ตราสารหนี้ระยะสั้น หรือที่เรียกกันว่า “ตั๋วแลกเงิน” เป็นเครื่องมือทางการเงินระหว่างบริษัทที่พบบ่อยในบรรดาบริษัทขนาดใหญ่ของฝรั่งเศส ในฐานะตราสารหนี้ที่เปลี่ยนมือได้ ตราสารนี้ช่วยให้บริษัทสามารถจัดหาเงินสดได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการสภาพคล่องระยะสั้นผ่านตลาดเงิน แทนที่จะใช้วิธีการกู้ยืมเงินจากธนาคารแบบเดิมๆ
ในบทความนี้ เราจะอธิบายเกี่ยวกับตราสารหนี้ระยะสั้น รวมถึงกลไกการทำงานและข้อดีต่างๆ นอกจากนี้ เรายังสรุปด้วยว่าบริษัทใดบ้างที่สามารถออกตราสารหนี้ระยะสั้นได้และมีขั้นตอนอย่างไร
เนื้อหาหลักในบทความ
- ตราสารหนี้ระยะสั้นคืออะไร
- ใครสามารถออกตราสารหนี้ระยะสั้นได้บ้าง
- ทำไมต้องออกตราสารหนี้ระยะสั้น
- ข้อดีของตราสารหนี้ระยะสั้นมีอะไรบ้าง
- ข้อเสียของตราสารหนี้ระยะสั้นมีอะไรบ้าง
- การออกตราสารหนี้ระยะสั้น
- การชำระคืนตราสารหนี้ระยะสั้น
- Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง
ตราสารหนี้ระยะสั้นคืออะไร
ตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นตราสารหนี้ที่เปลี่ยนมือได้ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี 1985 ตราสารนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของสินเชื่อระยะสั้นระหว่างบริษัทที่ออกโดยบริษัทที่ต้องการจัดหาสภาพคล่องอย่างรวดเร็ว จากนั้นสามารถนำไปซื้อขายในตลาดเงินกับตัวแทนทางเศรษฐกิจต่างๆ (เช่น บริษัทอื่น ธนาคาร หรือบริษัทประกันภัย) เพื่อระดมทุน
ปัจจุบันตราสารหนี้ระยะสั้นมีการจำหน่ายในรูปแบบ Negotiable European Commercial Paper (NEU CP) และมีลักษณะเฉพาะดังนี้:
- ออกโดยมีระยะเวลาตั้งแต่ 1 วันถึง 1 ปี โดยมีระยะเวลาเฉลี่ยไม่เกิน 3 เดือน
- ตราสารหนี้ระยะสั้นแต่ละฉบับที่ออกจะต้องมีจำนวนเงินอย่างน้อย 150,000 ยูโร
- อัตราดอกเบี้ยสามารถเป็นได้ทั้งแบบคงที่หรือแบบลอยตัว ขึ้นอยู่กับความต้องการของบริษัทและสภาวะตลาด
ตราสารหนี้ระยะสั้นในประเทศฝรั่งเศสได้รับการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดโดยประมวลกฎหมายการเงินและการคลัง (Code monétaire et financier), หน่วยงานกำกับดูแลตลาดการเงิน (Autorité des marchés financiers หรือ AMF) และธนาคารแห่งประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เช่น Moody’s และ Fitch ยังมีบทบาทสำคัญในการประเมินความเสี่ยงของการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น โดยการจัดอันดับความน่าเชื่อถือให้แก่บริษัทผู้ออกตราสารโดยใช้เกณฑ์พิจารณาหลายด้าน (เช่น อันดับเครดิต, ความสามารถในการชำระหนี้ทางการเงิน และประวัติการชำระหนี้คืน)
ตราสารหนี้ระยะสั้นแตกต่างจากบัตรเงินฝากอย่างไร
ตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นตราสารหนี้ที่เปลี่ยนมือได้ซึ่งออกโดยหน่วยงานที่ไม่ใช่ธนาคาร ส่วนบัตรเงินฝากคือตราสารหนี้ที่เปลี่ยนมือได้ซึ่งออกโดยธนาคารหรือกองทุนเงินฝากและวางหลักประกัน (Caisse des dépôts et consignations หรือ CDC) โดยตราสารทั้งสองประเภทจะออกโดยมีระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี
ใครสามารถออกตราสารหนี้ระยะสั้นได้บ้าง
บริษัทใดก็ตามที่ดำเนินกิจการมาแล้วอย่างน้อย 2 ปีสามารถออกตราสารหนี้ระยะสั้นได้ ยกเว้นธนาคาร โดยส่วนใหญ่ตราสารหนี้ระยะสั้นจะใช้โดยบริษัทเอกชนขนาดใหญ่หรือบริษัทมหาชนในฝรั่งเศสที่ต้องการเงินสด ตัวอย่างเช่น กรณีของกลุ่มบริษัท Électricité de France (EDF) ซึ่งได้ออกตราสารหนี้ระยะสั้นฉบับแรกเพื่อหาเงินทุนหมุนเวียนสำหรับโครงการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในปี 2024
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานอื่นๆ ก็สามารถออกตราสารหนี้ระยะสั้นได้เช่นกัน รวมถึงบริษัทที่ทำหน้าที่แปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ และบริษัทเพื่อการลงทุน กลุ่มผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ รัฐบาลกลาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงานกลางสำหรับองค์กรประกันสังคม (Agence centrale des organismes de sécurité sociale หรือ ACOSS) นอกจากนี้ ธนาคารยังสามารถออกตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับอัตราส่วนสภาพคล่องได้ด้วย ตัวอย่างเช่น ภูมิภาค Pays de la Loire ได้ออกตราสารหนี้ระยะสั้นมูลค่าประมาณ 200,000,000 ยูโรในปี 2020
ทำไมต้องออกตราสารหนี้ระยะสั้น
สำหรับธุรกิจแล้ว ตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นทางเลือกในการระดมทุนระยะสั้นที่มีข้อได้เปรียบสูง ช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านระบบธนาคารแบบเดิมๆ (เช่น การกู้ยืมเงินจากธนาคาร หรือสินเชื่อระยะสั้น) และยังได้รับอัตราดอกเบี้ยที่จูงใจมากกว่า
เช่นเดียวกับการเบิกเงินสดล่วงหน้าหรือการทำแฟกทอริงแบบย้อนกลับ (Reverse Factoring) ตราสารหนี้ระยะสั้นถือเป็นแนวทางในการตอบสนองต่อความต้องการเงินสดที่เร่งด่วนอันเนื่องมาจากปัจจัยดังต่อไปนี้
- กระแสเงินสดติดลบ
- การชำระเงินล่าช้านาน
- ช่วงเวลาของกิจกรรมสูงสุด
- การลงทุนระยะสั้น
- ภาระหน้าที่ทางการเงินในทันที
สำหรับบริษัทที่มีเงินสดส่วนเกิน การซื้อตราสารหนี้ระยะสั้นช่วยให้ได้รับประโยชน์จากการลงทุนที่น่าดึงดูดใจในระยะสั้น
ข้อดีของตราสารหนี้ระยะสั้นมีอะไรบ้าง
สำหรับบริษัทผู้ออกตราสาร ตราสารหนี้ระยะสั้นมีประโยชน์ที่หลากหลายดังนี้
- การเข้าถึงเงินสดได้อย่างรวดเร็ว: ช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบสนองต่อความต้องการเงินสดชั่วคราวและปรับปรุงการบริหารเงินสดในระยะสั้นได้
- ความยืดหยุ่นของวันครบกำหนด: ผู้ออกตราสารสามารถกำหนดวันครบกำหนดชำระได้ตามความต้องการด้านเงินทุนของตนได้
- ความยืดหยุ่นของสกุลเงิน: ผู้ออกตราสารสามารถออกตราสารหนี้ระยะสั้นในสกุลเงินยูโรหรือสกุลเงินอื่นใดก็ได้
- เปิดกว้างสำหรับบริษัททุกขนาด: ช่วยให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) สามารถออกตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการสภาพคล่องได้ ตราบเท่าที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดขั้นต่ำที่ 150,000 ยูโร
- ต้นทุนการระดมทุนที่ต่ำกว่า: ต้นทุนจะต่ำกว่าการกู้ยืมเงินจากธนาคารระยะสั้นหรือวงเงินสินเชื่อ โดยมักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าด้วยเช่นกัน
- การกระจายแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย: ธุรกิจสามารถรับเงินทุนสนับสนุนได้โดยไม่ต้องพึ่งพาธนาคาร
ตราสารหนี้ประเภทนี้ยังมอบคุณประโยชน์หลายประการให้แก่บริษัทที่ซื้อตราสารหนี้ระยะสั้นด้วยเช่นกัน ได้แก่
- ตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ เนื่องจากออกโดยบริษัทที่มีความมั่นคง มีคะแนนเครดิตที่ดี และมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
- เมื่อซื้อมาแล้ว ตราสารหนี้ระยะสั้นสามารถนำไปขายต่อหรือเปลี่ยนมือได้จนกว่าจะถึงวันครบกำหนด ซึ่งอาจสร้างผลกำไรให้แก่ผู้ถือครองได้
ข้อเสียของตราสารหนี้ระยะสั้นมีอะไรบ้าง
ตราสารหนี้ระยะสั้นมีข้อเสียบางประการเช่นกัน โดยข้อเสียหลักคือความเสี่ยงในการชำระหนี้หากเกิดสภาวะตลาดหยุดชะงัก มีการผันผวนของอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงสำหรับตราสารหนี้ระยะสั้น หรือปัญหาด้านกระแสเงินสด ในกรณีเหล่านี้ บริษัทผู้ออกตราสารอาจประสบความลำบากในการหาแหล่งเงินทุนใหม่เพื่อมาเปลี่ยนแทนตราสารเดิมเมื่อครบกำหนดชำระ ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทต้องแสวงหาแหล่งเงินทุนทางเลือกอื่น จนส่งผลกระทบต่อคะแนนเครดิตและความสามารถในการชำระหนี้
แม้ว่าความเสี่ยงในการลงทุนจะค่อนข้างต่ำ แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงสำหรับนิติบุคคลที่ซื้อตราสารหนี้ระยะสั้น ผู้ที่ซื้อตราสารจะต้องสามารถแบกรับความเสี่ยงในกรณีที่ผู้ออกตราสารไม่สามารถชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยตามวันที่กำหนดได้ นอกจากนี้ นักลงทุนเหล่านี้จะต้องคำนึงถึงความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยที่อาจเกิดขึ้น หากอัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น มูลค่าของตราสารหนี้ระยะสั้นจะลดลง ซึ่งอาจนำไปสู่การขาดทุนได้
การออกตราสารหนี้ระยะสั้น
สำหรับบริษัทที่ต้องการเงินสดและประสงค์จะออกตราสารหนี้ระยะสั้น จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ ดังนี้
- จัดส่งเอกสารทางการเงินให้แก่ธนาคารแห่งประเทศฝรั่งเศส เพื่อนำเสนอแผนการออกตราสารหนี้ระยะสั้น พร้อมสรุปกิจกรรมทางธุรกิจและสถานะทางการเงิน นอกจากนี้ จะต้องระบุตัวบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการนี้ด้วย โดยธนาคารแห่งประเทศฝรั่งเศสจะทำหน้าที่จดทะเบียนแผนงานและกำหนดเงื่อนไขสำหรับการหมุนเวียนตราสารหนี้ระยะสั้น
- จัดเตรียมสัญญาที่ประกอบด้วยรายการสำคัญ 5 รายการ ได้แก่: จำนวนเงิน (ขั้นต่ำ 150,000 ยูโร) และระยะเวลาของตราสาร (ไม่เกิน 1 ปี), อัตราดอกเบี้ยที่นำมาใช้, การค้ำประกัน และเงื่อนไขการชำระคืน
- ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ดีจากสถาบันจัดอันดับที่ได้รับการรับรอง ซึ่งขึ้นอยู่กับคะแนนเครดิต ความสามารถในการชำระหนี้ และชื่อเสียงของบริษัทในตลาดการเงิน
- เมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขเหล่านี้ครบถ้วนแล้ว จึงจะสามารถออกตราสารหนี้ระยะสั้นและนำไปซื้อขายในตลาดเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นตราสารหนี้ที่มีการกำกับดูแลหรือเป็นการตกลงร่วมกันระหว่างคู่สัญญา
จากนั้นก็จะสามารถซื้อตราสารหนี้ระยะสั้นได้โดยตัวแทนทางการเงินต่างๆ (เช่น ธนาคาร, บริษัทประกันภัย, บริษัทเอกชน และสถาบันของรัฐผ่านธนาคารกลางและคลังจังหวัด) ผู้ซื้อจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และสามารถขายต่อได้จนกว่าจะถึงวันครบกำหนด เมื่อถึงวันครบกำหนด (Maturity) บริษัทผู้ออกตราสารจะต้องซื้อตราสารคืน โดยบริษัทจะทำการชำระคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย
การชำระคืนตราสารหนี้ระยะสั้น
บริษัทที่ออกตราสารหนี้ระยะสั้นจะต้องซื้อคืนเมื่อถึงวันครบกำหนด โดยชำระเงินคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ตัวนักลงทุน ดังนั้นจึงไม่มีกำหนดการทยอยชำระคืน อย่างไรก็ตาม ผู้ออกตราสารสามารถเสนอการชำระคืนก่อนกำหนดได้ตามสถานะทางการเงินของบริษัทเพื่อลดภาระดอกเบี้ยค้างชำระ
Stripe Tax ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
Stripe Tax ลดความยุ่งยากในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษี เพื่อให้คุณมีเวลาไปมุ่งเน้นที่การเติบโตของธุรกิจของคุณ เริ่มเรียกเก็บภาษีทั่วโลกได้โดยการเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการเชื่อมต่อการทำงานที่คุณมีอยู่ คลิกปุ่มในแดชบอร์ด หรือใช้ API ที่ทรงพลังของเรา
Stripe Tax ช่วยให้คุณตรวจสอบภาระหน้าที่และการแจ้งเตือนเมื่อเกินเกณฑ์การจดทะเบียนภาษีตามธุรกรรมใน Stripe นอกจากนี้ยังสามารถจดทะเบียนเพื่อเก็บภาษีในนามของคุณในสหรัฐอเมริกา และจัดการการยื่นภาษีผ่านพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้อีกด้วย และ Stripe Tax ยังคำนวณและเก็บภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST โดยอัตโนมัติจากรายการต่อไปนี้
- ทั้งสินค้าและบริการทางกายภาพและดิจิทัล ในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา และในกว่า 100 ประเทศ
- สินค้าที่จับต้องได้ในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกาและ 42 ประเทศ
Stripe Tax สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้
ทำความเข้าใจว่าจะจดทะเบียนและเรียกเก็บภาษีที่ไหน: ดูตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องเรียกเก็บภาษีโดยอิงตามธุรกรรมใน Stripe หลังจากจดทะเบียนแล้ว คุณสามารถเปิดใช้การเรียกเก็บภาษีในรัฐหรือประเทศใหม่ได้ภายในไม่กี่วินาที คุณสามารถเริ่มเรียกเก็บภาษีได้โดยเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการผสานการทำงาน Stripe ที่คุณมีอยู่ หรือเพิ่มการเรียกเก็บภาษีด้วยการคลิกเพียงปุ่มเดียวในแดชบอร์ด Stripe
จดทะเบียนชำระภาษี: หากคุณมีธุรกิจอยู่ในสหรัฐอเมริกา สามารถให้ Stripe จัดการการจดทะเบียนภาษีแทนคุณ ช่วยกรอกรายละเอียดการสมัครล่วงหน้าและรับประโยชน์จากขั้นตอนที่ง่ายขึ้น ถ้าคุณอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา Stripe พาร์ทเนอร์กับ Taxually ในการจดทะเบียนภาษีกับสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ ให้คุณประหยัดเวลาและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น
เก็บภาษีโดยอัตโนมัติ: Stripe Tax คำนวณและเก็บภาษีที่ต้องชำระตามจำนวนที่ถูกต้องไม่ว่าคุณจะจำหน่ายสินค้าอะไรหรือขายที่ไหนก็ตาม โดยรองรับสินค้าและบริการหลายร้อยรายการ และมีข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎและอัตราภาษี
ลดความยุ่งยากในการยื่น: Stripe Tax ผสานการทำงานกับพาร์ทเนอร์ด้านการยื่นภาษีได้อย่างราบรื่น เพื่อให้การยื่นเอกสารทั่วโลกของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและทันเวลา ให้พาร์ทเนอร์ของเราจัดการการยื่นเอกสารแทน เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสที่การเติบโตของธุรกิจ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Tax หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ