ภาษีนิติบุคคล หรือ ภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นภาษีอากรที่ภาครัฐจัดเก็บจากกำไรสุทธิของนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย หรือมีรายได้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยอัตราภาษีนั้นมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของนิติบุคคลและขนาดของกิจการ ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีนิติบุคคลอย่างถูกต้องจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการเงินและค่าใช้จ่ายด้านภาษีอย่างเป็นระบบ
ในบทความนี้เราจะเรียนรู้ว่าภาษีนิติบุคคลคืออะไร รายละเอียดเกี่ยวกับอัตราภาษีนิติบุคคล รวมถึงวิธีคำนวณและวิธียื่นภาษีนิติบุคคล พร้อมแนะนำการเลือกโซลูชันการจัดการภาษีนิติบุคคลที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การจัดทำรายงานและการบริหารจัดการภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดำเนินธุรกิจได้อย่างโปร่งใสและสอดคล้องตามกฎหมาย
เนื้อหาหลักในบทความ
- ภาษีนิติบุคคลคืออะไร
- อัตราภาษีนิติบุคคล
- วิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
- วิธียื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล
- การเลือกโซลูชันการจัดการภาษีนิติบุคคล
- Stripe Tax ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
ภาษีนิติบุคคลคืออะไร
ภาษีนิติบุคคล หรือ ภาษีเงินได้นิติบุคคล คือภาษีที่เรียกเก็บจากกำไรสุทธิจากการประกอบธุรกิจของกิจการที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายประมวลรัษฎากร เช่น บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทมหาชน หรือห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ทั้งนี้ภาษีนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งรายได้สำคัญของภาครัฐในการนำไปใช้พัฒนาประเทศในด้านต่างๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และสวัสดิการสังคม
การจัดการภาษีนิติบุคคลอย่างถูกต้องมีผลโดยตรงต่อสภาพคล่องทางการเงินของธุรกิจ ช่วยให้การบริหารกระแสเงินสดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คาดการณ์ภาระภาษีได้อย่างแม่นยำ และปฏิบัติตามกฎหมายภาษีได้อย่างครบถ้วน ความรู้เกี่ยวกับภาษีนิติบุคคลยังเสริมความพร้อมในการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐหรือการเข้าระดมทุน ลดความเสี่ยงจากเบี้ยปรับ และส่งเสริมให้กิจการสามารถขยายตัวได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
อัตราภาษีนิติบุคคล
อัตราภาษีนิติบุคคลในประเทศไทยนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของนิติบุคคลและขนาดของกิจการ ดังนี้
อัตราภาษีตามหลักทั่วไป
อัตราภาษีคงที่ 20% ของกำไรสุทธิ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่ SME หรือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ไม่ว่าจะมีกำไรสุทธิเท่าใดก็ตาม
อัตราภาษีสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)
บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้รวมทั้งปีไม่เกิน 30 ล้านบาท สามารถใช้อัตราภาษีแบบขั้นบันไดเพื่อใช้คำนวณอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลตามเกณฑ์ของธุรกิจ ดังนี้
|
SME ที่มีกำไรสุทธิต่อปี (บาท) |
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล |
|---|---|
|
0 – 300,000 บาท |
0% (ได้รับการยกเว้นภาษี) |
|
300,001 – 3,000,000 บาท |
15% |
|
มากกว่า 3,000,000 บาท |
20% |
หมายเหตุ: กำไรแต่ละส่วนนั้นถูกคิดตามช่วงที่กำไรสุทธิตกอยู่ เช่น กำไรสุทธิ 4 ล้านบาท จำนวน 3 ล้านแรกอาจเสียภาษี 15% และส่วนที่เกินมาจาก 3 ล้านจะเสีย 20% นอกจากนี้บริษัทที่ได้รับสิทธิพิเศษจากการส่งเสริมการลงทุนของ BOI อาจได้รับการยกเว้นภาษีตามเงื่อนไขสิทธิประโยชน์
อัตราภาษีสำหรับบริษัทข้ามชาติ
ภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำทั่วโลก หรือ Global Minimum Tax กำหนดให้บริษัทข้ามชาติที่มีรายได้ตั้งแต่ 3 หมื่นล้านบาทต่อปีขึ้นไป จะต้องมีอัตราภาษีที่แท้จริงไม่ต่ำกว่า 15% เพื่อลดการโยกย้ายกำไรไปยังประเทศที่มีภาษีต่ำและสร้างความเป็นธรรมทางภาษี ซึ่งประเทศไทยได้ออก พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 (ปี 2024) และเริ่มใช้ในรอบปีบัญชี 2025
วิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
ภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้นสามารถคำนวณได้โดย
ภาษีเงินได้นิติบุคคล = กำไรสุทธิทางภาษี x อัตราภาษีนิติบุคคล
โดยสามารถคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีได้โดย
กำไรสุทธิ = รายได้ – ค่าใช้จ่ายที่หักได้ตามกฎหมาย
ตัวอย่างวิธีคำนวณภาษีเงินได้สำหรับนิติบุคคลทั่วไป
บริษัท S
|
อัตราภาษีนิติบุคคลทั่วไป: |
20% ของกำไรสุทธิ |
|
รายได้ |
5,000,000 บาท |
|
ค่าใช้จ่ายที่หักได้ตามกฎหมาย: |
3,500,000 บาท |
กำไรสุทธิทางภาษี
รายได้ – ค่าใช้จ่ายที่หักได้ตามกฎหมาย
฿5,000,000 – ฿3,500,000 = 1,500,000 บาทภาษีเงินได้นิติบุคคล
กำไรสุทธิทางภาษี x อัตราภาษีนิติบุคคล
฿1,500,000 x 0.20 (หรือ 20%) = 300,000 บาท
เพราะฉะนั้นบริษัทตัวอย่าง S ต้องจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นจำนวน 300,000 บาท
ตัวอย่างวิธีคำนวณภาษีเงินได้สำหรับ SME
บริษัท T
|
อัตราภาษี SME ที่มีกำไรสุทธิ 0 – 300,000 บาท: |
0% ของกำไรสุทธิ |
|
อัตราภาษี SME ที่มีกำไรสุทธิ 300,001 – 3,000,000 บาท: |
15% ของกำไรสุทธิ |
|
อัตราภาษี SME ที่มีกำไรสุทธิเกิน 3,000,000 บาท: |
20% ของกำไรสุทธิ |
|
รายได้ |
4,000,000 บาท |
|
ค่าใช้จ่ายที่หักได้ตามกฎหมาย: |
2,000,000 บาท |
- กำไรสุทธิสำหรับ SME
รายได้ – ค่าใช้จ่ายที่หักได้ตามกฎหมาย
฿4,000,000 – ฿2,000,000 = 2,000,000 บาท
- กำไรสุทธิทางภาษี
กำไรสุทธิสำหรับ SME – จำนวนยกเว้นอัตราภาษีขั้นแรกสำหรับ SME
฿2,000,000 – ฿300,000 = 1,700,000 บาท - ภาษีเงินได้ SME
กำไรสุทธิทางภาษี x อัตราภาษี SME
฿1,700,000 x 0.15 (หรือ 15%) = 255,000 บาท
เพราะฉะนั้นบริษัทตัวอย่าง T ที่มีสถานะเป็น SME ต้องจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นจำนวน 255,000 บาท
วิธียื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล
ขั้นตอนการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยมีดังนี้
เตรียมข้อมูลและเอกสารทางบัญชี
รวบรวมข้อมูลทางการเงินของรอบระยะเวลาบัญชี ได้แก่
- งบการเงินที่มีการให้ผู้ตรวจสอบบัญชี (CPA) ตรวจสอบและลงนาม เช่น งบกำไรขาดทุน งบดุล งบกระแสเงินสด หรืองบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น
- รายการปรับปรุงทางภาษี เช่น กำไรสุทธิทางภาษี (หรือจำนวนขาดทุนสะสมยกมา), รายการทรัพย์สิน, หลักฐานคำนวณภาษี, ค่าเสื่อมราคา, ค่าใช้จ่ายต้องห้าม (ถ้ามี), สัญญาเช่าหรือสัญญากู้ยืม ฯลฯ
- หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย เช่น ภ.ง.ด. 1, ภ.ง.ด. 1ก, ภ.ง.ด. 3, ภ.ง.ด. 53 (ถ้ามี)
- แบบนำส่งงบการเงิน สบช. 3 และแบบบัญชีผู้ถือหุ้น บอจ. 5
คำนวณกำไรสุทธิและภาษีเงินได้นิติบุคคล
คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตราที่กฎหมายกำหนด เช่น 20% สำหรับกิจการทั่วไปหรืออัตราพิเศษสำหรับ SME และคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้
- พิจารณาภาษีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
- ปรับกำไรทางภาษีโดยการบวกหรือหักรายการตามที่กฎหมายกำหนด
- ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีในกรณีต่างๆ เช่น สิทธิประโยชน์จาก BOI, สิทธิประโยชน์ R&D และนวัตกรรม, เขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือสิทธิประโยชน์จากการพัฒนาซอฟต์แวร์ เป็นต้น
กรอกแบบฟอร์มแสดงรายการภาษี
กรอกแบบ ภ.ง.ด.50 ให้ครบถ้วนและถูกต้องสำหรับรอบปีบัญชีและแบบ ภ.ง.ด.51 สำหรับครึ่งปี หากเข้าข่าย โดยนิติบุคคลที่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 แม้จะไม่มีภาษีต้องชำระก็ตาม ได้แก่
- บริษัทจำกัด
- บริษัทมหาชนจำกัด
- ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
- นิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบกิจการหรือมีรายได้จากประเทศไทย
- กิจการร่วมค้า (Joint Venture)
และผู้ที่ไม่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ได้แก่
- มูลนิธิหรือสมาคมที่ไม่มีรายได้จากการประกอบกิจการเชิงพาณิชย์
- นิติบุคคลที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมาย
- ธุรกิจที่เลิกกิจการแล้วและไม่มีรายได้ในรอบบัญชีนั้น
หมายเหตุ: บางกรณีแม้ขาดทุนก็สามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 เป็นศูนย์ได้ และภาษีที่ชำระจาก ภ.ง.ด.51 สามารถนำไปหักออกตอนยื่น ภ.ง.ด.50 ช่วงปลายปีได้
ยื่นแบบและชำระภาษี
ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีต่อกรมสรรพากรจากกำไรประมาณการ สามารถทำได้โดย:
- ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 (หากเข้าข่าย) ต่อกรมสรรพากรภายใน 2 เดือนนับจากวันสิ้นรอบ 6 เดือนแรก ของรอบบัญชี เช่น รอบบัญชี 1 ม.ค.– 31 ธ.ค. ควรยื่นภายในเดือนสิงหาคม
- ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี เช่น รอบบัญชี 31 ธ.ค. ควรยื่นภายในเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป
ยื่นออนไลน์
ยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร โดยการสมัครบัญชี e-Filing และสามารถตรวจสอบข้อมูลการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ผ่านอินเทอร์เน็ตอย่างละเอียดได้
ยื่นที่สำนักงานสรรพากร
ยื่นแบบกระดาษ ณ สรรพากรพื้นที่ที่บริษัทตั้งอยู่พร้อมชำระภาษีภายในกำหนดเวลาผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร หรือ ชำระได้ที่เคาน์เตอร์รับชำระที่สำนักงานสรรพากรหรือธนาคารที่ร่วมโครงการภาษีนิติบุคคล
ช่องทางการชำระภาษี
- ชำระได้โดยตรง ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่หรือสาขาที่ยื่นแบบ
- ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารที่กรมสรรพากรกำหนด ใช้เมื่อยื่นแบบที่กรมสรรพากรแล้วได้รับใบแจ้งยอดภาษี (Tax Notice) ไปชำระที่ธนาคารโดยตรง
- ชำระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง, โมบายแบงก์กิ้ง, พร้อมเพย์ หรือการหักบัญชีอัตโนมัติโดยต้องระบุข้อมูลผู้เสียภาษีและเลขบัญชีหรือใบแจ้งยอดตามที่กรมสรรพากรกำหนดก่อนชำระ
หมายเหตุ: หากยื่นภาษีหรือทำการชำระล่าช้าจะต้องชำระเงินเพิ่มและอาจมีเบี้ยปรับ
เก็บรักษาหลักฐานและเอกสาร
เก็บสำเนาแบบภาษี, รายงานบัญชี, ใบรับการยื่น, ใบกำกับภาษี และหลักฐานการชำระเงินที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยสามารถเก็บได้ทั้งในรูปแบบเอกสารและแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับการตรวจสอบจากกรมสรรพากรในภายหลัง
การเลือกโซลูชันการจัดการภาษีนิติบุคคล
การเลือกโซลูชันสำหรับการจัดการภาษีนิติบุคคลมีปัจจัยต่างๆ ที่ควรพิจารณา ดังนี้
รายงานข้อมูลภาษีอย่างถูกต้องและแม่นยำ
โซลูชันภาษีที่ดีช่วยให้การเตรียมเอกสารและการรายงานข้อมูลภาษีให้กรมศุลกากรเป็นไปอย่างถูกต้องและแม่นยำ การผสานกับระบบอย่าง Stripe Tax และ Stripe Checkout ช่วยให้การคำนวณภาษีนิติบุคคลและการรายงานข้อมูลภาษีเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วและเป็นไปตามกฎหมาย มีการอัปเดตกฎระเบียบและอัตราภาษีให้เป็นปัจจุบันเสมอ การรายงานภาษีที่ถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและค่าปรับ
การเชื่อมต่อกับระบบชำระเงิน
รองรับการเชื่อมต่อกับระบบชำระเงินได้อย่างราบรื่น เช่น Stripe Payments เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ทำให้การบันทึกรายได้จากระบบการชำระเงินดิจิทัลเป็นไปได้อย่างถูกต้องแบบเรียลไทม์ เพื่อการรวบรวมข้อมูลภาษีที่สะดวกและรวดเร็ว สร้างความโปร่งใส ช่วยลดระยะเวลาในการดำเนินการและลดข้อผิดพลาดที่เกิดได้จากการป้อนข้อมูลธุรกรรมที่ซ้ำซ้อน
การทำงานร่วมกับระบบบัญชี
ความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบบัญชีหรือ ERP ได้โดยตรงเพื่อทำรายงานภาษีโดยอัตโนมัติเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการภาษีนิติบุคคล การเชื่อมต่อที่ทำให้การซิงค์ข้อมูลกับระบบบัญชีเป็นไปแบบเรียลไทม์อย่าง Stripe API ช่วยลดความคลาดเคลื่อน พร้อมแสดงรายได้รวมและรายละเอียดธุรกรรมที่ใช้ยื่นภาษีได้ผ่าน Stripe Dashboard และ Stripe Reports ลดภาระด้านการจัดการภาษีเพื่อให้ธุรกิจมีเวลามากขึ้นในการทุ่มเทบริหารกิจการให้เติบโต
การตรวจสอบย้อนหลัง
ความสามารถในการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง ไม่ว่าจะเป็นประวัติล็อกอินเข้าใช้งาน หรือการแก้ไขและปรับปรุงข้อมูล การใช้ระบบที่สามารถจัดเก็บ, ตรวจสอบข้อมูล, ดึงข้อมูลการรับและจ่ายเงินแบบอัตโนมัติ และจัดทำรายงานภาษีและอากรได้อย่างละเอียดและสมบูรณ์ในแบบเรียลไทม์ ระบบภาษีที่ดีช่วยให้กิจการขยายตัวได้อย่างมั่นคง พร้อมรับการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐหรือการเข้าระดมทุน
ระบบที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้
ระบบควรมีบันทึกการใช้งานและควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยรหัสผ่าน มีระบบรักษาข้อมูลที่ปลอดภัยด้วยการเข้ารหัส (Encryption) และมีกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง (Access Control) มีเสถียรภาพและพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง สามารถตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อมูลไฟล์ได้ ช่วยให้ธุรกิจมั่นใจในการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังหากเกิดข้อพิพาท
มีความเชี่ยวชาญด้านภาษี
โซลูชันที่ดีควรมีความรู้และความเชี่ยวชาญในระบบภาษีของไทย เข้าใจถึงอัตราทั่วไปที่ 20% และการเก็บภาษีนิติบุคคลแบบขั้นบันไดสำหรับ SME สิทธิประโยชน์ในกรณีต่างๆ เช่น BOI, R&D และนวัตกรรมหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีการอัปเดตข้อมูลทางกฎหมายและการเปลี่ยนแปลงทางภาษีโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งประเมินความเสี่ยงจากการชำระภาษีที่อาจเกินหรือขาดได้อย่างแม่นยำ
Stripe Tax ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
Stripe Tax ลดความยุ่งยากในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษี เพื่อให้คุณมีเวลาไปมุ่งเน้นที่การเติบโตของธุรกิจของคุณ เริ่มเรียกเก็บภาษีทั่วโลกได้โดยการเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการเชื่อมต่อการทำงานที่คุณมีอยู่ คลิกปุ่มในแดชบอร์ด หรือใช้ API ที่ทรงพลังของเรา
Stripe Tax ช่วยให้คุณตรวจสอบภาระหน้าที่และการแจ้งเตือนเมื่อเกินเกณฑ์การจดทะเบียนภาษีการขายตามธุรกรรมใน Stripe นอกจากนี้ยังสามารถจดทะเบียนเพื่อเก็บภาษีในนามของคุณในสหรัฐอเมริกา และจัดการการยื่นภาษีผ่านพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้อีกด้วย Stripe Tax ยังคำนวณและเก็บภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST โดยอัตโนมัติจากรายการต่อไปนี้
- ทั้งสินค้าและบริการทางกายภาพและดิจิทัล ในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา และในกว่า 100 ประเทศ
- สินค้าที่จับต้องได้ในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกาและ 42 ประเทศ
Stripe Tax สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้
ทำความเข้าใจว่าจะจดทะเบียนและเรียกเก็บภาษีที่ไหน: ดูตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องเรียกเก็บภาษีโดยอิงตามธุรกรรมใน Stripe หลังจากจดทะเบียนแล้ว คุณสามารถเปิดใช้การเรียกเก็บภาษีในรัฐหรือประเทศใหม่ได้ภายในไม่กี่วินาที คุณสามารถเริ่มเรียกเก็บภาษีได้โดยเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการผสานการทำงาน Stripe ที่คุณมีอยู่ หรือเพิ่มการเรียกเก็บภาษีด้วยการคลิกเพียงปุ่มเดียวในแดชบอร์ด Stripe
จดทะเบียนชำระภาษี: หากคุณมีธุรกิจอยู่ในสหรัฐอเมริกา สามารถให้ Stripe จัดการการจดทะเบียนภาษีแทนคุณ ช่วยกรอกรายละเอียดการสมัครล่วงหน้าและรับประโยชน์จากขั้นตอนที่ง่ายขึ้น ถ้าคุณอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา Stripe พาร์ทเนอร์กับ Taxually ในการจดทะเบียนภาษีกับสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ ให้คุณประหยัดเวลาและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น
เก็บภาษีโดยอัตโนมัติ: Stripe Tax คำนวณและเก็บภาษีที่ต้องชำระตามจำนวนที่ถูกต้องไม่ว่าคุณจะจำหน่ายสินค้าอะไรหรือขายที่ไหนก็ตาม โดยรองรับสินค้าและบริการหลายร้อยรายการ และมีข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎและอัตราภาษี
ลดความยุ่งยากในการยื่น: Stripe Tax ผสานการทำงานกับพาร์ทเนอร์ด้านการยื่นภาษีได้อย่างราบรื่น เพื่อให้การยื่นเอกสารทั่วโลกของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและทันเวลา ให้พาร์ทเนอร์ของเราจัดการการยื่นเอกสารแทน เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสที่การเติบโตของธุรกิจ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Tax หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ