การยกเว้นภาษีการขายและภาษีโภคภัณฑ์ในสหรัฐอเมริกาคืออะไร

Tax
Tax

Stripe Tax จะทำให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีทั่วโลกเป็นไปโดยอัตโนมัติตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อให้คุณไปมุ่งเน้นกับการขยายธุรกิจ โดยจะระบุภาระหน้าที่ทางภาษีของคุณ จัดการการจดทะเบียน คำนวณและเรียกเก็บภาษีด้วยจำนวนที่ถูกต้องทั่วโลก และช่วยในการยื่นภาษี ทั้งหมดนี้ทำได้ในที่เดียว

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. การยกเว้นภาษีการขายและภาษีโภคภัณฑ์คืออะไร
  3. การยกเว้นภาษีการขายของสหรัฐอเมริกามีประเภทใดบ้าง
  4. การยกเว้นภาษีการขายสำหรับองค์กรและนิติบุคคล
  5. การยกเว้นภาษีการขายแบ่งแยกตามหมวดหมู่
  6. การยกเว้นภาษีการขายแบ่งแยกตามรัฐ
  7. การจัดการการยกเว้นภาษีการขายและภาษีโภคภัณฑ์
  8. Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง

แม้ว่าจะมีหลายเหตุผลที่ลูกค้าใช้ขอรับการยกเว้นภาษีการขายได้ แต่การยกเว้นภาษีการขายตามลูกค้าหรือการใช้งานทุกประเภทจะต้องมีเอกสารประกอบที่ถูกต้อง การระบุธุรกรรมที่มีการยกเว้นภาษีอย่างถูกต้องเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเรียกเก็บเงินได้อย่างแม่นยำ และรับรองว่าธุรกิจจะเก็บภาษีเมื่อกฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น

ด้านล่างนี้ เราจะพูดถึงการยกเว้นภาษีการขายประเภทต่างๆ และกรณีการยกเว้นภาษีการขายที่พบบ่อย แต่โปรดทราบว่า ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาษีการขายเท่านั้น และคุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อขอคำแนะนำสำหรับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ

เนื้อหาหลักในบทความ

  • การยกเว้นภาษีการขายและภาษีโภคภัณฑ์คืออะไร
  • การยกเว้นภาษีการขายของสหรัฐอเมริกามีประเภทใดบ้าง
  • การยกเว้นภาษีการขายสำหรับองค์กรและนิติบุคคล
  • การยกเว้นภาษีการขายแบ่งแยกตามหมวดหมู่
  • การยกเว้นภาษีการขายแบ่งแยกตามรัฐ
  • การจัดการการยกเว้นภาษีการขายและภาษีโภคภัณฑ์
  • Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง

การยกเว้นภาษีการขายและภาษีโภคภัณฑ์คืออะไร

การยกเว้นภาษีการขายและภาษีโภคภัณฑ์เป็นเกณฑ์ที่ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องจ่ายภาษีการขายสำหรับธุรกรรมใดธุรกรรมหนึ่ง ทั้งนี้ ลูกค้าอาจมีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นภาษีด้วยเหตุผลหลายประการ ได้แก่

  • ผู้ค้าปลีกที่ซื้อสินค้าโดยตั้งใจนำไปขายต่อ: ภาษีการขายถือเป็นภาษีโภคภัณฑ์ ซึ่งผู้ที่บริโภคหรือใช้สินค้าจะเป็นผู้ชำระภาษีนี้ เมื่อผู้ค้าปลีกซื้อสินค้าเพื่อนำไปขายต่อ ผู้ค้าปลีกจึงไม่ใช่ผู้ใช้สินค้านั้นๆ และไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีการขายเมื่อซื้อสินค้าเพื่อนำไปขายต่อ เพราะผู้ที่บริโภคสินค้าดังกล่าวจะเป็นผู้ที่ต้องชำระภาษีการขายในขณะที่ซื้อสินค้า
  • องค์กรการกุศลหรือหน่วยงานของรัฐ: องค์กรไม่แสวงผลกำไรบางแห่งได้รับการยกเว้นภาษีการขาย แต่รายชื่อองค์กรการกุศลที่ได้รับการยกเว้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ นอกจากนี้ การขายให้กับรัฐบาลของสหรัฐอเมริกามักได้รับการยกเว้นภาษีการขายแทบทุกครั้ง และบางรัฐจะยกเว้นภาษีการขายให้กับองค์กรต่างๆ เช่น โรงเรียนของรัฐหรือหน่วยงานราชการอื่นๆ
  • ผู้ผลิตที่ซื้อวัสดุเพื่อนำไปใช้สร้างผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย: กรณีนี้ก็คล้ายกับการซื้อสินค้าเพื่อนำไปขายต่อ ผู้ผลิตยังมีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นภาษีการขายเช่นกัน หากผู้ผลิตใช้สินค้านั้นเพื่อสร้างสินค้าหรือผลิตภัณฑ์อื่นเพื่อขายต่อ

ทั้งนี้ โปรดทราบว่ารายการนี้ไม่ได้ระบุการยกเว้นภาษีการขายไว้ครบทั้งหมด และคุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อขอคำแนะนำสำหรับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ

การยกเว้นภาษีการขายของสหรัฐอเมริกามีประเภทใดบ้าง

การยกเว้นภาษีการขายสามารถแบ่งกว้างๆ ได้เป็นประเภทต่อไปนี้

  • การยกเว้นสำหรับผู้ซื้อ: นิติบุคคลบางแห่ง (เช่น หน่วยงานราชการและองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่เข้าเกณฑ์) จะได้รับการยกเว้นการจ่ายภาษีการขายตามกฎหมาย ไม่ว่าจะซื้อสินค้าใดก็ตาม
  • การยกเว้นสำหรับสินค้า: การยกเว้นประเภทนี้จะเป็นไปตามประเภทสินค้าที่ขาย โดยหลายๆ รัฐก็เลือกที่จะไม่เก็บภาษีสินค้าที่ "จำเป็น" เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อลดภาระทางภาษีสำหรับสินค้าที่จำเป็นต่อค่าครองชีพให้กับผู้บริโภคทุกคน
  • การยกเว้นสำหรับการใช้งาน: การยกเว้นประเภทนี้จะอิงตามจุดประสงค์ในการใช้งานของผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างที่พบบ่อยที่สุดคือการยกเว้นเพื่อการขายต่อ ซึ่งในกรณีนี้ ผู้ค้าปลีกจะซื้อสินค้าเข้าคลังโดยไม่ต้องเสียภาษี เพราะสุดท้ายแล้ว ภาษีจะถูกเรียกเก็บจากผู้บริโภคแทน

การยกเว้นภาษีการขายสำหรับองค์กรและนิติบุคคล

บางองค์กรมักจะได้รับสถานะการยกเว้นภาษีการขายด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งดังนี้

  • หน่วยงานราชการ: กฎหมายของรัฐบาลกลางระบุไว้ว่า รัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาและหน่วยงานต่างๆ จะได้รับการยกเว้นภาษีการขายของรัฐเสมอ รัฐส่วนใหญ่ยังขยายการยกเว้นนี้ให้ครอบคลุมถึงสำนักงานของรัฐบาล โรงเรียนของรัฐ และห้องสมุดต่างๆ ในรัฐของตนและในพื้นที่ด้วย

  • องค์กรไม่แสวงผลกำไร: องค์กรด้านการกุศล ศาสนา และการศึกษาส่วนใหญ่จะได้รับการยกเว้นการจ่ายภาษีการขายในกรณีที่เป็นการซื้อเพื่อส่งเสริมพันธกิจของตน แต่องค์กรดังกล่าวมักจะต้องยื่นขอใบรับรองเฉพาะรัฐ

  • ผู้ขายต่อและผู้ค้าส่ง: ธุรกิจต่างๆ ที่ซื้อสินค้าเพื่อนำมาขายต่อเพียงอย่างเดียว (ไม่ว่าจะขายต่อในรูปแบบเดิมหรือนำไปประกอบเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่) จะไม่ต้องเสียภาษีการขายสำหรับการซื้อเหล่านี้

การยกเว้นภาษีการขายแบ่งแยกตามหมวดหมู่

หลายรัฐมักยกเว้นภาษีให้กับสินค้าและบริการบางหมวดหมู่เพื่อส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมบางอย่าง หรือลดภาระทางภาษีให้กับประชากรบางกลุ่ม

  • สินค้าอุปโภคบริโภคและอาหาร: รัฐส่วนใหญ่จะยกเว้นภาษีให้กับอาหารที่ยังไม่ได้ปรุงหรือสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ที่ซื้อเพื่อบริโภคที่บ้าน แต่อาหารสำเร็จรูปตามร้านอาหารต่างๆ มักจะต้องเสียภาษีแทบทั้งหมด
  • ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์: ยาตามใบสั่งแพทย์ได้รับการยกเว้นในเกือบทุกรัฐ นอกจากนี้ หลายรัฐยังยกเว้นภาษีสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ "จำเป็น" ด้วย เช่น อวัยวะเทียม ถังออกซิเจน และอุปกรณ์ช่วยเดิน
  • เสื้อผ้า: บางรัฐ (เช่น เพนซิลเวเนียและนิวเจอร์ซีย์) จะยกเว้นภาษีให้กับเสื้อผ้าทั้งหมด ส่วนรัฐอื่นๆ จะยกเว้นภาษีเฉพาะเสื้อผ้าที่มีราคาต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
  • บริการและสินค้าดิจิทัล: หลายรัฐยังคงเก็บภาษีจาก "ทรัพย์สินส่วนบุคคลที่จับต้องได้" เป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ บริการต่างๆ เช่น การทำบัญชีหรือสินค้าที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัลเพียงอย่างเดียวจึงได้รับการยกเว้นภาษีในบางเขตอำนาจศาล แต่หลายๆ เขตอำนาจศาลก็เก็บภาษีในส่วนนี้กันมากขึ้นเมื่อรัฐต่างๆ ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายดิจิทัล

การยกเว้นภาษีการขายแบ่งแยกตามรัฐ

ภาษีการขายจะมีการจัดการในระดับรัฐ ซึ่งทำให้มีความแตกต่างกันไปอย่างมากในแต่ละพื้นที่ ตัวอย่างเช่น

  • รัฐที่ไม่มีภาษีการขาย: นิวแฮมป์เชียร์ ออริกอน มอนแทนา อะแลสกา และเดลาแวร์ไม่มีภาษีการขายในระดับรัฐ ซึ่งย่อมทำให้การซื้อทั้งหมดได้รับการยกเว้นภาษีการขาย
  • ข้อยกเว้นในการยกเว้นภาษีการขาย: อิลลินอยส์เป็นหนึ่งในไม่กี่รัฐในสหรัฐอเมริกาที่เก็บภาษียาตามใบสั่งแพทย์ในอัตราภาษีการขาย 1% ส่วนแอละแบมาและมิสซิสซิปปีเรียกเก็บภาษีการขายแบบเต็มจำนวนจากสินค้าอุปโภคบริโภค
  • การยกเว้นแบบเฉพาะอุตสาหกรรม: แคลิฟอร์เนียเสนอการยกเว้นบางส่วนสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น การผลิตหรือการวิจัยและพัฒนา ส่วนโอไฮโอและเท็กซัสยังเสนอการยกเว้นภาษีในวงกว้างสำหรับการขายเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อส่งเสริมการผลิต

การจัดการการยกเว้นภาษีการขายและภาษีโภคภัณฑ์

ในการจัดการการยกเว้นภาษีการขายให้สำเร็จ ธุรกิจต้องเข้าใจขั้นตอนการจัดทำเอกสารเป็นอย่างดี (ไม่ว่าธุรกิจจะยื่นขอการยกเว้นภาษีเองหรือได้รับการยกเว้นภาษีจากทางลูกค้า) ใบรับรองการยกเว้นภาษีการขายและภาษีโภคภัณฑ์ คือ แบบฟอร์มที่ธุรกิจหรือองค์กรต่างๆ ที่ได้รับการยกเว้นการจ่ายภาษีการขายสำหรับการซื้อบางรายการจะนำมายื่น ทั้งนี้ การยกเว้นภาษีการขายแต่ละประเภทก็จะต้องใช้เอกสารแตกต่างกันไป

นอกจากนี้ แต่ละรัฐยังมีใบรับรองภาษีการขายและภาษีโภคภัณฑ์ในแบบของตัวเองด้วย ด้วยเหตุนี้ หากธุรกิจของคุณต้องยื่นขอยกเว้นภาษีการขายในหลายรัฐ คุณอาจต้องขอใบรับรองการยกเว้นภาษีการขายในแต่ละรัฐที่คุณทำการซื้อโดยได้รับการยกเว้นภาษี ทั้งนี้ บางรัฐอนุญาตให้ใช้ใบรับรองการยกเว้นภาษีการขายจากรัฐอื่นได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกรัฐที่อนุญาต

หากคุณได้รับใบรับรองการยกเว้นจากลูกค้า คุณควรตรวจสอบใบรับรองดังกล่าวอย่างถี่ถ้วนเพื่อยืนยันว่าสินค้าดังกล่าวควรได้รับการยกเว้นภาษี คุณควรตรวจสอบยืนยันรายละเอียดการจดทะเบียนในรัฐของลูกค้า ติดตามตรวจสอบดูธุรกรรมที่เป็นการฉ้อโกง และเก็บสำเนาใบรับรองไว้เป็นหลักฐาน

Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Tax ลดความยุ่งยากในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษี เพื่อให้คุณมีเวลาทุ่มเทกับการพัฒนาธุรกิจให้เติบโต เริ่มเก็บภาษีทั่วโลกโดยเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวลงในระบบการผสานการทำงานที่มีอยู่ของคุณ คลิกปุ่มในแดชบอร์ด หรือใช้ API อันทรงพลังของเรา

Stripe Tax ช่วยให้คุณตรวจสอบภาระหน้าที่และการแจ้งเตือนเมื่อเกินเกณฑ์การจดทะเบียนภาษีการขายตามธุรกรรมใน Stripe นอกจากนี้ยังสามารถจดทะเบียนเพื่อเก็บภาษีในนามของคุณในสหรัฐอเมริกา และจัดการการยื่นภาษีผ่านพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้อีกด้วย Stripe Tax ยังคำนวณและเก็บภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST โดยอัตโนมัติจากรายการต่อไปนี้

  • สินค้าและบริการดิจิทัลในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกาและกว่า 100 ประเทศ
  • สินค้าที่จับต้องได้ในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกาและ 42 ประเทศ

Stripe Tax ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • ทำความเข้าใจว่าจะจดทะเบียนและเรียกเก็บภาษีที่ไหน: ดูตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องเรียกเก็บภาษีโดยอิงตามธุรกรรมใน Stripe หลังจากจดทะเบียนแล้ว คุณสามารถเปิดใช้การเรียกเก็บภาษีในรัฐหรือประเทศใหม่ได้ภายในไม่กี่วินาที คุณสามารถเริ่มเรียกเก็บภาษีได้โดยเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการผสานการทำงาน Stripe ที่คุณมีอยู่ หรือเพิ่มการเรียกเก็บภาษีด้วยการคลิกเพียงปุ่มเดียวในแดชบอร์ด Stripe

  • จดทะเบียนเพื่อชำระภาษี: หากคุณมีธุรกิจอยู่ในสหรัฐอเมริกา สามารถให้ Stripe จัดการการจดทะเบียนภาษีแทนคุณ ช่วยกรอกรายละเอียดการสมัครล่วงหน้าและรับประโยชน์จากขั้นตอนที่ง่ายขึ้น ทำให้คุณประหยัดเวลาและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น หากคุณอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา Stripe ร่วมมือกับ Taxually เพื่อช่วยคุณจดทะเบียนกับหน่วยงานด้านภาษีในท้องถิ่น

  • เรียกเก็บภาษีโดยอัตโนมัติ: Stripe Tax คำนวณและเรียกเก็บเงินภาษีที่ค้างชำระตามจำนวนที่ถูกต้องไม่ว่าคุณจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์อะไรหรือขายที่ไหนก็ตาม โดยรองรับผลิตภัณฑ์และบริการหลายร้อยรายการ และมีข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎและอัตราภาษี

  • ลดความยุ่งยากในการยื่น: Stripe Tax ผสานการทำงานกับพาร์ทเนอร์ด้านการยื่นภาษีได้อย่างราบรื่น เพื่อให้การยื่นเอกสารทั่วโลกของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและทันเวลา ให้พาร์ทเนอร์ของเราจัดการการยื่นเอกสารแทน เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสที่การเติบโตของธุรกิจ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Tax หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Tax

Tax

ช่วยให้คุณทราบพื้นที่ที่ต้องจดทะเบียน เรียกเก็บภาษีในจำนวนที่ถูกต้องได้โดยอัตโนมัติ ตลอดจนเข้าถึงรายงานที่ใช้สำหรับยื่นเงินคืนภาษี

Stripe Docs เกี่ยวกับ Tax

เรียกเก็บภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST รวมทั้งสร้างรายงานธุรกรรมทั้งหมดของคุณแบบอัตโนมัติ พร้อมเชื่อมต่อระบบโดยเขียนโค้ดเพียงเล็กน้อยหรือไม่ต้องเขียนโค้ดเลย