Stripe เผยแพร่จดหมายประจำปี 2025 และประกาศคำเสนอซื้อหุ้นเพื่อมอบสภาพคล่องให้กับพนักงานปัจจุบันและอดีตพนักงาน
- ธุรกิจที่ดำเนินงานบน Stripe มีปริมาณการประมวลผลรวม 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับปี 2024 และคิดเป็นประมาณ 1.6% ของ GDP ทั่วโลก
- นอกจากการชำระเงินแล้ว ชุดผลิตภัณฑ์ Revenue ของ Stripe ยังคงเดินหน้าทำอัตราการคาดการณ์รายรับต่อปีที่ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ด้วย
- Stripe ช่วยส่งเสริมบริษัทในดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์จำนวน 90% และบริษัทใน Nasdaq 100 จำนวน 80% นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทที่เข้าร่วมกับ Stripe ในปี 2025 ก็เป็นกลุ่มที่มีผลงานสูงสุดในตอนนี้ด้วย
ซานฟรานซิสโกและดับลิน-Stripe (บริษัทที่ให้บริการทางการเงินแบบตั้งโปรแกรมได้) ได้ลงนามในข้อตกลงกับนักลงทุนเพื่อมอบสภาพคล่องให้กับพนักงานในปัจจุบันและอดีตพนักงานของ Stripe ผ่านคำเสนอซื้อหุ้นในมูลค่า 159,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (135,000 ล้านยูโร) แม้ว่าเงินทุนส่วนใหญ่ในการทำคำเสนอซื้อหุ้นนี้จะมาจากนักลงทุน เช่น Thrive Capital, Coatue, a16z และอื่นๆ แต่ Stripe ก็จะใช้เงินทุนของตัวเองบางส่วนในการซื้อหุ้นคืนด้วยเช่นกัน
Stripe ยังได้เผยแพร่ จดหมายประจำปี 2025 ถึงชุมชน Stripe ด้วย โดยพูดถึงการดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งในปีที่ผ่านมาสำหรับธุรกิจบน Stripe และเศรษฐกิจอินเทอร์เน็ตโดยรวม ธุรกิจที่ดำเนินงานบน Stripe มีปริมาณการประมวลผลรวม 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับปี 2024 และคิดเป็นประมาณ 1.6% ของ GDP ทั่วโลก นอกจากการชำระเงินแล้ว ชุดผลิตภัณฑ์ Revenue ของ Stripe (ซึ่งประกอบด้วย Stripe Billing, Invoicing, Tax และอีกมากมาย) ยังคงเดินหน้าทำอัตราการคาดการณ์รายรับต่อปีที่ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ด้วย
ในจดหมายดังกล่าว Patrick และ John Collison ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งร่วมได้ระบุไว้ดังนี้
"บริการทางการเงินที่ตั้งโปรแกรมได้ของเราได้ส่งเสริมธุรกิจกว่า 5 ล้านแห่งโดยตรงหรือผ่านแพลตฟอร์ม เช่น บริษัท AI ระดับแนวหน้าทั้งหมด บริษัทบลูชิปที่ใหญ่ที่สุดหลายแห่ง (90% ของบริษัทในดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์) บริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดส่วนใหญ่ (80% ของบริษัทใน Nasdaq 100) และสตาร์ทอัพเกิดใหม่จำนวนมาก (ขณะนี้ บริษัทคอร์ปอเรชันในรัฐเดลาแวร์ที่สร้างขึ้นด้วย Stripe Atlas มีจำนวนอยู่ที่ 25% จากทั้งหมด) [...] Stripe ยังคงทำกำไรได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้เราลงทุนอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (โดยมีการอัปเดตผลิตภัณฑ์กว่า 350 รายการในปีที่ผ่านมา) รวมถึงการเข้าซื้อกิจการ [...] โดยรวมแล้ว ปี 2025 ถือเป็นปีที่แข็งแกร่งสำหรับเศรษฐกิจอินเทอร์เน็ต และเราก็ดีใจที่ได้เห็นลูกค้าของ Stripe จำนวนมากดำเนินงานได้ดีมาก"
Kareem Zaki (พาร์ทเนอร์ของ Thrive Capital) กล่าวว่า: "หลังจากเป็นพาร์ทเนอร์มา 1 ทศวรรษและได้เห็นการทำงานอย่างใกล้ชิด เราเชื่อว่า Stripe ได้สร้างสแต็กโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินสำหรับเศรษฐกิจอินเทอร์เน็ตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งบริษัทที่เติบโตเร็วต่างไว้วางใจเลือกใช้บริการในการชำระเงิน การเรียกเก็บเงิน การป้องกันการฉ้อโกง ภาษี และอีกมากมาย แม้ว่าธุรกิจหลักของบริษัทนี้จะไม่เคยแข็งแกร่งเท่านี้มาก่อน แต่เราก็เชื่อว่า การพลิกโฉมครั้งใหญ่ที่สุดกำลังเกิดขึ้นแล้วตอนนี้ และเราก็เชื่อว่า Stripe จะยังคงเดินหน้าเป็นผู้นำในแวดวงการเคลื่อนย้ายเงินในอนาคตอย่างแน่นอน โดยอาศัยความเป็นผู้นำในด้านการค้าแบบใช้เอเจนต์ สเตเบิลคอยน์ และอื่นๆ"
ธุรกิจใหม่ๆ บน Stripe เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์
กลุ่มธุรกิจใหม่ๆ บน Stripe ในปี 2025 เป็นกลุ่มที่มีผลงานสูงสุดเท่าที่บริษัทเคยมีมา โดยมีบริษัทใหม่ๆ มาร่วมใช้งาน Stripe ในปี 2025 มากกว่าที่เคยมีมา โดยกว่าครึ่งหนึ่ง (57%) ตั้งอยู่นอกสหรัฐอเมริกา กลุ่มธุรกิจที่เข้าร่วมในปี 2025 เติบโตเร็วกว่ากลุ่มปี 2024 ราวๆ 50% โดยจำนวนบริษัทที่มี ARR ถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 3 เดือนหลังเปิดตัวก็เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2024 บริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งผ่าน Stripe Atlas ก็สร้างรายได้เร็วกว่าที่เคยด้วยเช่นกัน โดยในปี 2025 สตาร์ทอัพที่ใช้ Atlas จำนวน 20% เรียกเก็บเงินจากลูกค้ารายแรกได้ภายใน 30 วัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 8% ในปี 2020
ธุรกิจต่างๆ บน Stripe ก้าวสู่ระดับสากลตั้งแต่แรกกันมากขึ้น
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจค่อยๆ เลิกใช้โมเดลการขยายธุรกิจแบบทีละประเทศ เพราะสำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ตยุคใหม่แล้ว คำว่า "ตลาดในประเทศ" ก็คือโลกอินเทอร์เน็ตนี่เอง ผลิตภัณฑ์ AI ที่โด่งดังแทบทั้งหมดจะเปิดตัวสู่ระดับสากลตั้งแต่แรกเลย เช่น ChatGPT, Claude, Replit, Lovable, Base44, Vercel, Cursor, Midjourney และอีกมากมาย สำหรับธุรกิจบน Stripe ที่มีรายรับส่วนใหญ่จากต่างประเทศ 30% ของรายรับดังกล่าวมาจากประเทศที่ไม่ใช่ตลาดหลักและไม่ใช่ประเทศที่ติด 10 อันดับแรกในเศรษฐกิจระดับโลก
"นี่ไม่ใช่แค่เรื่องรายรับที่เพิ่มขึ้นจากผู้ใช้ในต่างประเทศแบบ "เฉพาะกลุ่ม" โดยในหลายกรณี การตีตลาด "เฉพาะกลุ่ม" ก็อาจได้ลูกค้าจำนวนมากได้" ผู้ก่อตั้งร่วมตระกูล Collison กล่าว
การสร้างโครงสร้างพื้นฐานระบบเศรษฐกิจสำหรับ AI
การค้าแบบใช้เอเจนต์ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนในการสร้างและการทดลองใช้จริงแล้ว ความสำเร็จในอนาคตของการค้าแบบใช้เอเจนต์ย่อมต้องอาศัยการใช้งานร่วมกันได้ทั่วไป เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ตในยุคแรก
ด้วยเหตุนี้ Stripe จึงร่วมมือกับพาร์ทเนอร์มากมายจากทั้งห้องปฏิบัติการ AI, ผู้ค้าปลีก และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับแนวหน้า เพื่อวางรากฐานสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ ดังนี้
- Stripe ร่วมมือกับ OpenAI พัฒนาโปรโตคอลการค้าแบบใช้เอเจนต์ (Agentic Commerce Protocol: ACP) เพื่อสร้างภาษาเทคนิคที่ใช้ร่วมกันระหว่างแพลตฟอร์ม AI และธุรกิจ ซึ่งเปิดรับการมีส่วนร่วมมาตั้งแต่แรก
- Stripe ได้เปิดตัว Agentic Commerce Suite ซึ่งมีเครื่องมือให้ธุรกิจใช้ทำการขายในอินเทอร์เฟซและโปรโตคอล AI มากมายด้วยการผสานการทำงานเพียงครั้งเดียว แบรนด์ต่างๆ ที่อยู่ในกระบวนการเริ่มต้นใช้งานแล้วมีทั้ง Anthropologie, Urban Outfitters, Etsy, Coach และ Kate Spade
- Stripe ได้เปิดตัวโทเค็นการชำระเงินที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งเป็นบริการชำระเงินรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้เอเจนต์เริ่มชำระเงินได้โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลประจำตัว ซึ่งใช้งานได้แม้ธุรกิจจะไม่ได้ประมวลผลการชำระเงินด้วย Stripe ก็ตาม
- Stripe ได้เปิดตัวการชำระเงินผ่านเครื่อง ซึ่งเป็นวิธีที่นักพัฒนาสามารถเรียกเก็บเงินจากเอเจนต์ได้โดยตรงสำหรับการเรียกใช้ API, การใช้งาน MCP และคำขอ HTTP โดยใช้การชำระเงินจำนวนเล็กน้อยด้วยสเตเบิลคอยน์
- Stripe ร่วมมือกับ OpenAI เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งครั้งแรกภายใน ChatGPT นอกจากนี้ Stripe ยังร่วมมือกับ Microsoft เพื่อนำฟังก์ชันที่คล้ายๆ กันเข้ามาไว้ใน Copilot ด้วย
Philippe Laffont (ผู้ก่อตั้งและ Portfolio Manager ของ Coatue Management) ให้ความเห็นว่า "ในยุค AI นี้ Stripe กำลังจะกลายเป็นผู้ให้บริการทางการเงินที่บริษัทต่างๆ จำเป็นต้องไว้มีเพื่อรับมือกับ "เศรษฐกิจแบบโทเค็น" ในการทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพและองค์กรชั้นนำของโลก เมื่อเอเจนต์อัจฉริยะเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในการค้า บริษัทต่างๆ ก็หันมาใช้บริการ Stripe เพื่อจัดการการชำระเงินและการเคลื่อนย้ายเงินในระดับสากล"
การใช้สเตเบิลคอยน์กำลังพุ่งสูงขึ้น
ในปี 2025 ราคา Bitcoin ลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ปริมาณการชำระเงินผ่านสเตเบิลคอยน์กลับเพิ่มขึ้น 2 เท่าเป็นประมาณ 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่า 60% ของจำนวนดังกล่าวเป็นการชำระเงินแบบ B2B ทั้งนี้ Bridge (แพลตฟอร์มจัดการสเตเบิลคอยน์ที่ Stripe เข้าซื้อกิจการเมื่อปีที่แล้ว) มีปริมาณการชำระเงินเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า
ในเดือนกรกฎาคม Stripe ได้เข้าซื้อกิจการ Privy ซึ่งขับเคลื่อนกระเป๋าเงินที่ตั้งโปรแกรมได้กว่า 110 ล้านรายการ ทั้งนี้ ในเดือนกันยายน Stripe ก็ได้เผยโฉม Tempo ซึ่งเป็นบล็อกเชนที่สร้างขึ้นเพื่อการชำระเงินโดยเฉพาะ โดยทำงานร่วมกับ Paradigm ซึ่ง Tempo ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ มีช่องทางการชำระเงินแบบเฉพาะที่เสร็จสิ้นได้โดยใช้เวลาไม่ถึงวินาที ความเป็นส่วนตัวแบบยืนยันความประสงค์ และการทำงานร่วมกับระบบการปฏิบัติตามข้อกำหนดและการทำบัญชีได้ ซึ่งเป็นฟีเจอร์สำคัญในการรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในโลกแห่งความเป็นจริง
Alex Immerman (หุ้นส่วนแบบไม่จำกัดความรับผิดของ a16z) กล่าวว่า: "Stripe มุ่งทำงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญๆ มาโดยตลอด (ตอนแรกเป็นเรื่องอีคอมเมิร์ซและการให้บริการระบบซอฟต์แวร์ และตอนนี้ก็เป็นเอเจนต์และสเตเบิลคอยน์) และยังคงไม่หยุดสร้างสรรค์นวัตกรรมตลอด 15 ปีที่ผ่านมา และยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ในขณะที่ Stripe เดินหน้าวางโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินสำหรับเศรษฐกิจอินเทอร์เน็ต บริษัทก็ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่ขาดไม่ได้สำหรับเหล่านักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ๆ ที่มีความมุ่งมั่นและบริษัทที่มีความมั่นคง เราดีใจมากที่ได้เป็นพาร์ทเนอร์กันมาตั้งแต่ปี 2010 และตื่นเต้นมากขึ้นไปอีกที่จะได้ยกระดับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นขึ้นในวันนี้"
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูจดหมายประจำปี 2025 ฉบับเต็มของ Stripe ทางออนไลน์