ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในสหราชอาณาจักร: วิธีเริ่มต้น จดทะเบียน และ ขยายธุรกิจอย่างประสบความสำเร็จ

Payments
Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในสหราชอาณาจักรคืออะไร
  3. คุณจะจดทะเบียนธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้อย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายของสหราชอาณาจักร
  4. คุณควรจัดทำระบบประมวลผลการชำระเงินและการชำระเงินที่ปลอดภัยสำหรับลูกค้าสหราชอาณาจักรอย่างไร
  5. โมเดลธุรกิจอีคอมเมิร์ซใดใช้ได้ดีที่สุดในตลาดสหราชอาณาจักร
  6. ธุรกิจอีคอมเมิร์ซสหราชอาณาจักรสร้างตัวตนที่แข็งแกร่งบนโลกออนไลน์ได้อย่างไร
  7. Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในตลาดอีคอมเมิร์ซพัฒนาแล้วที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากสหรัฐอเมริกาและจีน มีลูกค้าในสหราชอาณาจักรประมาณ 52 ล้านคนที่ซื้อสินค้าออนไลน์ และยอดใช้จ่ายรวมกันสูงถึงหลายแสนล้านปอนด์ต่อปี การเริ่มต้นธุรกิจอีคอมเมิร์ซในสหราชอาณาจักรมาพร้อมกับทั้งโอกาสและความรับผิดชอบ กฎระเบียบต่างๆ กำลังเติบโตควบคู่ไปกับตลาด และธุรกิจอีคอมเมิร์ซในสหราชอาณาจักรต้องคอยติดตามข้อกำหนดทางกฎหมายและภาษีอยู่เสมอ

ด้านล่างนี้ เราจะสำรวจวิธีการเริ่มต้นธุรกิจอีคอมเมิร์ซในสหราชอาณาจักร วิธีการจดทะเบียนธุรกิจ และโมเดลธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่เหมาะจะใช้ในสหราชอาณาจักรมากที่สุด

เนื้อหาหลักในบทความ

  • ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในสหราชอาณาจักรคืออะไร
  • คุณจะจดทะเบียนธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้อย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายของสหราชอาณาจักร
  • คุณควรจัดทำระบบประมวลผลการชำระเงินและการชำระเงินที่ปลอดภัยสำหรับลูกค้าสหราชอาณาจักรอย่างไร
  • โมเดลธุรกิจอีคอมเมิร์ซใดใช้ได้ดีที่สุดในตลาดสหราชอาณาจักร
  • ธุรกิจอีคอมเมิร์ซสหราชอาณาจักรสร้างตัวตนที่แข็งแกร่งบนโลกออนไลน์ได้อย่างไร
  • Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในสหราชอาณาจักรคืออะไร

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในสหราชอาณาจักรคือธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการทางออนไลน์ให้แก่ลูกค้าในสหราชอาณาจักรหรือจากสหราชอาณาจักรให้แก่ลูกค้าในประเทศอื่นๆ โดยอาจเป็นสินค้าใดก็ตามที่ซื้อทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่จับต้องได้ซึ่งจัดส่งไปยังบ้านหรือธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ดิจิทัล เช่น ซอฟต์แวร์ หลักสูตร หรือไฟล์ดาวน์โหลด การให้บริการจากทางไกล หรือการสมัครใช้บริการที่มีการชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า

คุณจะจดทะเบียนธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้อย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายของสหราชอาณาจักร

การจดทะเบียนธุรกิจในสหราชอาณาจักรค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่การปฏิบัติตามข้อกำหนดนั้นต้องอาศัยความใส่ใจอย่างต่อเนื่อง

วิธีจดทะเบียนธุรกิจของคุณทำได้ดังนี้

  • เลือกโครงสร้างธุรกิจของคุณ แล้วจดทะเบียน: โดยทั่วไปแล้วธุรกิจในสหราชอาณาจักรจะมีโครงสร้างเป็นแบบเจ้าของคนเดียวหรือบริษัทจำกัด โดยบริษัทจำกัดจะแยกความรับผิดส่วนบุคคลและความรับผิดทางธุรกิจออกจากกัน และต้องจดทะเบียนกับหน่วยงานจดทะเบียนบริษัท (ปัจจุบันมีค่าธรรมเนียม 100 ปอนด์สำหรับการจดทะเบียนออนไลน์ และมักได้รับการอนุมัติภายใน 24 ชั่วโมง) รวมถึงการจดทะเบียนภาษีเงินได้นิติบุคคลกับศุลกากรและสรรพากรสหราชอาณาจักร (HM Revenue and Customs หรือ HMRC) ภายใน 3 เดือนหลังจากเริ่มดำเนินธุรกิจ ส่วนเจ้าของคนเดียวจะจดทะเบียนโดยตรงกับ HMRC เพื่อยื่นแบบประเมินภาษีด้วยตนเอง

  • ทำความเข้าใจภาระภาษีของคุณ: หากคุณดำเนินธุรกิจในรูปแบบบริษัทจำกัด คุณจะต้องยื่นงบการเงินประจำปีและแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล หากคุณเป็นธุรกิจแบบเจ้าของคนเดียว คุณจะต้องรายงานผลกำไรผ่านแบบประเมินภาษีด้วยตนเอง หากคุณจ้างพนักงานหรือจ่ายเงินเดือนให้ตนเองผ่านบริษัท คุณต้องลงทะเบียนการหักภาษี ณ ที่จ่าย (Pay As You Earn หรือ PAYE) และส่งข้อมูลเงินเดือนไปให้ HMRC

  • จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม: เมื่อรายได้ที่ต้องเสียภาษีของคุณเกิน 90,000 ปอนด์ในรอบระยะเวลา 12 เดือน คุณจะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หลังจากจดทะเบียนแล้ว คุณต้องคิดภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างถูกต้อง (20% สำหรับสินค้าที่คิดภาษีอัตรามาตรฐาน) ออกใบแจ้งหนี้ที่ถูกต้องตามข้อกำหนด และยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มรายไตรมาสผ่านซอฟต์แวร์ที่รองรับระเบียบของ Making Tax Digital

เมื่อธุรกิจของคุณเริ่มดำเนินการแล้ว วิธีการปฏิบัติตามข้อกำหนดมีดังนี้

  • แสดงข้อมูลธุรกิจที่จำเป็น: เว็บไซต์ของคุณควรแสดงชื่อบริษัท ที่อยู่จดทะเบียน รายละเอียดการติดต่อ และหมายเลขบริษัท (หากจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล) หากคุณจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ให้ระบุหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของคุณในใบแจ้งหนี้และเอกสารที่เกี่ยวข้อง

  • ดูแลการทำบัญชีอย่างเข้มงวด: ธุรกิจในสหราชอาณาจักรต้องเก็บรักษาบันทึกต่างๆ ไว้อย่างน้อย 6 ปี โดยให้เก็บรักษาบันทึกดิจิทัลเกี่ยวกับยอดขาย ค่าใช้จ่าย และค่าธรรมเนียมการประมวลผลการชำระเงิน และกระทบยอดการเบิกจ่ายอย่างสม่ำเสมอ

  • ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค: อีคอมเมิร์ซในสหราชอาณาจักรอยู่ภายใต้กฎระเบียบว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคตามสัญญาผู้บริโภคและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ธุรกิจต้องแสดงราคาสินค้า (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายให้ผู้บริโภค) ค่าจัดส่ง รายละเอียดบริษัท และข้อมูลการคืนสินค้าอย่างชัดเจนก่อนการซื้อ ลูกค้าออนไลน์มีสิทธิ์ยกเลิกคำสั่งซื้อภายใน 14 วันหลังจากได้รับสินค้าที่ขายระยะไกล

  • ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูล: กฎระเบียบว่าด้วยการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคล (GDPR) ในสหราชอาณาจักร กำหนดให้ธุรกิจของคุณต้องเผยแพร่นโยบายความเป็นส่วนตัวที่อธิบายว่าคุณเก็บรวบรวมข้อมูลใดบ้างและนำไปใช้อย่างไร คุณอาจต้องลงทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร (ICO) และชำระค่าธรรมเนียมการคุ้มครองข้อมูล ข้อมูลต้องได้รับการจัดเก็บอย่างปลอดภัย และลูกค้าต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลของตนเองและลบข้อมูลนั้นได้ หากต้องการ

หากคุณส่งออกสินค้า นำเข้าสินค้าคงคลัง หรือจำหน่ายบริการดิจิทัลให้ลูกค้าในสหภาพยุโรป คุณจะต้องคำนึงถึงภาษีมูลค่าเพิ่มและศุลกากรเพิ่มเติม โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณคุ้นเคยกับข้อกำหนดทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ

คุณควรจัดทำระบบประมวลผลการชำระเงินและการชำระเงินที่ปลอดภัยสำหรับลูกค้าสหราชอาณาจักรอย่างไร

สำหรับอีคอมเมิร์ซในสหราชอาณาจักร การชำระเงินคือจุดที่ความไว้วางใจเปลี่ยนเป็นรายรับ เป้าหมายของคุณคือทำให้การชำระเงินเป็นเรื่องใกล้ตัว ปลอดภัย และรวดเร็ว

วิธีการมีดังนี้

  • นำเสนอวิธีการชำระเงินที่ลูกค้าในสหราชอาณาจักรคาดหวัง: Visa และ Mastercard เป็นสิ่งจำเป็น American Express เป็นที่นิยมในบางกลุ่มลูกค้า ส่วนกระเป๋าเงินดิจิทัล เช่น Apple Pay และ Google Pay ก็เป็นวิธีการมาตรฐานเช่นกัน

  • เลือกใช้ผู้ให้บริการชำระเงินที่จัดการเรื่องการปฏิบัติตามข้อกำหนดและความปลอดภัย: เลือกผู้ให้บริการอย่างเช่น Stripe ที่สามารถจัดการเรื่องการเข้ารหัส การสร้างโทเค็น การปฏิบัติตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรมบัตรชำระเงิน (PCI DSS) และการตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุม (SCA)

  • ออกแบบขั้นตอนการชำระเงินให้เป็นไปตามกฎหมาย: แสดงสรุปคำสั่งซื้อที่ชัดเจน ซึ่งมีราคาสินค้า ค่าจัดส่ง และภาษีมูลค่าเพิ่ม ก่อนที่จะยืนยันการชำระเงิน ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยตลาดดิจิทัล การแข่งขัน และผู้บริโภค ซึ่งยกระดับความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายกับการกำหนดราคาที่ทำให้เข้าใจผิด รีวิวปลอม ค่าธรรมเนียมแอบแฝง และกับดักการสมัครใช้บริการ

  • เตรียมรับมือการดึงเงินคืน: การดึงเงินคืนเป็นส่วนหนึ่งของการค้าออนไลน์ ดังนั้นควรเก็บหลักฐานยืนยันการจัดส่งและเอกสารคำสั่งซื้อไว้ให้พร้อมเมื่อเกิดกรณีโต้แย้งการชำระเงิน

  • ทำความเข้าใจค่าธรรมเนียมและระยะเวลาไหลเวียนของกระแสเงินสด: ผู้ให้บริการชำระเงินมักเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นเปอร์เซ็นต์บวกกับค่าธรรมเนียมคงที่ต่อธุรกรรม ให้ตรวจสอบนโยบายการคืนเงิน ค่าธรรมเนียมการดึงเงินคืน และอัตราค่าธรรมเนียมบัตรระหว่างประเทศ ระยะเวลาการเบิกจ่ายจะแตกต่างกันไป จึงต้องทำความเข้าใจว่าเงินจะเข้าบัญชีธนาคารของคุณเร็วแค่ไหน เพื่อให้จัดการกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • เตรียมพร้อมรองรับการเติบโต: หากคุณวางแผนนำระบบการสมัครใช้บริการ การเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้า หรือการขายสินค้าระหว่างประเทศมาใช้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบรับชำระเงินของคุณรองรับกระบวนการเหล่านี้ตั้งแต่เริ่มต้น

โมเดลธุรกิจอีคอมเมิร์ซใดใช้ได้ดีที่สุดในตลาดสหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักรเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซระดับโลกที่มั่นคง หากต้องการเลือกโมเดลที่เหมาะสม ควรพิจารณาความต้องการด้านการควบคุม ส่วนต่างกำไร และความซับซ้อนของคุณเอง

ตัวเลือกบางส่วนมีดังนี้

  • การจำหน่ายให้ผู้บริโภคโดยตรง (Direct-to-consumer หรือ DTC): เมื่อใช้อีคอมเมิร์ซ DTC คุณจะขายสินค้าผ่านร้านค้าออนไลน์ของคุณเองและควบคุมความสัมพันธ์กับลูกค้าตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งทำให้คุณควบคุมการสร้างแบรนด์ ราคาสินค้า และข้อมูลได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งมีศักยภาพในการทำกำไรสูงกว่า แต่ต้องมีการลงทุนล่วงหน้าในด้านสินค้าคงคลัง การตลาด และการดำเนินการตามคำสั่งซื้อ

  • อีคอมเมิร์ซแบบ B2B: ในอีคอมเมิร์ซแบบ B2B คุณจะขายสินค้าหรือบริการให้กับธุรกิจอื่นๆ แทนที่จะขายให้กับผู้บริโภค มูลค่าการสั่งซื้อมักสูงกว่า วงจรการขายโดยทั่วไปจะยาวนานกว่า และความคาดหวังเกี่ยวกับการออกใบแจ้งหนี้ การจัดการภาษีมูลค่าเพิ่ม และข้อกำหนดการชำระเงินจะมีโครงสร้างที่ชัดเจนกว่า โมเดลนี้เหมาะสำหรับธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าเฉพาะทางหรือมีศักยภาพรองรับการขายส่ง

  • ธุรกิจดรอปชิป: ผู้ประกอบธุรกิจดรอปชิปจะขายสินค้าโดยไม่ต้องสต๊อกสินค้าไว้ในคลัง แต่ซัพพลายเออร์จัดส่งสินค้าให้ลูกค้าโดยตรง วิธีนี้ช่วยลดเงินทุนเริ่มต้นและค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ได้ แต่ธุรกิจจะควบคุมเวลาในการจัดส่งและคุณภาพสินค้าได้น้อยลง หากคุณใช้โมเดลนี้ ความน่าเชื่อถือของซัพพลายเออร์เป็นเรื่องสำคัญ

  • การขายในมาร์เก็ตเพลส: ผู้ขายในมาร์เก็ตเพลสจะลงรายการสินค้าในมาร์เก็ตเพลสที่มีอยู่ การเข้าถึงปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์จากแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วสามารถช่วยเร่งยอดขายและความน่าเชื่อถือในช่วงเริ่มต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ใหม่ แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ควบคุมการสร้างแบรนด์ได้จำกัด และเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้น้อยลง

  • การผลิตสินค้าแบบว่าจ้างผลิตหรือภายใต้แบรนด์ของตนเอง: การผลิตสินค้าแบบว่าจ้างผลิต คือการที่คุณพัฒนาและจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของคุณเอง โดยสามารถผลิตสินค้าในประเทศหรือต่างประเทศก็ได้ วิธีนี้จะสร้างความแตกต่างและสร้างมูลค่าแบรนด์ในระยะยาว แต่ต้องใช้เงินทุน การควบคุมคุณภาพ และการประสานงานในห่วงโซ่อุปทาน

  • การสมัครใช้บริการ: เมื่อใช้โมเดลการสมัครใช้บริการ ลูกค้าจะได้สินค้าหรือบริการตามแบบแผนล่วงหน้า ซึ่งทำให้คาดการณ์รายรับได้ และมูลค่าตลอดอายุการใช้งาน (LTV) ของลูกค้าสูง แต่ต้องมีคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่สม่ำเสมอและการเรียกเก็บเงินที่โปร่งใส

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซสหราชอาณาจักรสร้างตัวตนที่แข็งแกร่งบนโลกออนไลน์ได้อย่างไร

ลูกค้าอีคอมเมิร์ซในสหราชอาณาจักรจะเปรียบเทียบสินค้าและเว็บไซต์ต่างๆ เป็นประจำ ดังนั้นแบรนด์และตัวตนดิจิทัลของธุรกิจคุณจึงต้องโดดเด่นกว่าคู่แข่ง

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมีดังนี้

  • กำหนดตำแหน่งทางการตลาดของคุณ: รู้ว่าลูกค้าของคุณคือใคร และทำไมลูกค้าจึงต้องสนใจสินค้าของคุณ ความชัดเจนในตำแหน่งทางการตลาดจะกำหนดทิศทางราคาสินค้า สารที่ต้องการสื่อ และความคาดหวังของลูกค้า

  • สร้างอัตลักษณ์ทางภาพได้: สร้างแบรนด์ที่มีความสอดคล้องกัน เช่น โลโก้ ตัวอักษร และการออกแบบ เลือกโดเมนที่เหมาะสม (.co.uk หรือ .com) และตรวจสอบให้แน่ใจว่าการสร้างแบรนด์ของคุณเป็นไปตามหลักเกณฑ์ภาษาของสหราชอาณาจักร หากการคุ้มครองแบรนด์มีความสำคัญในระยะยาว ควรพิจารณาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งมีค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 170 ปอนด์

  • การออกแบบที่เน้นการใช้งาน: การใช้งานส่วนต่างๆ บนเว็บไซต์ของคุณควรทำได้ง่าย เน้นการค้นหาที่มีประสิทธิภาพและหน้าสินค้าที่มีโครงสร้างเป็นระเบียบ ซึ่งประกอบด้วยรูปภาพ ข้อมูลจำเพาะ ราคาสินค้า และข้อมูลการจัดส่ง

  • แสดงนโยบายอย่างโปร่งใส: ควรทำให้ลำดับเวลาการจัดส่ง ขั้นตอนการคืนสินค้า และรายละเอียดการติดต่อหาเจอได้ง่าย ผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรคุ้นเคยกับความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิ์ในการยกเลิกภายใน 14 วันสำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์

  • รวบรวมหลักฐานทางสังคม: รีวิว คำบอกเล่า และเนื้อหาที่สร้างโดยผู้ใช้ จะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ กระตุ้นให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาหลังการซื้อ

  • เสริมความปลอดภัย: ใช้ HTTPS ทั่วทั้งเว็บไซต์ของคุณ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าขั้นตอนการชำระเงินมีความปลอดภัยอย่างชัดเจน วิธีการชำระเงินและขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ์ที่คุ้นเคยจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า

Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้

Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe

  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน

  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบให้เหมาะกับบุคคล ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายรับ

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ

  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถขับเคลื่อนการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe