Mint Payments ใช้บริการจาก Stripe ในการประมวลผลธุรกรรมมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

Mint Payments เป็นบริษัทฟินเทคจากออสเตรเลียที่มุ่งเน้นการลดความซับซ้อนของการชำระเงินแบบครบวงจรสำหรับตัวแทนท่องเที่ยว ผู้ให้บริการทัวร์ และผู้ให้บริการของตน โดยบริษัทได้เลือกใช้ Stripe เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่แพลตฟอร์มการชำระเงิน ซึ่งรองรับทั้งการทำธุรกรรมออนไลน์, ณ จุดขาย และผ่านแอปสำหรับลูกค้าในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ ฮ่องกง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้

    Connect
    Payments
    Terminal
    Radar
    Atlas
ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
แพลตฟอร์ม

ความท้าทาย

ในฐานะผู้บุกเบิกนวัตกรรมฟินเทคยุคแรกเริ่ม Mint Payments เริ่มต้นธุรกิจในปี 2007 ด้วยการพัฒนาแอปพลิเคชันชำระเงินบนอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อให้ธนาคารในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์เช่าใช้ลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ภายในปี 2018 บริษัทได้ปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงกว่าเดิม โดยนำเสนอแพลตฟอร์มโซลูชันการชำระเงินและกระบวนการทำงานแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถรับชำระเงินจากลูกค้าและจ่ายเงินให้แก่ซัพพลายเออร์ของตนเองได้

ในช่วงแรก บริษัทมุ่งเป้าไปที่ธุรกิจในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเน้นที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ พร้อมวางแผนขยายตัวสู่ระดับสากลทั้งในสหราชอาณาจักร ยุโรป อเมริกาเหนือ และตลาดบางแห่งในเอเชียแปซิฟิก กระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าช่วยยืนยันกับ Alex Teoh ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ว่า Mint Payments มาถูกทางแล้วในการบรรลุเป้าหมายที่จะมอบโซลูชันเพื่อช่วยให้บริษัทตัวแทนท่องเที่ยวปรับปรุงขั้นตอนการเรียกเก็บเงินให้มีประสิทธิภาพและบริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น “เราเริ่มต้นด้วยพันธกิจนั้น และในทุกๆ วันเรามักจะคิดอยู่เสมอว่า ‘เราจะช่วยลูกค้าในเรื่องการเรียกเก็บเงินได้อย่างไรบ้าง’” Teoh กล่าว

ทว่าเมื่อถึงปี 2019 คุณ Teoh ตระหนักว่าเทคโนโลยีการชำระเงินเดิมของบริษัทกำลังกลายเป็นข้อจำกัดในการบรรลุเป้าหมายของโมเดลธุรกิจและศักยภาพการเติบโต การนำลูกค้าใหม่เข้าสู่กระบวนการเริ่มต้นใช้งานผ่านสถาบันผู้รับชำระเงินรายเดิมของ Mint นั้นต้องใช้ทรัพยากรบุคคลสูงมาก โดยมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการเองซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 35 วัน ซึ่งสร้างความล่าช้าให้แก่ลูกค้าใหม่ที่ต้องการเริ่มใช้งานโซลูชันของ Mint และส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์เริ่มแรกกับลูกค้า นอกจากนี้ ขั้นตอนดังกล่าวยังทำให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดในท้องถิ่นเป็นไปได้ยาก ในขณะที่พยายามขยายฐานลูกค้าบริษัทตัวแทนท่องเที่ยวและนำบริษัทเหล่านั้นเข้าสู่กระบวนการเริ่มต้นใช้งานในวงกว้าง

ในขณะเดียวกัน Mint ต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้นในด้านจำนวนวิธีการชำระเงินออนไลน์ที่สามารถนำเสนอให้แก่ลูกค้ากลุ่มตัวแทนท่องเที่ยว ซึ่งมักต้องให้บริการลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้วยปริมาณและมูลค่าการทำธุรกรรมที่สูงสำหรับการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดทั่วไป Mint จึงต้องการรองรับตัวเลือกการชำระเงินทางเลือกที่หลากหลายอย่างง่ายดาย เช่น Apple Pay, Google Pay และบริการซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง

ท้ายที่สุด Mint ต้องการขยายผลิตภัณฑ์ของตนโดยการรองรับการชำระเงินที่จุดขายของตัวแทนท่องเที่ยว ซึ่งคิดเป็น 30% ของธุรกรรมทั้งหมด แต่โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของบริษัททำให้การพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องใช้เงินทุนและเวลามากเกินไปสำหรับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัท ผลิตภัณฑ์ใหม่มักใช้เวลามากกว่าหนึ่งปีในการนำออกสู่ตลาด ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าหรือการเปลี่ยนแปลงของตลาด

โซลูชัน

Mint Payments เลือกใช้หลากหลายผลิตภัณฑ์จาก Stripe เพื่อมอบประสบการณ์ของผู้ใช้ที่ดีที่สุดสำหรับกระบวนการเริ่มต้นใช้งานของลูกค้าและการเรียกเก็บเงิน "ทั้ง Stripe และ Mint ต่างมีวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการเติบโต" Teoh กล่าว "การมีพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจความต้องการของเราอย่างแท้จริงจะช่วยให้เรามีโอกาสในการขยายธุรกิจได้อย่างเต็มที่"

Mint ได้ผสานการทำงาน Stripe Connect เข้ากับแพลตฟอร์มของตนโดยตรงเพื่อจัดสรรรายได้จากการชำระเงินผ่าน Mint Payments ไปยังตัวแทนท่องเที่ยวแต่ละราย และเนื่องจาก Connect รองรับการใช้งานในกว่า 45 ประเทศ การผสานการทำงานเพียงครั้งเดียวจึงครอบคลุมพื้นที่ธุรกิจเดิมของ Mint และรองรับการขยายตัวในอนาคต ช่วยลดความซับซ้อนและต้นทุน นอกจากนี้ Mint ยังผสานการทำงานกับกระบวนการเริ่มต้นใช้งานในระบบของ Stripe ได้อย่างราบรื่น เพื่อส่งมอบกระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่สะดวก ซึ่งมีระบบตรวจสอบความสอดคล้องตามข้อกำหนดด้านการป้องกันการฟอกเงิน (AML), รู้จักลูกค้าของคุณ (KYC) และระเบียบข้อบังคับท้องถิ่นโดยอัตโนมัติ Stripe Connect ช่วยปรับปรุงกระบวนการเริ่มต้นใช้งานสำหรับลูกค้าของ Mint ให้ดีขึ้นทันทีด้วยการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์และอนุมัติผลได้ทันทีเมื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของกระบวนการเริ่มต้นใช้งานทั้งหมดโดยไม่ต้องใช้พนักงานตรวจสอบ

การผสานการทำงาน Connect กับ Stripe Payments ทำให้ Mint สามารถขยายวิธีการชำระเงินทางเลือกเพิ่มเติมให้กับลูกค้าที่เป็นตัวแทนท่องเที่ยวได้ รวมถึงวิธีชำระเงินแบบซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง ทั้งใน Apple Pay และ Google Pay เนื่องจากวิธีการชำระเงินเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนโดยระบบการชำระเงินเดียวกันกับบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ลูกค้าจึงสามารถจัดการการชำระเงินออนไลน์ทั้งหมดผ่าน Mint Payments ได้

การผสานเทคโนโลยีของ Stripe เข้ากับแพลตฟอร์มช่วยให้ Mint สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมืออื่นๆ ของ Stripe เพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดได้ โดยในปี 2024 Mint ได้นำ Stripe Terminal มาใช้เพื่อรองรับการชำระเงินที่จุดขายสำหรับลูกค้าในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจาก Terminal สามารถผสานการทำงานกับ Connect และ Payments ได้อย่างง่ายดาย Mint จึงสามารถนำเสนอโซลูชันการชำระเงินแบบครบวงจรแก่ลูกค้า ซึ่งผสานรวมกับโซลูชันขั้นตอนการทำงานด้านการเดินทาง ทำให้ลูกค้าสามารถดูข้อมูลรวมธุรกรรมทั้งหมดของตนได้ในที่เดียว

ผลลัพธ์

Connect ช่วยทุ่นเวลาของกระบวนการเริ่มต้นใช้งานจากสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง

Connect ช่วยให้กระบวนการเริ่มต้นใช้งานของลูกค้า Mint Payments ง่ายขึ้นอย่างมาก โดยลดขั้นตอนที่เคยใช้เวลานานถึง 35 วัน ให้เหลือไม่ถึง 48 ชั่วโมง ซึ่งคิดเป็นการลดระยะเวลาลงถึง 94% คุณ Teoh กล่าวว่า "Connect เป็นแพลตฟอร์มที่มีความยืดหยุ่นสูงสำหรับเรา ซึ่งช่วยตอบโจทย์เรื่องการควบคุมประสบการณ์ของผู้ค้าได้อย่างครบวงจร ทั้งกระบวนการเริ่มต้นใช้งาน การบริหารความเสี่ยง รวมถึงกระบวนการ AML และ KYC"

Stripe ช่วยให้ Mint สร้างอัตราการเติบโตของยอดธุรกรรมรวมได้ถึง 275%

นับตั้งแต่เปลี่ยนมาใช้ Stripe และนำวิธีการชำระเงินออนไลน์ใหม่ๆ รวมถึงโซลูชันการชำระเงินที่จุดขายมาใช้ Mint Payments สามารถเพิ่มปริมาณธุรกรรมโดยรวมได้ถึง 275% จาก 800 ล้านดอลลาร์ในปี 2018 เป็น 3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024

Mint เปิดตัวโซลูชันการชำระเงินที่จุดขายในเวลาเพียง 6 สัปดาห์

โซลูชันการชำระเงินที่หลากหลายของ Stripe ช่วยให้ Mint Payments สามารถเพิ่มผลิตภัณฑ์และฟังก์ชันใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับการพัฒนาเองตั้งแต่ต้น ทำให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างทันท่วงที ตัวอย่างเช่น การใช้ Terminal ช่วยให้ Mint เปิดตัวผลิตภัณฑ์การชำระเงินที่จุดขายได้ภายในเวลาเพียง 6 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนที่ต้องใช้เวลากว่า 12–18 เดือน ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีขอบเขตและความซับซ้อนในระดับเดียวกัน

"การเปิดตัวผลิตภัณฑ์สำหรับการชำระเงินที่จุดขายภายในระยะเวลาเพียง 6 สัปดาห์ถือเป็นสถิติใหม่ ซึ่งช่วยให้เราสามารถเข้าถึงปริมาณธุรกรรมขาเข้าอีก 30% ที่เราไม่เคยตรวจพบมาก่อน" คุณ Teoh กล่าว

Stripe ช่วยให้ Mint รักษาตำแหน่งผู้นำด้านการชำระเงินระดับโลกไว้ได้

การมอบหมายให้ Stripe ดูแลระบบการรับชำระเงิน ทำให้ Mint สามารถทุ่มเทเวลาให้กับเทคโนโลยีหลัก การบริการลูกค้า และการตลาดผลิตภัณฑ์ เพื่อก้าวให้ทันเทรนด์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในเชิงรุก และขยายธุรกิจไปทั่วโลก

"นอกจากจะช่วยให้เราเปิดตัวผลิตภัณฑ์ได้เร็วขึ้นแล้ว Stripe ยังช่วยให้เราเข้าสู่ตลาดอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องลงทุนมหาศาล เราเพิ่งเปิดให้ลูกค้ารายแรกในสหรัฐฯ ใช้งานจริง โดยใช้เวลาดำเนินการไม่ถึงหกสัปดาห์ และ Stripe คือหัวใจสำคัญในแผนการขยายธุรกิจไปต่างประเทศของเรา" คุณ Teoh กล่าว

รู้เสมอว่าคุณต้องจ่ายเท่าไร

ค่าบริการต่อธุรกรรมที่รวมไว้หมดแล้วโดยไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง

เริ่มต้นผสานการทำงาน

เริ่มใช้งาน Stripe ได้ภายใน 10 นาที