ภาษีนิติบุคคล หรือที่เรียกว่า "ภาษีเงินได้นิติบุคคล" เป็นภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บจาก กำไรสุทธิ ของ นิติบุคคล ที่ประกอบกิจการหรือมีรายได้ในประเทศไทย โดยอัตราภาษีจะต่างกันไปตามประเภทธุรกิจและขนาดของธุรกิจ การทำความเข้าใจภาษีนิติบุคคลจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการเงินและวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในบทความนี้ เราจะอธิบายภาษีนิติบุคคล อัตราภาษีนิติบุคคล รวมถึงวิธีคำนวณและยื่นแบบภาษีนิติบุคคล เรายังแนะนำโซลูชันสำหรับการจัดการภาษีนิติบุคคลที่ช่วยให้การรายงานและการบริหารภาษีมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย
เนื้อหาหลักในบทความ
- ภาษีนิติบุคคลคืออะไร
- อัตราภาษีนิติบุคคลในประเทศไทย
- วิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
- วิธียื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล
- วิธีเลือกโซลูชันจัดการภาษีนิติบุคคล
- Stripe Tax ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
ภาษีนิติบุคคลคืออะไร
ภาษีนิติบุคคลหรือภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นภาษีที่จัดเก็บจากกำไรสุทธิของการดำเนินธุรกิจของกิจการที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร ซึ่งรวมถึงบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด และห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ภาษีนิติบุคคลถือเป็นแหล่งรายรับสำคัญของรัฐ เพื่อนำไปใช้พัฒนาประเทศในด้านต่างๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และสวัสดิการสังคม
การบริหารภาษีนิติบุคคลอย่างเหมาะสมมีผลโดยตรงต่อสภาพคล่องของธุรกิจ ซึ่งช่วยให้สามารถบริหารกระแสเงินสด คาดการณ์ภาระภาษีล่วงหน้า และปฏิบัติตามกฎหมายภาษีได้อย่างถูกต้อง การมีความรู้ด้านภาษีนิติบุคคลยังช่วยให้ธุรกิจพร้อมต่อการตรวจสอบจากภาครัฐหรือการระดมทุน ลดความเสี่ยงจากค่าปรับ และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
อัตราภาษีนิติบุคคลในประเทศไทย
อัตราภาษีนิติบุคคลในประเทศไทยขึ้นอยู่กับประเภทของนิติบุคคลและขนาดของธุรกิจ
อัตราภาษีทั่วไป
ทุกบริษัทและห้างหุ้นส่วนที่ไม่ได้เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) จะถูกเก็บภาษีในอัตราคงที่ 20% ของกำไรสุทธิ ไม่ว่าจะมีกำไรเท่าใดก็ตาม
อัตราภาษีสำหรับ SME
บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายรับรวมปีละไม่เกิน 30 ล้านบาท สามารถใช้อัตราภาษีแบบก้าวหน้าได้ โดยใช้เพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตามเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับธุรกิจ
|
กำไรสุทธิประจำปีของ SME |
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล |
|---|---|
|
0 บาท – 300,000 บาท |
0% (การยกเว้นภาษี) |
|
300,001 บาท – 3,000,000 บาท |
15% |
|
มากกว่า 3,000,000 บาท |
20% |
หมายเหตุ: กำไรแต่ละส่วนจะคำนวณตามช่วงกำไรสุทธิที่อยู่ในเกณฑ์นั้น ตัวอย่างเช่น หากมีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท ส่วนแรก 3 ล้านบาทจะถูกเก็บภาษีในอัตรา 15% ส่วนที่เกิน 3 ล้านบาทจะถูกเก็บในอัตรา 20% นอกจากนี้ บริษัทที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากคณะกรรมการด้านการลงทุน (BOI) อาจได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ
อัตราภาษีสำหรับบริษัทข้ามชาติ
ภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำสากลกำหนดให้บรรษัทข้ามชาติที่มีรายรับต่อปีตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป หรือต้องมีอัตราภาษีที่แท้จริงไม่น้อยกว่า 15% เพื่อลดการโยกย้ายกำไรไปยังประเทศที่มีภาษีต่ำ และสร้างความเป็นธรรมทางภาษี ประเทศไทยได้ออกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม พ.ศ. 2567 (2024) และเริ่มใช้บังคับในปีงบประมาณ 2025
วิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
ภาษีเงินได้นิติบุคคลสามารถคำนวณได้ดังนี้
ภาษีเงินได้นิติบุคคล = กำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษี x อัตราภาษีนิติบุคคล
กำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีคำนวณได้ดังนี้
กำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษี = รายได้ – ค่าใช้จ่ายที่หักได้ตามกฎหมาย
ตัวอย่างการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
บริษัท S
|
อัตราภาษีนิติบุคคลทั่วไป |
20% ของกำไรสุทธิ |
|
รายได้ |
5,000,000 บาท |
|
ค่าใช้จ่ายที่หักได้ตามกฎหมาย |
3,500,000 บาท |
กำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษี
รายได้ – ค่าใช้จ่ายที่หักได้ตามกฎหมาย
5,000,000 บาท – 3,500,000 บาท = 1,500,000 บาทภาษีเงินได้นิติบุคคล
กำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษี x อัตราภาษีนิติบุคคล
1,500,000 บาท x 20% = 300,000 บาท
ดังนั้น บริษัท S ต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 300,000 บาท
ตัวอย่างการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME
บริษัท T
|
อัตราภาษีสำหรับ SME กรณีกำไรสุทธิเกิน 0 บาท – 300,000 บาท |
0% ของกำไรสุทธิ |
|
อัตราภาษีสำหรับ SME กรณีกำไรสุทธิเกิน 300,001 บาท – 3,000,000 บาท |
15% ของกำไรสุทธิ |
|
อัตราภาษีสำหรับ SME กรณีกำไรสุทธิเกิน 3,000,000 บาท |
20% ของกำไรสุทธิ |
|
รายได้ |
4,000,000 บาท |
|
ค่าใช้จ่ายที่หักได้ตามกฎหมาย |
2,000,000 บาท |
- กำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีสำหรับ SME
รายได้ – ค่าใช้จ่ายที่หักได้ตามกฎหมาย
4,000,000 บาท – 2,000,000 บาท = 2,000,000 บาท
- กำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษี
กำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีสำหรับ SME – วงเงินยกเว้นภาษีของ SME
2,000,000 บาท – 300,000 บาท = 1,700,000 บาท - ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME
กำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษี x อัตราภาษี SME
1,700,000 บาท x 15% = 255,000 บาท
ดังนั้น บริษัท T ซึ่งจัดเป็น SME ต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 255,000 บาท
วิธียื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล
ขั้นตอนการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยมีดังต่อไปนี้
เตรียมข้อมูลและเอกสารทางบัญชี
รวบรวมข้อมูลทางการเงินสำหรับรอบการทำบัญชี ซึ่งรวมถึงรายการต่อไปนี้
- งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบและลงนามโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ซึ่งประกอบด้วย งบกำไรขาดทุน งบดุล งบกระแสเงินสด และงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น
- การปรับปรุงรายการภาษี เช่น กำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษี (หรือผลขาดทุนสะสมที่ยกไปใช้ได้) รายการทรัพย์สิน เอกสารคำนวณภาษี ค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายต้องห้าม (ถ้ามี) สัญญาเช่าหรือสัญญาเงินกู้ เป็นต้น
- หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย เช่น แบบ ภ.ง.ด. 1, ภ.ง.ด. 1ก, ภ.ง.ด. 3 และ ภ.ง.ด. 53 (ถ้ามี)
- แบบนำส่งงบการเงิน ส.บช. 3 และแบบบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น บอจ. 5
คำนวณกำไรสุทธิและภาษีเงินได้นิติบุคคล
คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตราที่กฎหมายกำหนด เช่น 20% สำหรับกิจการทั่วไป หรืออัตราพิเศษสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) นอกจากนี้ ให้คำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้
- ภาษีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
- การปรับยอดกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
- สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น สิทธิประโยชน์จาก BOI สิทธิประโยชน์ด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) และนวัตกรรม เขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) สิทธิประโยชน์จากการพัฒนาซอฟต์แวร์ เป็นต้น
กรอกแบบฟอร์มการรายงานภาษี
กรอก แบบ ภ.ง.ด. 50 ให้ครบถ้วนสำหรับรอบปีบัญชี และ แบบ ภ.ง.ด. 51 สำหรับครึ่งปีแรก หากเข้าข่ายต้องยื่น นิติบุคคลที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 51 แม้จะไม่มีภาษีต้องชำระ ได้แก่
- บริษัทจำกัด
- บริษัทมหาชนจำกัด
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด
- นิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจหรือมีรายได้ในประเทศไทย
- กิจการร่วมลงทุน
ธุรกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 51 ได้แก่
- มูลนิธิหรือสมาคมที่ไม่มีรายได้จากกิจกรรมเชิงพาณิชย์
- นิติบุคคลที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้
- ธุรกิจที่เลิกกิจการและไม่มีรายได้ในรอบการทำบัญชีนั้น
หมายเหตุ: ในบางกรณี แม้ธุรกิจจะขาดทุน ก็สามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด. 51 เป็นศูนย์ได้ และภาษีที่ชำระจากแบบ ภ.ง.ด. 51 สามารถนำไปใช้เป็นเครดิตเมื่อยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 สิ้นปีได้
ยื่นแบบฟอร์มและชำระภาษี
ธุรกิจสามารถยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีกับกรมสรรพากรตามกำไรที่ประมาณการไว้ได้ ดังนี้
- ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 51 (ถ้าต้องยื่น) ต่อกรมสรรพากรภายใน 2 เดือนหลังจากสิ้นสุด 6 เดือนแรกของรอบการทำบัญชี เช่น หากรอบการทำบัญชีคือ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม จะต้องยื่นภายในเดือนสิงหาคม
- ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 ภายใน 150 วันหลังจากสิ้นสุดรอบการทำบัญชี เช่น หากรอบการทำบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม จะต้องยื่นภายในเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป
ยื่นผ่านระบบออนไลน์
ยื่นแบบออนไลน์ผ่านระบบยื่นภาษีอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร โดยลงทะเบียนสร้างบัญชีผู้ใช้งาน ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 ทางออนไลน์
ยื่นต่อกรมสรรพากร
ยื่นแบบกระดาษที่กรมสรรพากรพื้นที่ที่บริษัทตั้งอยู่ และชำระภาษีภายในกำหนดเวลาผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร เคาน์เตอร์ชำระเงิน หรือที่ธนาคารที่ร่วมโครงการภาษีนิติบุคคล
ชำระภาษี
- ชำระโดยตรงที่สำนักงานภาษีในพื้นที่หรือสาขาที่ได้ยื่นแบบภาษีไว้
- ชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคารที่กำหนด หลังจากยื่นแบบภาษีกับกรมสรรพากรและได้รับหนังสือแจ้งภาษี จากนั้นชำระโดยตรงที่ธนาคาร
- ชำระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง, โมบายแบงก์กิ้ง, PromptPay หรือการหักบัญชีอัตโนมัติ โดยต้องระบุข้อมูลผู้เสียภาษีและหมายเลขบัญชีหรือรายการเดินบัญชีตามที่กรมสรรพากรกำหนดก่อนทำการชำระเงิน
หมายเหตุ: การยื่นแบบหรือชำระภาษีล่าช้าอาจส่งผลให้เกิดการเรียกเก็บเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ
เก็บรักษาหลักฐานและเอกสาร
เก็บสำเนาแบบฟอร์มภาษี รายงานทางบัญชี ใบเสร็จรับยื่นแบบ ใบกำกับภาษี และหลักฐานการชำระเงินที่เกี่ยวข้อง ไว้อย่างน้อย 5 ปี โดยสามารถเก็บได้ทั้งในรูปแบบกระดาษและรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับการตรวจสอบจากกรมสรรพากรในอนาคต
วิธีเลือกโซลูชันจัดการภาษีนิติบุคคล
มีหลายปัจจัยที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกโซลูชันสำหรับการจัดการภาษีนิติบุคคล
รายงานข้อมูลภาษีได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
โซลูชันด้านภาษีที่ดีจะช่วยให้การจัดทำเอกสารและการรายงานภาษีมีความถูกต้องแม่นยำ การผสานการทำงานกับระบบต่างๆ เช่น Stripe Tax และ Stripe Checkout ช่วยให้การคำนวณและการจัดเก็บภาษีสำหรับธุรกรรมข้ามพรมแดนเป็นไปโดยอัตโนมัติ ทำให้การรวบรวมและรายงานข้อมูลภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดความโปร่งใสและลดข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้น
เชื่อมต่อกับระบบการชำระเงิน
โซลูชันจัดการภาษีนิติบุคคลควรรองรับการผสานการทำงานกับระบบการชำระเงิน เช่น Stripe Payments เพื่อให้สามารถบันทึกรายรับจากระบบชำระเงินดิจิทัลได้อย่างถูกต้องแบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังช่วยให้การรวบรวมข้อมูลภาษีทำได้สะดวกและรวดเร็ว เพิ่มความโปร่งใส ลดระยะเวลาดำเนินการ และลดความผิดพลาดจากการบันทึกข้อมูลซ้ำซ้อน
ทำงานร่วมกับระบบบัญชี
ความสามารถในการเชื่อมต่อโดยตรงกับระบบบัญชีหรือระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) เพื่อสร้างรายงานภาษีอัตโนมัติเป็นองค์ประกอบสำคัญของการจัดการภาษีนิติบุคคล เครื่องมือที่รองรับการซิงค์ข้อมูลแบบเรียลไทม์กับระบบบัญชี เช่น Stripe API จะช่วยลดความคลาดเคลื่อน และให้ข้อมูลรายรับและธุรกรรมโดยรวม เพื่อการยื่นภาษีผ่านแดชบอร์ด Stripe และรายงาน Stripe ได้อย่างครบถ้วน ทำให้การจัดการภาษีง่ายขึ้น และช่วยให้ธุรกิจมุ่งเน้นการเติบโตได้มากขึ้น
รองรับการตรวจสอบย้อนหลัง
ระบบที่ดีควรรองรับการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ เช่น ประวัติการเข้าสู่ระบบ การแก้ไขข้อมูล หรือการอัปเดตข้อมูลต่างๆ การใช้ระบบที่สามารถจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลได้ พร้อมดึงข้อมูลการชำระเงินและใบเสร็จโดยอัตโนมัติ และสร้างรายงานภาษีและภาระภาษีที่ครบถ้วนแบบเรียลไทม์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ ระบบภาษีที่มีคุณภาพสูงจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง ขณะเดียวกันก็พร้อมสำหรับการระดมทุนหรือการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐ
มีความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ
ระบบควรมีบันทึกการใช้งาน ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยรหัสผ่าน และปกป้องข้อมูลด้วยการเข้ารหัสและการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง นอกจากนี้ ควรมีความเสถียร สามารถให้บริการได้ต่อเนื่อง และตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลไฟล์ได้ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ในกรณีที่มีข้อโต้แย้ง
แสดงความเชี่ยวชาญด้านภาษี
โซลูชันด้านภาษีที่ดีควรมีความรู้และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบภาษีของไทย รวมถึงความเข้าใจอัตราภาษีทั่วไป 20% และระบบอัตราภาษีก้าวหน้าสำหรับ SME ควรรองรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น BOI สิทธิประโยชน์ด้านการวิจัยและพัฒนาโครงการนวัตกรรม หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) และระบบควรอัปเดตกฎหมายและการเปลี่ยนแปลงด้านภาษีโดยอัตโนมัติ พร้อมประเมินความเสี่ยงของการชำระภาษีเกินหรือขาดได้อย่างแม่นยำ
Stripe Tax ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
Stripe Tax ลดความยุ่งยากในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษี เพื่อให้คุณมีเวลาไปมุ่งเน้นที่การเติบโตของธุรกิจของคุณ เริ่มเรียกเก็บภาษีทั่วโลกได้โดยการเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการเชื่อมต่อการทำงานที่คุณมีอยู่ คลิกปุ่มในแดชบอร์ด หรือใช้ API ที่ทรงพลังของเรา
Stripe Tax ช่วยให้คุณตรวจสอบภาระหน้าที่และการแจ้งเตือนเมื่อเกินเกณฑ์การจดทะเบียนภาษีการขายตามธุรกรรมใน Stripe นอกจากนี้ยังสามารถจดทะเบียนเพื่อเก็บภาษีในนามของคุณในสหรัฐอเมริกา และจัดการการยื่นภาษีผ่านพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้อีกด้วย Stripe Tax ยังคำนวณและเก็บภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST โดยอัตโนมัติจากรายการต่อไปนี้
- ทั้งสินค้าและบริการทางกายภาพและดิจิทัล ในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา และในกว่า 100 ประเทศ
- สินค้าที่จับต้องได้ในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกาและ 42 ประเทศ
Stripe Tax สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้
ทำความเข้าใจว่าจะจดทะเบียนและเรียกเก็บภาษีที่ไหน: ดูตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องเรียกเก็บภาษีโดยอิงตามธุรกรรมใน Stripe หลังจากจดทะเบียนแล้ว คุณสามารถเปิดใช้การเรียกเก็บภาษีในรัฐหรือประเทศใหม่ได้ภายในไม่กี่วินาที คุณสามารถเริ่มเรียกเก็บภาษีได้โดยเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการผสานการทำงาน Stripe ที่คุณมีอยู่ หรือเพิ่มการเรียกเก็บภาษีด้วยการคลิกเพียงปุ่มเดียวในแดชบอร์ด Stripe
จดทะเบียนเพื่อชำระภาษี: หากคุณจำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีการขายในสหรัฐอเมริกา ให้ Stripe จัดการการจดทะเบียนภาษีแทนคุณ คุณจะได้รับประโยชน์จากขั้นตอนที่ง่ายขึ้นซึ่งจะช่วยกรอกรายละเอียดการยื่นล่วงหน้า ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น หากคุณต้องการความช่วยเหลือในการจดทะเบียนนอกสหรัฐอเมริกา Stripe ก็ร่วมมือกับ Taxually เพื่อช่วยคุณจดทะเบียนกับหน่วยงานด้านภาษีในท้องถิ่น
เรียกเก็บภาษีโดยอัตโนมัติ: Stripe Tax คำนวณและเรียกเก็บเงินภาษีที่ค้างชำระตามจำนวนที่ถูกต้องไม่ว่าคุณจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์อะไรหรือขายที่ไหนก็ตาม รองรับผลิตภัณฑ์และบริการหลายร้อยรายการ และมีข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎและอัตราภาษี
ลดความยุ่งยากในการยื่น: Stripe Tax ผสานการทำงานกับพาร์ทเนอร์ด้านการยื่นภาษีได้อย่างราบรื่น เพื่อให้การยื่นเอกสารทั่วโลกของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและทันเวลา ให้พาร์ทเนอร์ของเราจัดการการยื่นเอกสารแทน เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสที่การเติบโตของธุรกิจ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Tax หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ