวนสถานประกอบการฟิตเนสบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น 43.2% และประมวลผลการชำระเงินได้ถึง 300 ล้านดอลลาร์ต่อปี

Connect มอบระบบการรับชำระเงินที่ยืดหยุ่น ปรับขยายได้ และเชื่อถือได้ให้กับ Hapana ซึ่งสามารถผสานการทำงานเข้ากับแพลตฟอร์มได้อย่างง่ายดาย และปรับเปลี่ยนได้ตามกาลเวลาเพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เปลี่ยนไปและปริมาณการชำระเงินที่เพิ่มขึ้น นับตั้งแต่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Stripe นั้น Hapana มียอดสถานประกอบการฟิตเนสบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นถึง 43.2% และกำลังดำเนินไปตามเป้าหมายที่จะประมวลผลการชำระเงินได้ถึง 300 ล้านดอลลาร์ต่อปี

87% ของลูกค้า Hapana เป็นแฟรนไชส์แบบหลายสาขา

ด้วยความสามารถในการจัดการกระแสเงินสดขั้นสูงและการตั้งราคาแบบกำหนดเองได้ ทำให้ Hapana สามารถคว้าชัยและรักษาลูกค้าในกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นยิมแบบหลายสาขาได้มากขึ้น ปัจจุบัน ธุรกิจแบบหลายสาขาเหล่านี้คิดเป็น 87% ของฐานลูกค้าทั้งหมดของบริษัท

Hapana ขยายจาก 8 เป็น 17 ประเทศ

นับตั้งแต่ที่นำ Payment Element มาใช้เพื่อรองรับวิธีการชำระเงินในประเทศได้อย่างง่ายดายในปี 2023 Hapana ก็สามารถขยายธุรกิจไปยังประเทศใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วถึง 9 ประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ สิงคโปร์ และแคนาดา

กระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่โฮสต์โดย Stripe ช่วยเร่งการลงทะเบียนลูกค้ารายใหม่และทำให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดง่ายขึ้น

ก่อนที่จะใช้กระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่โฮสต์โดย Stripe นั้น Hapana ต้องพึ่งพากระบวนการสมัครที่กระจัดกระจาย ซึ่งกำหนดให้ลูกค้าต้องดำเนินการหลายขั้นตอนผ่านระบบที่แตกต่างกัน ขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนนี้มักส่งผลให้ต้องใช้เวลาดำเนินการถึง 3-4 วัน กว่าที่ Hapana จะสามารถลงทะเบียนลูกค้าใหม่บนแพลตฟอร์มได้ แต่การใช้ขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในกระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่โฮสต์โดย Stripe ช่วยขจัดขั้นตอนแบบออฟไลน์ที่ต้องทำด้วยมือและลดโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาด นอกจากนั้น ในปัจจุบันนี้ ระบบยังปรับเปลี่ยนตามการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบการชำระเงินโดยอัตโนมัติ ทำให้ทีมงานของ Hapana ไม่ต้องคอยตรวจสอบกฎระเบียบของหลายประเทศและคอยอัปเดตกระบวนการเริ่มต้นใช้งานทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง

“เรามั่นใจในการขยายธุรกิจไปทั่วโลก เพราะรู้ว่ามีผู้ดูแลเรื่องการปฏิบัติตามข้อกำหนด และ Stripe ก็มีกลไกด้านความเสี่ยงและการป้องกันที่แข็งแกร่ง” Aizen กล่าว

แพ็กเกจการสนับสนุนแบบชำระเงินช่วยมอบความอุ่นใจ

การอัปเกรดเป็นแพ็กเกจการสนับสนุนแบบชำระเงินช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองตามที่ Hapana ต้องการเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ารายใหญ่ อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทบอกว่าเทคโนโลยีของ Stripe นั้นเสถียรมากจนนักพัฒนาแทบจะไม่จำเป็นต้องใช้บริการสนับสนุนด้านเทคนิคเลย
“มันเหมือนเป็นการเติมพลังบวกเมื่อรู้ว่ามีทีมงานที่คอยสนับสนุนเราอยู่อีกด้านหนึ่ง ไม่เพียงเฉพาะในช่วงการเริ่มใช้งานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องด้วย” Aizen กล่าว

รู้เสมอว่าคุณต้องจ่ายเท่าไร

ค่าบริการต่อธุรกรรมที่รวมไว้หมดแล้วโดยไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง

เริ่มต้นผสานการทำงาน

เริ่มใช้งาน Stripe ได้ภายใน 10 นาที