ความท้าทาย
Mercury ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 เพื่อให้บริการธนาคารดิจิทัลที่ล้ำสมัยแก่สตาร์ทอัพ อุตสาหกรรมธนาคารแบบดั้งเดิมซึ่งพึ่งพาการติดต่อแบบพบหน้าและขาดการผสานการทำงานออนไลน์ ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและเติบโตอย่างรวดเร็วเหล่านี้ได้ Mercury จึงตั้งเป้าสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีบัญชีธนาคารออนไลน์เป็นศูนย์กลาง พร้อมอินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่ใช้งานง่ายและเครื่องมือทรงพลังที่จะช่วยปรับปรุงงานธนาคารพื้นฐานให้คล่องตัวขึ้น เช่น การโอนเงิน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Mercury ได้เพิ่มฟีเจอร์และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ลงในแพลตฟอร์มมากขึ้น รวมถึงบัตรเครดิตองค์กร เครื่องมือบริหารเงิน และซอฟต์แวร์ทางการเงิน เพื่อช่วยให้ลูกค้าปรับปรุงและทำให้การเงินของตนเป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น
เมื่อลูกค้าเริ่มจัดการงานด้านธนาคารและการเงินบน Mercury มากขึ้น บริษัทจึงมองเห็นโอกาสในการเพิ่มบริการที่เป็นประโยชน์อีกอย่างหนึ่งเข้าไปในข้อเสนอของตน นั่นคือการออกใบแจ้งหนี้ออนไลน์
"สตาร์ทอัพต้องการวิธีที่คล่องตัวในการจัดการการเงิน พวกเขาไม่ต้องการใช้เครื่องมือ 5 อย่างเพื่อจัดการสิ่งที่ควรเป็นกระบวนการเดียว" Katka Opocenska ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Mercury Invoicing กล่าว "ในฐานะฟินเทคที่มีบัญชีกระแสรายวัน เราจึงอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการผสานเวิร์กโฟลว์การออกใบแจ้งหนี้และการกระทบยอดการชำระเงินเข้าด้วยกันเป็นประสบการณ์ที่ราบรื่น"
ทีมพัฒนาของ Mercury สามารถสร้างโซลูชันการออกใบแจ้งหนี้ส่วนใหญ่ได้เองภายในองค์กร แต่เพื่อให้เวิร์กโฟลว์การออกใบแจ้งหนี้และการเรียกเก็บเงินเป็นประสบการณ์ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ Mercury จำเป็นต้องมีพาร์ทเนอร์สำหรับประมวลผลการชำระเงินออนไลน์
การหาพาร์ทเนอร์ที่มีแบรนด์ซึ่งได้รับความไว้วางใจและมีประวัติด้านนวัตกรรมในหมู่คอมมูนิตี้สตาร์ทอัพเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด เพื่อรักษาชื่อเสียงของ Mercury ในฐานะแพลตฟอร์มธนาคารที่ให้ความสำคัญกับดิจิทัลเป็นอันดับแรก และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของฐานลูกค้าหลักเมื่อบริษัทเหล่านั้นเติบโตขึ้น พาร์ทเนอร์รายนั้นยังต้องมีเทคโนโลยีที่พิสูจน์แล้วว่าเชื่อถือได้ ผสานการทำงานเข้ากับ Mercury ได้ง่าย และสามารถขยายธุรกิจไปพร้อมกับการเติบโตของ Mercury ได้
ด้วยความสัมพันธ์ด้านธนาคารที่มีอยู่ Mercury สามารถอำนวยความสะดวกในการชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ผ่าน ACH และการโอนเงินต่างชาติได้ แต่เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า บริษัทต้องการผู้ให้บริการชำระเงินที่สามารถประมวลผลวิธีการชำระเงินเพิ่มเติมที่ผู้ใช้ Mercury ต้องการ เพื่อให้การเก็บเงินตามใบแจ้งหนี้จากลูกค้าของตนทำได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น บัตรเครดิต บัตรเดบิต และกระเป๋าเงินดิจิทัล
โซลูชัน
ในปี 2024 Mercury เลือก Stripe เป็นพาร์ทเนอร์ด้านการชำระเงินสำหรับ Mercury Invoicing บริษัทนำ Stripe Connect มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายเงินที่เรียกเก็บจากการชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ไปยังผู้ใช้ Mercury และนำ Stripe Payments มาใช้เพื่อประมวลผลการชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ที่ชำระผ่านบัตรและกระเป๋าเงินดิจิทัล
ชื่อเสียงของ Stripe ในการให้บริการเทคโนโลยีการชำระเงินที่เป็นมิตรกับนักพัฒนา รวมถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ในหมู่คอมมูนิตี้สตาร์ทอัพ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของ Mercury "ลูกค้าหลายรายของเราคุ้นเคยกับ Stripe อยู่แล้ว การเลือก Stripe เป็นพาร์ทเนอร์จึงให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติและราบรื่นสำหรับเรา" Opocenska กล่าว
Mercury เลือกผสานการทำงานกับ Connect ในรูปแบบที่ช่วยเร่งเวลาในการออกสู่ตลาด และใช้ทรัพยากรจากทีมวิศวกรรมของตนน้อยลง เนื่องจากทีมกำลังยุ่งอยู่กับการพัฒนาฟีเจอร์อื่นๆ ของโซลูชันการออกใบแจ้งหนี้ ตัวอย่างเช่น Mercury เลือกใช้กระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่โฮสต์โดย Stripe สำหรับผู้ใช้ที่ลงทะเบียน Mercury payments ขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งานดังกล่าวช่วยให้ Stripe เชื่อมโยงผู้ใช้รายนั้นกับข้อมูลเข้าสู่ระบบ Stripe ที่มีอยู่ได้ หากผู้ใช้มีบัญชีอยู่แล้ว หรือสร้างบัญชีใหม่สำหรับผู้ใช้ Stripe ครั้งแรกได้
ทีม Mercury สร้างโปรแกรมออกใบแจ้งหนี้ของตนเองไว้ในแพลตฟอร์ม และออกแบบตัวเลือกการชำระเงินด้วยบัตรโดยใช้ Stripe Elements ซึ่งเป็นชุดคอมโพเนนต์ UI ที่ฝังได้ การเลือกใช้ Payment Element ช่วยให้ Mercury รักษารูปลักษณ์และประสบการณ์การใช้งานที่สอดคล้องกันสำหรับลูกค้าปลายทางได้ เมื่อใช้ Payment Element ผู้ใช้สามารถรับบัตรเครดิต บัตรเดบิต Apple Pay และ Google Pay นอกเหนือจาก ACH หรือการโอนเงินต่างชาติที่ Mercury รองรับอยู่แล้วได้ ฟังก์ชันการทำงานระดับโลกของ Stripe ยังหมายความว่าผู้ใช้ Mercury สามารถรับบัตรระหว่างประเทศจากลูกค้านอกสหรัฐอเมริกาได้ด้วย
ในฐานะบริการที่ผสานการทำงานอย่างเต็มรูปแบบภายในแพลตฟอร์ม Mercury โซลูชันการออกใบแจ้งหนี้ช่วยให้ผู้ใช้สร้าง ส่ง และติดตามใบแจ้งหนี้จากบัญชี Mercury ของตนได้ เมื่อมีการชำระใบแจ้งหนี้ด้วยบัตร เงินจะไหลผ่านบัญชี Stripe ของผู้ใช้และถูกโอนไปยังบัญชีธนาคาร Mercury ของผู้ใช้โดยอัตโนมัติภายในไม่กี่วัน ข้อมูลการชำระเงินจาก Stripe ช่วยให้ Mercury ติดตามการเคลื่อนไหวของเงินทั้งหมดทั่วทั้งแพลตฟอร์มได้ ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ที่เข้าสู่ระบบบัญชี Mercury จะเห็นได้ว่าใบแจ้งหนี้ได้รับการชำระแล้วเมื่อใด จึงมีมุมมองของลูกหนี้การค้าแบบเรียลไทม์ที่ถูกต้องแม่นยำ
ผลลัพธ์
ใช้เวลา 3 สัปดาห์ในการสร้างและเปิดตัว Mercury Invoicing เวอร์ชันเบต้า
การนำ Connect มาใช้และการเลือกกระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่โฮสต์โดย Stripe ช่วยเร่งเวลาในการออกสู่ตลาดของ Mercury หลังจากได้รับสิทธิ์เข้าถึง Connect ทีม Mercury ก็สามารถทดสอบการผสานการทำงานได้ภายใน 1 สัปดาห์ จากนั้นจึงทำตามกำหนดเวลาในการเปิดตัวเวอร์ชันเบต้าได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งานที่โฮสต์โดย Stripe ซึ่งแสดงแบบฟอร์มบนเว็บที่ปรับเปลี่ยนแบบไดนามิกตามความสามารถของบัญชี ประเภทธุรกิจ และประเทศ ช่วยให้ผู้ใช้เวอร์ชันเบต้าดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้ภายในไม่กี่นาที ทำให้ Mercury สามารถทดสอบโซลูชันใหม่ในตลาดได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากเวอร์ชันเบต้าประสบความสำเร็จ Mercury ก็สามารถเปิดตัวโซลูชันการออกใบแจ้งหนี้ให้แก่ผู้ใช้ทั้งหมดได้ในเดือนสิงหาคม 2024
โซลูชันการออกใบแจ้งหนี้ที่ผสานการทำงานนี้ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ Mercury ทันที "การเปิดตัวได้รับการตอบรับดีเยี่ยม และเกินความคาดหมายของเราไปมาก" Opocenska กล่าว
การเพิ่มวิธีการชำระเงินที่ไม่ใช่ธนาคารได้อย่างง่ายดายช่วยให้รับชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ได้เร็วขึ้น
ความง่ายในการผสาน Payment Element เข้ากับ Mercury Invoicing ช่วยให้บริษัทเปิดตัวพร้อมรองรับวิธีการชำระเงินหลายวิธี การชำระเงินด้วยบัตรคิดเป็นประมาณ 80% ของการชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ที่ประมวลผลผ่าน Stripe ส่วนกระเป๋าเงินดิจิทัลคิดเป็น 20% ที่เหลือ การรับบัตรเครดิตและกระเป๋าเงินดิจิทัลช่วยให้ผู้ใช้ Mercury มอบประสบการณ์การชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ที่ง่ายขึ้น และช่วยให้เก็บเงินค้างชำระได้เร็วขึ้น
"ประโยชน์ที่ได้รับไม่ได้มาจากการชำระเงินที่เร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังมาจากความสามารถในการสร้างใบแจ้งหนี้ได้เร็วขึ้นและติดตามการชำระเงินเหล่านั้นได้อย่างง่ายดายด้วย" Opocenska กล่าว "เราได้นำสิ่งที่เคยเป็นกระบวนการแบบแมนนวลสำหรับลูกค้าจำนวนมากมาสร้างเป็นเครื่องมือที่ทำทุกอย่างให้พวกเขาได้โดยพื้นฐาน"
เทคโนโลยีของ Stripe เป็นรากฐานสำหรับการอัปเกรดในอนาคต
"นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และฉันตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าเราจะต่อยอดไปได้ไกลแค่ไหนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ขณะที่เราสร้างโซลูชันลูกหนี้การค้าที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงสำหรับสตาร์ทอัพ" Opocenska กล่าว
หนึ่งในเหตุผลที่เราเลือก Stripe คือผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการชำระเงินแบบผสานการทำงานที่หลากหลายซึ่งบริษัทนำเสนอ และสามารถรองรับการขยายแพลตฟอร์มการดำเนินงานด้านธนาคารและการเงินแบบรวมศูนย์ของเราได้ และเรารู้ว่านี่คือแพลตฟอร์มที่สามารถขยายธุรกิจไปพร้อมกับผู้ใช้ของเราได้ เพราะ Stripe ขับเคลื่อนการชำระเงินในปริมาณสูงมากทั่วโลก
*Mercury เป็นบริษัทเทคโนโลยีทางการเงิน ไม่ใช่ธนาคาร บริการด้านธนาคารให้บริการโดย Choice Financial Group, Column N.A. และ Evolve Bank & Trust®; สมาชิก FDIC