ความท้าทาย
Pocket FM เชื่อว่าการเล่าเรื่องด้วยเสียงควรมีอรรถรส เข้าถึงอารมณ์ และชวนติดตามเหมือนๆ กับ YouTube หรือ TikTok โดยแพลตฟอร์มจากเบงกาลูรูในประเทศอินเดียนี้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับหนังสือเสียงแบบยาว ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้สามารถเข้าฟังซีรีส์ต่างๆ ได้หลายพันเรื่อง ซึ่งแบ่งให้ฟังเป็นตอนๆ และด้วยความไม่เหมือนใครในแวดวงสื่อกระแสหลักนี้เอง บริษัทนี้จึงขยายธุรกิจไปยังกว่า 20 ประเทศทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย ส่งผลให้มีรายรับเพิ่มขึ้น 2 เท่า หรือคิดเป็นมูลค่าถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปีที่ผ่านมา
Pocket FM ก่อตั้งเมื่อปี 2018 โดยมีโมเดลธุรกิจที่อาศัยการขายเครดิตดิจิทัลในแอปเป็นหลัก เพื่อให้ผู้ฟังนำไปปลดล็อกเพื่อรับชมคอนเทนต์เพิ่มเติม ทั้งนี้ ในฐานะแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นอุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นหลักและออกแบบมาเพื่อให้ฟังได้ทุกที่ทุกเวลา ในช่วงแรกจึงต้องอาศัยระบบการซื้อในแอปของ Apple และ Google ในการประมวลผลธุรกรรมขนาดเล็กเหล่านั้น แต่ระบบดังกล่าวก็แสดงประสิทธิภาพการชำระเงินได้อย่างจำกัด
"เมื่อใช้การซื้อในแอป ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งก็คือเราไม่ได้เห็นข้อมูลครบทุกอย่าง แต่เราอยากจะดูแลประสบการณ์การชำระเงินให้ได้มากขึ้น มองเห็นประสิทธิภาพการชำระเงินได้มากยิ่งขึ้น และมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นในเรื่องค่าบริการ" Umesh Bude ซึ่งดำรงตำแหน่ง CTO ของ Pocket FM กล่าว
เมื่อ Pocket FM ขยายธุรกิจจากอินเดียเข้าสู่ตลาดสากล บริษัทนี้ก็ต้องการควบคุมกลยุทธ์การชำระเงินให้มากกว่าที่ระบบการเรียกเก็บเงินของ App Store แบบเดิมจะทำได้ บริษัทต้องการข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียดขึ้นเกี่ยวกับอัตราการอนุมัติ การปฏิเสธการชำระเงิน และประสิทธิภาพการชำระเงินโดยรวม เพื่อให้เข้าใจและยกระดับการสร้างรายได้ในตลาดต่างๆ ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังต้องการทดลองใช้กลยุทธ์ค่าบริการแบบต่างๆ กับกลุ่มลูกค้าและภูมิภาคที่เจาะจง เช่น การนำโมเดลการชำระเงินตามรอบบิลมาเสริมกับโมเดลแบบจ่ายเป็นรายตอนที่มีอยู่
การขยายการชำระเงินให้ครอบคลุมมากกว่าระบบของ Apple และ Google ยังทำให้เกิดความซับซ้อนในการดำเนินงานแบบใหม่อีกด้วย ภาระหน้าที่ทางภาษีที่ App Store เคยจัดการให้โดยอัตโนมัติก็กลายเป็นเรื่องที่ Pocket FM ต้องรับผิดชอบเอง และเมื่อมีลูกค้าในกว่า 20 ประเทศ บริษัทจึงต้องหาวิธีจัดการกับภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST ในแต่ละตลาดอย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องวางโครงสร้างพื้นฐานในการปฏิบัติตามข้อกำหนดขึ้นมาโดยเฉพาะ
โซลูชัน
ในปี 2021 ทาง Pocket FM ได้นำ Stripe Payments มาใช้บนเว็บไซต์ เพื่อให้มีช่องทางอื่นในการรับชำระเงินนอก App Store
บริษัทใช้ API ของ Stripe ที่นักพัฒนาใช้งานได้ง่ายและ Stripe Checkout เพื่อนำประสบการณ์การชำระเงินแบบฝังมาใช้บนเว็บอย่างรวดเร็ว โดยรองรับบัตรเครดิต, Google Pay และ Apple Pay สำหรับการซื้อเหรียญดิจิทัล Pocket FM เริ่มใช้แดชบอร์ด Stripe ในการติดตามตรวจสอบอัตราการชำระเงินสำเร็จ ประสิทธิภาพการอนุมัติ และรูปแบบการปฏิเสธการชำระเงินจากธุรกรรมบนเว็บไซต์เหล่านี้
Pocket FM เลือกใช้ Payments ในการทดสอบโมเดลค่าบริการต่างๆ เมื่อขยายเข้าสู่ตลาดใหม่ในอเมริกาเหนือ ยุโรป และลาตินอเมริกา แทนที่จะใช้ตัวเลือกค่าบริการแบบมาตรฐานที่มีให้ผ่านการซื้อในแอป โดย Pocket FM ใช้ Stripe Authorization Boost ผ่าน Payments Intelligence Suite ของ Stripe เพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติและยกระดับการกู้คืนรายรับด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการรับชำระเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น Adaptive Acceptance, โทเค็นเครือข่าย และระบบอัปเดตข้อมูลบัตรอัตโนมัติ
หลังจากใช้ Payments ไปได้ไม่นาน Pocket FM ก็เพิ่ม Stripe Billing เพื่อทดสอบการชำระเงินตามรอบบิลควบคู่ไปกับโมเดลธุรกรรมขนาดเล็กแบบใช้เครดิตที่มีอยู่เดิม โดย Billing ช่วยให้บริษัททดลองการชำระเงินตามรอบบิลระดับต่างๆ การทดลองใช้ฟรี การอัปเกรด โปรโมชัน และค่าบริการตามภูมิภาคได้อย่างยืดหยุ่นเมื่อเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ
ในการจัดการกับภาระหน้าที่ทางภาษีในขณะที่ขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างๆ Pocket FM ได้เพิ่ม Stripe Tax เพื่อคำนวณและเก็บภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST จากธุรกรรมทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียโดยอัตโนมัติ โดย Pocket FM เลือกใช้ Tax เพื่อให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดในตลาดใหม่แต่ละแห่งอยู่เสมอ แทนที่จะวางโครงสร้างพื้นฐานทางภาษีหรือผสานการทำงานเครื่องมือการปฏิบัติตามข้อกำหนดแยกต่างหาก
หลังจากที่ Apple อัปเดตนโยบายในปี 2025 เพื่ออนุญาตให้มีตัวเลือกการชำระเงินเพิ่มเติมสำหรับการซื้อแอป iOS ที่มีสิทธิ์ Pocket FM ก็ได้ขยายการผสานการทำงาน Stripe ให้รองรับการซื้อเหล่านั้นในแอป iOS ของตน การดำเนินการนี้ช่วยให้ Pocket FM รองรับการซื้อใน iOS ที่มีสิทธิ์โดยใช้ Checkout ได้ในขณะที่ยังคงประสบการณ์การชำระเงินที่เรียบง่ายสำหรับผู้ฟังเอาไว้ นอกจากนี้ยังทำให้หน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีของธุรกรรมใน iOS เหล่านี้เปลี่ยนจาก Apple มาอยู่กับ Pocket FM อีกด้วย ซึ่ง Tax จะจัดการให้โดยอัตโนมัติ
ผลลัพธ์
Pocket FM นำ Stripe มาใช้ได้ในเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์
Pocket FM ผสานการทำงานการชำระเงินเข้ากับระบบประสานการชำระเงินภายในในเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์โดยใช้วิศวกรเพียง 2 คน ซึ่งช่วยให้บริษัทรับชำระเงินผ่านช่องทางชำระเงินโดยตรงได้โดยไม่ทำให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ล่าช้าลง
"ในฐานะ CTO ข้อดีที่สุดอยู่ตรงแนวทางที่มุ่งเน้นนักพัฒนาเป็นสำคัญของ Stripe โดย API ใช้งานง่ายมาก เอกสารประกอบก็ชัดเจน และประสบการณ์การผสานการทำงานทั้งหมดก็ราบรื่นพอสมควรเลย" Bude กล่าว
อัตราการอนุมัติสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม 17%
Pocket FM ใช้ข้อมูลเชิงลึกด้านการชำระเงินเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติเป็น 97% ซึ่งสูงกว่าบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมถึง 17% ทั้งนี้ เมื่อใช้การเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบสิทธิ์ของ Stripe เพื่อยกระดับอัตราการทำธุรกรรมสำเร็จและลดการปฏิเสธการชำระเงินที่ผิดพลาด Pocket FM ก็สามารถกู้คืนรายรับได้กว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
"เรามองเห็นภาพรวมและควบคุมสิ่งต่างๆ ได้มากกว่าการใช้ App Store ซึ่งทำให้เรายกระดับอัตราความสำเร็จได้" Bude กล่าว
การชำระเงินตามรอบบิลช่วยให้เกิดแหล่งรายได้ใหม่
Pocket FM ใช้ Billing เพื่อนำเสนอการชำระเงินตามรอบบิลควบคู่กับโมเดลธุรกรรมขนาดเล็กที่มีอยู่ โดยปัจจุบัน การชำระเงินตามรอบบิลมีให้บริการในอินเดีย และมีแผนที่จะขยายไปยังสหรัฐอเมริกา
"ผู้ใช้แต่ละรายมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป การมีทั้ง 2 โมเดลจึงช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นและเป็นทางเลือกให้ลูกค้า" Bude กล่าว
Stripe Tax ช่วยให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดในตลาดทั่วโลกเป็นไปโดยอัตโนมัติ
เมื่อ Pocket FM ขยายไปยังกว่า 20 ประเทศและเปลี่ยนการซื้อให้เกิดขึ้นนอก App Store ได้มากขึ้น บริษัทก็ใช้ Tax เพื่อจัดการกับภาระหน้าที่ทางภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST โดยอัตโนมัติ โดยปัจจุบัน ธุรกรรม 46% ของ Pocket FM ดำเนินการผ่าน Tax ซึ่งครอบคลุมช่องทางเว็บและ iOS ของตนโดยไม่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานในการปฏิบัติตามข้อกำหนดโดยเฉพาะ
ปัจจุบันปริมาณการชำระเงินบน iOS 95% ดำเนินการผ่าน Stripe
การขยายการผสานการทำงาน Stripe ให้รองรับการซื้อในแอป iOS ช่วยให้ Pocket FM เห็นภาพรวมและควบคุมหนึ่งในช่องทางการขายที่สำคัญที่สุดของตนได้มากขึ้น หลังจากการผสานการทำงานแล้ว ปัจจุบันปริมาณการชำระเงินบน iOS 95% ก็ได้รับการประมวลผลผ่าน Stripe ในขณะที่ยังคงรักษาอัตราคอนเวอร์ชันได้เทียบเท่ากับประสบการณ์การชำระเงินบน iOS แบบเนทีฟก่อนหน้านี้
"การประมวลผลผ่าน Stripe ช่วยเพิ่มผลกำไรให้เราได้โดยตรง" Bude กล่าว
Stripe ช่วยให้มองเห็นการดำเนินงานได้ดีขึ้น ทดลองสิ่งต่างๆ ได้เร็วขึ้น ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ทั้งยังช่วยให้ทีมของเราดำเนินงานในส่วนของการชำระเงิน การชำระเงินตามรอบบิล และการเพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงินได้รวดเร็วยิ่งขึ้น