ยอดค้างชำระ: คืออะไรและเหตุใดจึงสำคัญต่อกระแสเงินสด

Payments
Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. ยอดค้างชำระคืออะไร
  3. คำว่า ’ยอดค้างชำระ’ มีการนำไปใช้ในส่วนใดบ้างของธุรกิจและการเงิน
  4. ยอดค้างชำระทำงานอย่างไรในระบบใบแจ้งหนี้และลูกหนี้การค้า
  5. เหตุใดยอดค้างชำระจึงมีความสำคัญต่อกระแสเงินสดและการรายงานทางการเงิน
  6. ยอดค้างชำระประกอบด้วยค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
  7. ยอดค้างชำระเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรตามกาลเวลา
  8. ยอดค้างชำระกับยอดปัจจุบันแตกต่างกันอย่างไร
  9. Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

ยอดค้างชำระคือเงินที่มีการเรียกเก็บแต่ยังไม่ได้จ่าย ช่องว่างระหว่างกิจกรรมที่เกิดขึ้นกับการชำระเงินนี้ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสด ความถูกต้องของการรายงาน และการตัดสินใจในแต่ละวัน การเข้าใจกลไกของยอดค้างชำระจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการรับรู้ว่ามียอดติดค้างเท่าใด มียอดใดที่อยู่ในความเสี่ยง และมีงบประมาณเหลือให้ใช้จ่ายได้เท่าใด

ด้านล่างนี้ เราจะอธิบายว่ายอดค้างชำระคืออะไร ปรากฏอยู่ในส่วนใดบ้างของธุรกิจและการเงิน และเหตุใดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสินทรัพย์และการรายงานทางการเงิน

เนื้อหาหลักในบทความ

  • ยอดค้างชำระคืออะไร
  • คำว่า "ยอดค้างชำระ" มีการนำไปใช้ในส่วนใดบ้างของธุรกิจและการเงิน
  • ยอดค้างชำระทำงานอย่างไรในระบบใบแจ้งหนี้และลูกหนี้การค้า
  • เหตุใดยอดค้างชำระจึงมีความสำคัญต่อกระแสเงินสดและการรายงานทางการเงิน
  • ยอดค้างชำระประกอบด้วยค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
  • ยอดค้างชำระเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรตามกาลเวลา
  • ยอดค้างชำระกับยอดปัจจุบันแตกต่างกันอย่างไร
  • Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

ยอดค้างชำระคืออะไร

ยอดค้างชำระคือ จำนวนเงินที่มีการเรียกเก็บแล้วแต่ยังไม่ได้ชำระ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ถือเป็นส่วนที่ยังคงค้างอยู่ของภาระหน้าที่ทางการเงิน โดยจำนวนเงินดังกล่าวจะยังคงสถานะเป็น "ยอดค้างชำระ" ไปจนกว่าจะมีการชำระเงินหรือมีการล้างยอดด้วยวิธีอื่น

คำว่า "ยอดค้างชำระ" มีการนำไปใช้ในส่วนใดบ้างของธุรกิจและการเงิน

แม้ว่ารายละเอียดจะแตกต่างกันไปตามบริบท แต่ความหมายหลักยังคงเหมือนเดิม นั่นคือ ยอดค้างชำระคือเงินที่ติดค้างอยู่แต่ยังไม่ได้ชำระให้เสร็จสิ้น คุณจะพบคำนี้ได้ในหลายภาคส่วนของการเงินและการดำเนินงาน

ตัวอย่างของยอดค้างชำระมีดังนี้

  • ใบแจ้งหนี้ลูกค้าและบัญชีลูกหนี้: ยอดค้างชำระคือส่วนที่ยังไม่ได้ชำระของใบแจ้งหนี้ที่ออกไปแล้ว ไม่ว่ายอดนั้นจะเลยกำหนดชำระแล้วหรือไม่ก็ตาม เมื่อรวมยอดเหล่านี้เข้าด้วยกันจะกลายเป็นลูกหนี้การค้า ซึ่งถือเป็นรายรับที่รับรู้แล้วแต่ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นเงินสด

  • เจ้าหนี้การค้าและใบเรียกเก็บเงินของซัพพลายเออร์: ในมุมมองของผู้ซื้อ ยอดค้างชำระหมายถึงจำนวนเงินที่ยังติดค้างผู้ขายหรือผู้ให้บริการ โดยจะปรากฏเป็นหนี้สินระยะสั้นจนกว่าจะมีการชำระเงิน

  • เงินกู้และสัญญาผ่อนชำระ: ในการให้สินเชื่อ ยอดค้างชำระจะสะท้อนถึงเงินต้นที่เหลืออยู่ บวกกับดอกเบี้ยสะสมที่บันทึกเข้าระบบแล้ว การชำระเงินจะช่วยลดยอดนี้ลงได้ ในขณะที่ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจะทำให้ยอดเพิ่มขึ้น โดยในปี 2024 พบว่า 39% ของธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐฯ มีหนี้เงินกู้ตั้งแต่ 100,000 ดอลลาร์ขึ้นไป

  • บัตรเครดิตและสินเชื่อหมุนเวียน: สำหรับบัตรเครดิตและวงเงินสินเชื่อ ยอดค้างชำระจะรวมถึงรายการซื้อที่บันทึกแล้ว ค่าธรรมเนียม และดอกเบี้ย ณ ขณะใดขณะหนึ่ง เนื่องจากมีการเรียกเก็บเงินและการชำระเงินเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยอดนี้จึงมีการอัปเดตอยู่ตลอดเวลา

  • บริการแบบเรียกเก็บรายเดือนและค่าสาธารณูปโภค: รูปแบบการเรียกเก็บเงินตามรอบบิล ค่าสาธารณูปโภค และการเรียกเก็บเงินตามการใช้งาน จะใช้ยอดค้างชำระเพื่อติดตามจำนวนเงินที่ติดค้างระหว่างรอบการเรียกเก็บเงิน รายการที่ยังไม่ชำระจะยกยอดไปจนกว่าจะมีการจ่ายเงิน ให้เครดิตเงินคืน หรือปรับยอดรายการ

  • การรายงานทางการเงินภายในองค์กร: ทีมการเงินจะตรวจสอบยอดค้างชำระเพื่อประเมินความเสี่ยง บริหารจัดการสภาพคล่อง และพยากรณ์การเคลื่อนไหวของเงินสด ตัวเลขเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อกลยุทธ์การเรียกเก็บเงินและการวางแผนเงินสดระยะสั้น

ยอดค้างชำระทำงานอย่างไรในระบบใบแจ้งหนี้และลูกหนี้การค้า

ทันทีที่มีการออกใบแจ้งหนี้ โดยที่ยังไม่มีการชำระเงินทันที ยอดเงินเต็มจำนวนนั้นจะกลายเป็นยอดค้างชำระ และจะคงสถานะนี้ไว้จนกว่ายอดเงินจะเป็นศูนย์ โดยไม่ขึ้นอยู่กับวันครบกำหนดชำระ ทั้งนี้ "ยอดค้างชำระ" ไม่ได้หมายความว่าเป็นยอดค้างชำระเกินกำหนด เสมอไป เพราะใบแจ้งหนี้อาจมียอดค้างชำระแต่ยังอยู่ในช่วงเวลาที่กำหนดได้ และจะกลายเป็นยอดเกินกำหนดก็ต่อเมื่อเลยวันสิ้นสุดการชำระเงินแล้วเท่านั้น เมื่อลูกค้าชำระเงินเพียงบางส่วน ยอดค้างชำระจะลดลง แต่ใบแจ้งหนี้จะยังคงสถานะเปิดอยู่จนกว่าจะชำระครบถ้วน

ใบแจ้งหนี้ที่ค้างชำระมักจัดกลุ่มตามอายุหนี้ เช่น ยังไม่ชำระในช่วง 0–30 วัน, 31–60 วัน หรือมากกว่า 90 วัน เพื่อแยกแยะระหว่างยอดค้างชำระปกติกับยอดที่อาจต้องมีการติดตาม ยิ่งทิ้งยอดค้างชำระไว้นานเท่าใด ความเสี่ยงที่จะได้รับเงินล่าช้าหรือไม่ครบจำนวนก็จะยิ่งสูงขึ้น ยอดค้างชำระที่ค้างนานมักจะนำไปสู่การส่งหนังสือแจ้งเตือน การยกระดับการติดตามหนี้ หรือการปรับเปลี่ยนข้อกำหนดการชำระเงิน ซึ่งรายรับที่ติดค้างอยู่ในยอดเหล่านี้นับว่ามีความน่าเชื่อถือน้อยกว่ารายรับที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันที ข้อแตกต่างนี้จึงสำคัญมากต่อการพยากรณ์ทางการเงินและการตัดสินใจด้านเครดิต

ลูกหนี้การค้าคือยอดรวมของใบแจ้งหนี้ที่ค้างชำระทั้งหมด โดยในงบดุล ยอดรวมนี้จะปรากฏเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน เนื่องจากเป็นตัวแทนของกระแสเงินสดรับที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ การคืนเงิน ส่วนลด และการแก้ไขรายการเรียกเก็บเงิน จะช่วยลดยอดค้างชำระลงได้โดยไม่ต้องมีการแลกเปลี่ยนเงินสด ซึ่งการปรับยอดรายการเหล่านี้มีความสำคัญเพราะจะเปลี่ยนยอดเงินจริงที่ธุรกิจคาดว่าจะจัดเก็บได้

เหตุใดยอดค้างชำระจึงมีความสำคัญต่อกระแสเงินสดและการรายงานทางการเงิน

ยอดค้างชำระเป็นตัวกำหนดว่ารายได้ที่บันทึกไว้จะเปลี่ยนเป็นเงินสดที่ใช้ได้จริงได้รวดเร็วเพียงใด และยังบ่งบอกถึงระดับความเชื่อมั่นที่ธุรกิจมีต่อการประเมินฐานะทางการเงินของตนเองด้วย

ต่อไปนี้คือเหตุผลว่าทำไมยอดค้างชำระจึงมีความสำคัญต่อกระแสเงินสดและการรายงานทางการเงิน

  • ส่งผลต่อเงินทุนหมุนเวียน: ธุรกิจอาจดูเหมือนมีกำไรแต่กลับประสบปัญหาในการชำระภาระผูกพันระยะสั้น หากยอดค้างชำระเพิ่มพูนหรือตกค้างนานเกินไป การลดยอดค้างชำระจะช่วยปลดล็อกเงินทุนที่หามาได้แล้วให้เป็นอิสระ ซึ่งช่วยเพิ่มสภาพคล่องโดยไม่จำเป็นต้องขยายยอดขาย

  • ส่งผลกระทบต่อความถูกต้องของงบดุล: หากยอดค้างชำระสูงเกินจริง ต่ำเกินจริง หรือค้างนานจนขาดความเคลื่อนไหว งบดุลนั้นก็จะไม่สะท้อนความเป็นจริงอีกต่อไป

  • มีผลต่ออัตราส่วนทางการเงินและสัญญาณความเสี่ยง: ยอดค้างชำระที่มีจำนวนมากหรือยอดค้างชำระที่ค้างนานอาจทำให้บริษัทดูมีสภาพคล่องน้อยลง หรือดูมีความเสี่ยงด้านเครดิตสูงกว่าที่ควรจะเป็น

  • ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเรียกเก็บเงิน: ยิ่งทิ้งยอดค้างชำระไว้นานเท่าใด โอกาสที่จะเรียกเก็บเงินได้ครบเต็มจำนวนก็จะยิ่งลดน้อยลงเท่านั้น

  • เป็นตัวกำหนดความเชื่อมั่นในการพยากรณ์ทางการเงิน: การพยากรณ์ที่เชื่อถือได้นั้นขึ้นอยู่กับการติดตามยอดค้างชำระที่แม่นยำ หากขาดความชัดเจนในส่วนนี้ อาจนำไปสู่การวางแผนที่ระมัดระวังเกินไปหรือเกิดการขาดสภาพคล่องโดยไม่คาดคิด

  • เป็นสัญญาณบ่งบอกสุขภาพของธุรกิจ: ยอดค้างชำระที่พุ่งสูงขึ้นอาจเป็นสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับความถูกต้องในการเรียกเก็บเงิน ข้อกำหนดการชำระเงิน คุณภาพเครดิตของลูกค้า หรือกระบวนการเรียกเก็บเงิน

  • ส่งผลต่อความเชื่อมั่นจากภายนอก: ผู้ให้กู้ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ มักตรวจสอบยอดค้างชำระเพื่อประเมินระเบียบวินัย สภาพคล่อง และการควบคุมทางการเงินขององค์กร

ยอดค้างชำระประกอบด้วยค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

ยอดค้างชำระคือผลลัพธ์สุทธิของจำนวนเงินทั้งหมดที่มีการบวกเพิ่มและหักออกออกจากบัญชีในช่วงเวลาที่ผ่านมา

โดยค่าใช้จ่ายที่ประกอบกันเป็นยอดค้างชำระมีดังนี้

  • ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นหรือเงินต้น: นี่คือจุดเริ่มต้นของยอดค้างชำระใดๆ ไม่ว่าจะเป็นยอดรวมในใบแจ้งหนี้ จำนวนเงินที่ซื้อสินค้า หรือเงินต้นของเงินกู้

  • ภาษีและค่าธรรมเนียมบังคับ:ภาษีการขาย, ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT), ภาษีสินค้าและบริการ (GST), ค่าธรรมเนียมกำกับดูแล และค่าบริการต่างๆ จะทำให้ยอดค้างชำระเพิ่มขึ้นทันทีที่มีการประเมินค่าใช้จ่ายเหล่านั้น

  • ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมทางการเงิน: สำหรับบัญชีที่ใช้ระบบเครดิต ดอกเบี้ยจะพอกพูนและกลายเป็นส่วนหนึ่งของยอดค้างชำระเมื่อมีการบันทึกรายการ

  • ค่าปรับและค่าธรรมเนียมการชำระล่าช้า: การผิดนัดชำระหนี้มักนำไปสู่ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ทำให้ยอดเงินที่ติดค้างสูงขึ้น

  • ค่าบริการตามการใช้งานจริงหรือค่าใช้จ่ายแปรผัน: การใช้งานเกินกำหนดหรือการใช้งานหลังสิ้นสุดรอบบิลสามารถทำให้ยอดค้างชำระเพิ่มขึ้นได้ แม้ว่าจะมีการออกใบแจ้งหนี้ไปแล้วก็ตาม

  • เครดิตเงินคืน การคืนเงิน และการปรับยอด: การคืนสินค้า ส่วนลด และการแก้ไขจะลดยอดคงเหลือได้โดยไม่ต้องชำระเงิน

ยอดค้างชำระเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรตามกาลเวลา

ยอดค้างชำระนั้นมีลักษณะที่ไม่คงที่ และจะเปลี่ยนแปลงไปตามกิจกรรมที่เกิดขึ้น

โดยมีรูปแบบการเปลี่ยนแปลงดังนี้

  • รายการเรียกเก็บใหม่ทำให้ยอดเพิ่มขึ้น: การซื้อใหม่ ภาษี ดอกเบี้ย และค่าบริการตามการใช้งานจริง จะถูกบวกเพิ่มเข้าไปในยอดค้างชำระทันทีที่มีการบันทึกรายการ นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมการชำระล่าช้าและค่าปรับต่างๆ อาจทำให้ยอดค้างชำระพุ่งสูงขึ้นได้หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน

  • การชำระเงิน เครดิต และการแก้ไขรายการทำให้ยอดค้างชำระลดลง: การชำระเงินที่ได้รับจะช่วยลดยอดค้างชำระลงทันที ส่วนการปรับปรุงรายการในภายหลัง เช่น เครดิต หรือการแก้ไขรายการ จะช่วยลดยอดค้างชำระได้โดยไม่ต้องมีการชำระเงิน

  • ระยะเวลาในการบันทึกรายการทำให้เกิดความผันผวนระยะสั้น: ธุรกรรมที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ หรือการชำระเงินที่อยู่ในระหว่างการโอน อาจส่งผลต่อความแม่นยำเป็นการชั่วคราว

ยอดค้างชำระจะถูกยกยอดข้ามรอบบิลไปเรื่อยๆ และจะยังคงมีความผันผวนจนกว่ารายการทั้งหมดจะได้รับการชำระจนเสร็จสิ้น

ยอดค้างชำระกับยอดปัจจุบันแตกต่างกันอย่างไร

คำสองคำนี้มักใช้แทนกันและในหลายกรณีก็หมายถึงตัวเลขเดียวกัน ความแตกต่างส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการเน้นย้ำและบริบทที่ใช้

  • ยอดค้างชำระ: ยอดค้างชำระแสดงให้เห็นถึงจำนวนเงินที่ยังคงติดค้างและยังไม่ได้รับการชำระ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง มักใช้ในบริบทของการให้สินเชื่อ การออกใบแจ้งหนี้ และการบัญชี เพื่อเน้นย้ำถึงภาระหน้าที่ที่ยังไม่เสร็จสิ้น

  • ยอดปัจจุบัน: ยอดปัจจุบันมักจะเน้นที่สถานะแบบเรียลไทม์ ซึ่งสะท้อนถึงทุกรายการที่บันทึกเข้าระบบจนถึงปัจจุบัน และเป็นการส่งสัญญาณถึงสถานะปัจจุบันมากกว่าเรื่องภาระหน้าที่

ยอดตามใบแจ้งหนี้จะกำหนดไว้ตายตัวเมื่อสิ้นสุดรอบการเรียกเก็บเงิน ในขณะที่ยอดค้างชำระหรือยอดปัจจุบันจะยังคงอัปเดตอย่างต่อเนื่องเมื่อมีการบันทึกค่าใช้จ่ายหรือการชำระเงินใหม่ๆ เข้ามา ทั้งนี้ การชำระเงินที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่ออกใบแจ้งหนี้จะไปลดยอดค้างชำระลง แม้ว่ายอดตามใบแจ้งหนี้จะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลก โดยรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้

Stripe Payments ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe

  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน

  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบให้ตรงกลุ่ม ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ

  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีประวัติระยะเวลาให้บริการ 99.999% โดยแทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือสูงเป็นระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถขับเคลื่อนการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe