การชำระเงินแบบ B2B ด้วยคริปโต: ธุรกรรมข้ามพรมแดนที่เร็วขึ้น มีค่าใช้จ่ายน้อยลง และโปร่งใสขึ้น

Payments
Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. การชำระเงินแบบ B2B ด้วยคริปโตคืออะไร
  3. การชำระเงินแบบ B2B ด้วยคริปโตมีข้อดีอะไรบ้าง
  4. เครือข่ายบล็อกเชนช่วยให้บริษัทต่างๆ ชำระเงินให้กันโดยสะดวกได้อย่างไร
  5. โครงสร้างพื้นฐานใดรองรับธุรกรรมคริปโตระดับองค์กร
    1. การดูแลรักษาและการจัดการคีย์
    2. การเชื่อมต่อเครือข่าย
    3. สภาพคล่องของสเตเบิลคอยน์
    4. การผสานการทำงาน ERP และการทำบัญชี
    5. เครื่องมือในการปฏิบัติตามข้อกำหนดและติดตามตรวจสอบ
  6. การชำระเงินแบบ B2B ด้วยคริปโตมีความท้าทายด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดและภาษีอะไรบ้าง
  7. บริษัทจะผสานการทำงานระบบการชำระเงินด้วยคริปโตเข้ากับขั้นตอนการทำงานที่มีอยู่ได้อย่างไร
  8. Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

ธุรกิจต่างๆ ใช้คริปโตเคอร์เรนซีเพื่อให้รับส่งเงินได้เร็วขึ้น โดยมีค่าใช้จ่ายน้อยลง และใช้ตัวกลางน้อยกว่าเครือข่ายการชำระเงินแบบดั้งเดิม สิ่งที่ตอนแรกเป็นเพียงการทดลองเฉพาะในแวดวงสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังกลายเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้จริงในการชำระเงินทางธุรกิจข้ามพรมแดน การชำระเงินให้แก่ซัพพลายเออร์ รวมถึงการดำเนินงานด้านการเงินขององค์กร

สเตเบิลคอยน์ (โทเค็นดิจิทัลที่ผูกอยู่กับสินทรัพย์จริงที่มีมูลค่าเสถียร เช่น สกุลเงินตราหลักๆ ที่ใช้กัน) ช่วยให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นได้ วิธีนี้จะนำความรวดเร็วและการเขียนโปรแกรมได้ของบล็อกเชนมาใช้ โดยไม่มีความผันผวนที่มักพบในสินทรัพย์คริปโต ด้านล่างนี้ เราจะพูดถึงวิธีการทำงานของการชำระเงินแบบ B2B ที่ใช้บล็อกเชน เหตุผลที่องค์กรต่างๆ นำวิธีนี้มาใช้ และวิธีผสานการทำงานเข้ากับระบบการเงินที่มีอยู่อย่างปลอดภัย

เนื้อหาหลักในบทความ

  • การชำระเงินแบบ B2B ด้วยคริปโตคืออะไร
  • การชำระเงินแบบ B2B ด้วยคริปโตมีข้อดีอะไรบ้าง
  • เครือข่ายบล็อกเชนช่วยให้บริษัทต่างๆ ชำระเงินให้กันโดยสะดวกได้อย่างไร
  • โครงสร้างพื้นฐานใดรองรับธุรกรรมคริปโตระดับองค์กร
  • การชำระเงินแบบ B2B ด้วยคริปโตมีความท้าทายด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดและภาษีอะไรบ้าง
  • บริษัทจะผสานการทำงานระบบการชำระเงินด้วยคริปโตเข้ากับขั้นตอนการทำงานที่มีอยู่ได้อย่างไร
  • Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

การชำระเงินแบบ B2B ด้วยคริปโตคืออะไร

การชำระเงินแบบ B2B ด้วยคริปโต คือ ธุรกรรมระหว่างธุรกิจที่โอนสินทรัพย์ผ่านเครือข่ายบล็อกเชน แทนที่จะดำเนินการผ่านระบบธนาคารแบบดั้งเดิม ซึ่งก็เป็นการชำระเงินแบบเดียวกันนี่เอง แต่ดำเนินการด้วยสกุลเงินดิจิทัล

บริษัทหลายแห่งที่ใช้คริปโตในการชำระเงินแบบ B2B จะใช้สเตเบิลคอยน์ (โทเค็นดิจิทัลที่มักผูกอยู่กับสกุลเงินตรา เช่น ดอลลาร์สหรัฐ) บล็อกเชนจะตรวจสอบยืนยันและบันทึกโอนเงินภายในไม่กี่นาที โดยไม่มีตัวกลางหรือต้องรอเวลาทำการของธนาคาร และเมื่อยืนยันแล้ว ก็จะยกเลิกการชำระเงินดังกล่าวไม่ได้อีก

การชำระเงินแบบ B2B ด้วยคริปโตก็เหมือนๆ กับการแลกเปลี่ยนทางการเงินที่บริษัทต่างๆ ทำกันนี่เอง หากแต่เกิดขึ้นบนเครือข่ายการชำระเงินแบบใหม่ ทั้งยังเร็วขึ้น ตั้งโปรแกรมได้ และเข้าถึงได้ทั่วโลก

การชำระเงินแบบ B2B ด้วยคริปโตมีข้อดีอะไรบ้าง

ธุรกิจต่างๆ ใช้การชำระเงินด้วยคริปโต เพราะช่วยให้เคลื่อนย้ายเงินได้เร็วขึ้นและมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ทั้งยังมีรูปแบบการควบคุมที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลอีกด้วย

ข้อดีบางส่วนของการชำระเงินแบบ B2B ด้วยคริปโตมีดังนี้

  • การชำระเงินที่รวดเร็วขึ้น: การชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์จะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่นาทีหรือวินาที การชำระเงินที่รวดเร็วขึ้นนี้จะช่วยให้รอบการชำระเงินเร็วขึ้น เพิ่มสภาพคล่อง และช่วยให้ทีมการเงินเห็นกระแสเงินสดได้แบบเรียลไทม์

  • ค่าใช้จ่ายที่ลดลง: ธุรกิจทั่วโลกใช้เงินกว่า 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีไปกับค่าธรรมเนียมธุรกรรมข้ามพรมแดน แต่ละขั้นตอนในเครือข่ายธนาคาร (ตั้งแต่การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมของธนาคารที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการแปลงสกุลเงิน ตลอดจนการดำเนินการโอนเงิน) ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น การชำระเงินผ่านคริปโตจะเคลื่อนย้ายเงินระหว่างบุคคลโดยมีค่าธรรมเนียมเครือข่ายเพียงเล็กน้อย

  • การควบคุมกระแสเงินสดได้ดีขึ้น: การชำระเงินที่แทบจะทันทีช่วยให้คุณกำหนดเวลาการจ่ายหนี้และรับชำระหนี้ได้แม่นยำ บริษัทต่างๆ จะถือเงินสดเอาไว้นานขึ้นก่อนที่จะชำระเงินให้กับซัพพลายเออร์ แต่จะรับเงินจากลูกค้าเร็วขึ้น วิธีนี้ช่วยให้ไม่จำเป็นต้องกู้ยืมและมีเงินสดที่มีเสถียรภาพในตลาดต่างๆ

  • การเข้าถึงในวงกว้าง: เครือข่ายคริปโตจำนวนมากเป็นแบบเปิดกว้างและไม่มีพรมแดน ธุรกิจสามารถจ่ายเงินให้พาร์ทเนอร์หรือผู้ทำสัญญาในประเทศต่างๆ ที่เข้าถึงธนาคารได้ยากหรือมีมาตรการควบคุมเงินทุนที่เข้มงวด

  • ความโปร่งใสและการกระทบยอด: ธุรกรรมคริปโตทุกรายการจะได้รับการบันทึกไว้บนบล็อกเชนและตรวจสอบยืนยันได้จากทั้ง 2 ฝ่าย การกระทบยอดนี้ช่วยลดความซับซ้อน ป้องกันประวัติการชำระเงินสูญหาย และช่วยให้ทีมการเงินไม่ต้องติดต่อกันไปมาว่าได้รับเงินแล้วหรือยัง

  • ประสิทธิภาพทางธุรกิจ: การชำระเงินด้วยคริปโตจะผสานการทำงานเข้ากับขั้นตอนการทำงานแบบดิจิทัลได้ง่ายๆ อินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชัน (API) และเครื่องมืออัตโนมัติจะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถเรียกใช้ ติดตาม และยืนยันการชำระเงินด้วยโปรแกรมได้ ซึ่งจะช่วยให้การชำระเงินเร็วขึ้นและตรงไปตรงมามากขึ้น

เครือข่ายบล็อกเชนช่วยให้บริษัทต่างๆ ชำระเงินให้กันโดยสะดวกได้อย่างไร

เครือข่ายบล็อกเชนช่วยให้ไม่ต้องอาศัยตัวกลางอีกต่อไป และช่วยให้เคลื่อนย้ายสินทรัพย์ได้แบบ (แทบจะ) เรียลไทม์ การทำความเข้าใจวิธีที่เครือข่ายต่างๆ ช่วยให้ชำระเงินแบบ B2B ได้สะดวกจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าวิธีนี้เหมาะกับธุรกิจของคุณหรือไม่

วิธีการทำงานมีดังนี้

  • ข้อมูลการนำส่งในตัว: การชำระเงินอาจมีรายละเอียดอย่างเป็นระบบ เช่น หมายเลขใบแจ้งหนี้และข้อมูลอ้างอิงของใบสั่งซื้อ (PO) เพื่อให้ทีมต่างๆ ระบุเงินที่เข้ามาให้ตรงกับรายการที่ยังไม่แล้วเสร็จได้โดยไม่ต้องทำความเข้าใจบริบท

  • ระบบอัตโนมัติแบบ Delivery-versus-payment (DvP): สัญญาอัจฉริยะสามารถกันเงินไว้ได้จนกว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น การยืนยันการจัดส่ง การบรรลุเป้าหมาย หรือสัญญาณ Oracle ระบบ DvP จะช่วยลดความเสี่ยง "จ่ายตอนนี้ ไปหวังทีหลัง" และลดความจำเป็นในการกันวงเงินหรือการอนุมัติด้วยตัวเอง

  • การแบ่งกลุ่มและการหักยอด: ธุรกรรมบนบล็อกเชนแค่รายการเดียวก็ชำระเงินให้กับซัพพลายเออร์ได้หลายราย หรือทำตามภาระหน้าที่ต่างๆ ให้กับพาร์ทเนอร์หลายรายได้พร้อมกันก่อนจะแล้วเสร็จ วิธีนี้จะช่วยลดค่าธรรมเนียมและจำนวนคลิกลงได้ โดยเฉพาะชุดธุรกรรม (Rollup) ที่รวมการโอนเงินหลายๆ รายการไว้ในที่เดียว

  • การควบคุมค่าธรรมเนียมและเส้นทาง: ผู้ชำระเงินสามารถเลือกเครือข่าย (Layer 1 (L1) หรือ Layer 2 (L2)) และระดับค่าธรรมเนียมที่ของเครือข่ายให้เข้ากับความเร่งด่วนได้ เครื่องมือกำหนดเส้นทางหลายๆ อย่างจะเลือกเส้นทางที่มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าและมีการใช้งานหนาแน่นน้อยกว่าให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้การชำระเงินเร่งด่วนแล้วเสร็จโดยเร็ว ในขณะที่เครื่องมือทั่วไปจะเลือกใช้เส้นทางที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ

  • การปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ตั้งแต่ต้น: รายการที่อยู่ที่อนุญาต วงเงินใช้จ่าย และการตรวจสอบการป้องกันการฟอกเงิน (AML) และการคว่ำบาตรแบบอัตโนมัติจะดำเนินการได้ก่อนที่ธุรกรรมจะเข้ามาถึงเครือข่าย โดยคุณสามารถแนบข้อมูล Travel Rule ผ่านการส่งข้อความที่ปลอดภัยได้ในกรณีที่จำเป็น

  • มาตรการป้องกันและการคืนเงินแบบตั้งโปรแกรมได้: ระบบล็อกเวลา (Timelock) มาตรการควบคุมแบบกำหนดเวลา การควบคุมแบบหลายลายเซ็น (Multisig) และระยะเวลากันเงินที่ปรับคืนได้จะช่วยให้บริษัทต่างๆ มีนโยบายการคืนเงินและขั้นตอนการอนุมัติที่คาดการณ์ได้โดยไม่ต้องอาศัยผู้ควบคุม

  • การแสดงข้อมูลอยู่เสมอ: บัญชีแยกประเภทสาธารณะ (เช่น รายการเดินบัญชีธนาคารแบบเรียลไทม์) จะปรากฏในแดชบอร์ดที่ใช้งานจริงเพื่อช่วยในเรื่องสถานะเงินสด ระยะเวลา และการจัดการข้อยกเว้น

โครงสร้างพื้นฐานใดรองรับธุรกรรมคริปโตระดับองค์กร

การชำระเงินด้วยคริปโตในองค์กรจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อน คุณควรมองหาฟีเจอร์ต่อไปนี้

การดูแลรักษาและการจัดการคีย์

บริษัทขนาดใหญ่มักร่วมงานกับผู้ดูแลสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล บริษัทต่างๆ จำเป็นต้องมีการรักษาความปลอดภัยกระเป๋าเงินระดับเดียวกับธนาคาร การตั้งค่าการคำนวณแบบหลายฝ่าย (MPC) หรือหลายลายเซ็นจะช่วยป้องกันไม่ให้บุคคลใดคนหนึ่งเคลื่อนย้ายเงินได้ และองค์กรหลายแห่งก็ใช้ผู้ดูแลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลในการจัดเก็บคีย์ การลงนาม และการรับประกัน

การเชื่อมต่อเครือข่าย

บริษัทบางแห่งไม่ได้ใช้โหนดบล็อกเชนของตัวเอง บางแห่งก็ใช้ผู้ให้บริการ API ที่เผยแพร่และติดตามธุรกรรมตลอดเครือข่าย เลือกเส้นทางที่รวดเร็วหรือมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด และส่งข้อมูลอัปเดตสถานะกลับไปยังระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) และเครื่องมือทางการเงิน

สภาพคล่องของสเตเบิลคอยน์

เนื่องจากการชำระเงินแบบ B2B มักดำเนินการด้วยสเตเบิลคอยน์ USDC หรือที่คล้ายๆ กัน ธุรกิจจึงต้องมีแหล่งสภาพคล่องที่เชื่อถือได้ ซึ่งอาจเป็นการแปลงเงินตราเป็นสเตเบิลคอยน์ผ่านระบบแลกเปลี่ยนหรือการใช้ผู้ให้บริการชำระเงิน เช่น Stripe เพื่อแปลงคริปโตกลับเป็นสกุลเงินท้องถิ่น

การผสานการทำงาน ERP และการทำบัญชี

การดำเนินการบนบล็อกเชนต้องอยู่ในบัญชีแยกประเภทเดียวกันกับธุรกรรมอื่นๆ ทั้งนี้ มิดเดิลแวร์จะนำข้อมูลบนบล็อกเชนเข้าสู่ระบบทำบัญชี ระบุธุรกรรมให้ตรงกับใบแจ้งหนี้ และใช้อัตราแลกเปลี่ยนเพื่อให้กระบวนการตรวจสอบบัญชีเป็นระเบียบเรียบร้อย

เครื่องมือในการปฏิบัติตามข้อกำหนดและติดตามตรวจสอบ

การคัดกรองกระเป๋าเงิน การติดตามธุรกรรม และบันทึกการอนุมัติจะช่วยขยายขั้นตอน AML และการตรวจสอบที่มีอยู่ให้ครอบคลุมคริปโตด้วย ซึ่งช่วยให้มีการควบคุมอย่างรัดกุมโดยไม่ทำให้การชำระเงินช้าลง

การชำระเงินแบบ B2B ด้วยคริปโตมีความท้าทายด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดและภาษีอะไรบ้าง

บริษัทที่นำคริปโตเคอร์เรนซีมาใช้กับการชำระเงินทางธุรกิจจะต้องดูว่าสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากับกรอบการทำงานด้านการเงิน ภาษี และการรายงานหรือไม่ ซึ่งทุกเรื่องเหล่านี้ก็ยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด คุณจึงจำเป็นที่จะต้องคอยติดตามการเปลี่ยนแปลงต่างๆ อยู่เสมอ

อุปสรรคบางอย่างในการชำระเงินแบบ B2B ด้วยคริปโตมีดังนี้

  • ความไม่แน่นอนของระเบียบข้อบังคับ: กฎจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ บางภูมิภาคก็มีกรอบการทำงานที่ชัดเจน เช่น Markets in Crypto Assets Regulation (MiCA) ของยุโรป บางภูมิภาคก็ถือว่าคริปโตเป็นพื้นที่สีเทาที่ไม่มีการกำกับดูแล ธุรกิจต่างๆ จะต้องยืนยันว่าทั้งตนและพาร์ทเนอร์ของตนสามารถรับส่งคริปโตได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และปฏิบัติตามข้อกำหนดในการออกใบอนุญาตหรือการควบคุมเงินทุนในเขตอำนาจศาลแต่ละแห่ง

  • การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้าน AML และการคว่ำบาตร: การเปิดกว้างของบล็อกเชนทำให้บริษัทต่างๆ ต้องติดตามตรวจสอบธุรกรรมของตนอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าตนไม่ได้ทำธุรกรรมกับนิติบุคคลที่ถูกคว่ำบาตร เช่น การตรวจสอบยืนยันคู่สัญญา การคัดกรองที่อยู่กระเป๋าเงินเทียบกับรายการคว่ำบาตร และการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ของบล็อกเชนเพื่อติดตามเงิน ผู้ประมวลผลการชำระเงินหลายๆ รายผสานขั้นตอนการปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของตนโดยตรงเพื่อช่วยให้ธุรกรรมต่างๆ เป็นระเบียบถูกต้องอยู่เสมอ

  • ความซับซ้อนด้านการทำบัญชีและภาษี: หน่วยงานภาษีหลายๆ แห่งจัดว่าคริปโตเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ใช่เงินสด ธุรกรรมแต่ละรายการอาจทำให้เกิดเหตุการณ์หรือรายการบัญชีที่ต้องเสียภาษี หากมูลค่าของสินทรัพย์ระหว่างช่วงที่ได้มากับช่วงที่ได้รับชำระเงินไม่ตรงกัน สเตเบิลคอยน์จะช่วยลดความผันผวน แต่ทีมการเงินยังคงต้องมีบันทึกที่ชัดเจนเกี่ยวกับมูลค่าธุรกรรมและอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินในการรายงาน

  • การรักษาความปลอดภัยและมาตรการควบคุมภายใน: ธุรกรรมที่ปรับคืนไม่ได้ย่อมเพิ่มความเสี่ยงต่อการรักษาความปลอดภัย โดยโปรโตคอลการดูแลที่เข้มงวด การอนุมัติแบบ 2 ชั้น และการฝึกอบรมพนักงานถือเป็นเรื่องสำคัญในการป้องกันข้อผิดพลาดและการฉ้อโกง

บริษัทจะผสานการทำงานระบบการชำระเงินด้วยคริปโตเข้ากับขั้นตอนการทำงานที่มีอยู่ได้อย่างไร

การนำคริปโตมาใช้ในการดำเนินธุรกิจของคุณจะได้ผลดีที่สุดเมื่อเข้ากับวิธีจัดการการชำระเงิน การอนุมัติ และการรายงานที่ทีมการเงินของคุณทำกันอยู่แล้วได้อย่างลงตัว

สิ่งที่ควรพิจารณามีดังนี้

  • เริ่มจากการนำร่องแบบมุ่งเป้า: ให้เลือกกรณีการใช้งานแบบเฉพาะเจาะจง (เช่น การเบิกจ่ายให้กับซัพพลายเออร์ในภูมิภาคต่างๆ ที่มีค่าใช้จ่ายในการโอนเงินต่างชาติสูง หรือการออกใบแจ้งหนี้ให้ลูกค้าเป็นสเตเบิลคอยน์) เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจขั้นตอนนี้ การนำร่องในกลุ่มเล็กๆ ก่อนจะช่วยให้เห็นปัญหาในด้านการอนุมัติ การทำบัญชี และการกระทบยอดก่อนที่จะนำไปใช้ทั่วทั้งบริษัท

  • การผสานการทำงานลูกหนี้การค้า: เพิ่มตัวเลือกการชำระเงินด้วยคริปโตลงในใบแจ้งหนี้หรือหน้าชำระเงินโดยใช้ลิงก์ชำระเงินหรือ API ที่โฮสต์ไว้ ผู้ให้บริการชำระเงิน เช่น Stripe สามารถรับชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์และแปลงเป็นสกุลเงินในท้องถิ่นได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ทีมการเงินสามารถบันทึกธุรกรรมเป็นเงินตราได้โดยไม่ต้องจัดการกับคริปโตโดยตรง

  • การปรับเจ้าหนี้การค้า: จากมุมมองของระบบ คุณสามารถจัดการการเบิกจ่ายด้วยคริปโตได้เหมือนการชำระเงินด้วยสกุลเงินต่างประเทศ ทั้งนี้ การอนุมัติ การจัดทำเอกสาร และการกระทบยอดควรสอดคล้องกับขั้นตอนการทำงานที่มีอยู่ โดยมีการตรวจสอบที่อยู่กระเป๋าเงินและการยืนยันธุรกรรมเพิ่มเติม กระเป๋าเงินแบบหลายลายเซ็น (Multisig) หรือแพลตฟอร์มรับดูแลสินทรัพย์อาจมาพร้อมการอนุมัติแบบสองขั้นและกระบวนการตรวจสอบบัญชีแบบอัตโนมัติ

  • การซิงค์ ERP และการทำบัญชี: มิดเดิลแวร์อาจดึงข้อมูลบล็อกเชน (เช่น จำนวนเงิน, การประทับเวลา, ID ธุรกรรม) เข้าไปในระบบ ERP เพื่อให้กิจกรรมคริปโตปรากฏในบัญชีแยกประเภทเดียวกันกับการโอนเงินต่างชาติหรือการโอนเงินแบบ ACH (Automated Clearing House) ขั้นตอนด้านข้อมูลที่สอดคล้องกันจะช่วยให้บันทึกการตรวจสอบเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ

  • การเตรียมความพร้อมให้กับทีมและมีมาตรการควบคุม: การฝึกอบรมพนักงาน นโยบายที่ชัดเจนในการเข้าถึงกระเป๋าเงิน และระบบป้องกันอัตโนมัติ (เช่น รายการที่อยู่ที่อนุญาตหรือขีดจำกัดการชำระเงิน) จะช่วยให้คุณดำเนินงานได้อย่างปลอดภัยอยู่เสมอเมื่อมีการชำระเงินเพิ่มมากขึ้น

Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลก โดยรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้

Stripe Payments ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe

  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน

  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบให้ตรงกลุ่ม ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ

  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีประวัติระยะเวลาให้บริการ 99.999% โดยแทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือสูงเป็นระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถขับเคลื่อนการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe