ความท้าทาย
Remote ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถจ้างงาน บริหารจัดการ และจ่ายเงินเดือนให้กับบุคลากรทั่วโลก พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พนักงานได้เข้าถึงโอกาสที่อาจหาไม่ได้ในสถานที่ที่ตัวเองอยู่ โดยตั้งแต่ปี 2020 บริษัทด้านทรัพยากรบุคคลและการจ่ายเงินเดือนที่ทำงานจากทางไกลเต็มรูปแบบแห่งนี้ ได้ใช้ Stripe ในการโอนเงินจากนายจ้างไปยังผู้ทำสัญญาในกว่า 150 ประเทศ
ในปี 2024 ทาง Remote ได้ค้นพบวิธีที่จะช่วยให้ผู้ทำสัญญาสามารถเก็บเงินที่หามาได้มากขึ้น โดยเสนอสเตเบิลคอยน์ให้เป็นวิธีการจ่ายเงิน นายจ้างหลายรายจ่ายเงินให้ผู้รับเหมาด้วยสกุลเงินที่มีเสถียรภาพ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ (USD) แต่ผู้รับเหมาจำนวนมากอาศัยอยู่ในตลาดที่สกุลเงินท้องถิ่นมีความผันผวน เมื่อแปลงรายได้เป็นสกุลเงินในประเทศ การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินอาจลดอำนาจการซื้อลง ทำให้ผู้ทำสัญญาคาดการณ์และรักษาคุณค่าที่แท้จริงของรายได้ของตนได้ยากในรอบการจ่ายเงินแต่ละรอบ นอกจากนี้ วิธีการจ่ายเงินแบบดั้งเดิมในบางประเทศก็อาจใช้เวลาดำเนินการหลายวัน ทำให้ผู้ทำสัญญาเข้าถึงรายได้ของตนได้ช้า
ผู้ทำสัญญาต้องการทางเลือกอื่น: ตัวเลือกในการรับเงินในรูปแบบสเตเบิลคอยน์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ทำสัญญาสามารถถือครองและใช้จ่ายเงินในสกุล USD ได้โดยไม่ต้องเสี่ยงกับความผันผวนของค่าเงินในประเทศหรือเสียค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FX) โดย Remote ต้องการโซลูชันการจ่ายเงินในรูปแบบสเตเบิลคอยน์ที่ใช้งานง่าย สะดวกต่อการใช้งาน และเป็นไปตามข้อกำหนดในทุกประเทศที่จะให้บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ทำสัญญา
Nikos Theodorou รองประธานฝ่ายการชำระเงินและการบริหารความเสี่ยงของ Remote กล่าวว่า "เรามองว่านี่เป็นจุดเด่นที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับ Remote เนื่องจากมีเพียงไม่กี่แพลตฟอร์มเท่านั้นที่ให้บริการทางเลือกในการจ่ายเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ สำหรับเราแล้ว การติดตามความเปลี่ยนแปลงเรื่องวิธีการที่ผู้ทำสัญญาของเราจะได้รับเงินนั้นเป็นสิ่งสำคัญ"
โซลูชัน
Remote จึงร่วมมือกับ Stripe เพื่อนำเสนอสเตเบิลคอยน์เป็นทางเลือกสำหรับวิธีการชำระเงิน เพื่อให้ผู้ทำสัญญาสามารถควบคุมวิธีการรับเงินของตนเองได้มากขึ้น
Remote สร้างตัวเลือกการจ่ายเงินด้วยสเตเบิลคอยน์โดยใช้การผสานการทำงาน Stripe Connect ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งทำหน้าที่จัดการการโอนเงินระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้ทำสัญญา เมื่อ Remote เปิดใช้สเตเบิลคอยน์เป็นวิธีการจ่ายเงินใน Connect แล้ว ผู้ทำสัญญาสามารถเลือกที่จะรับเงินในรูปแบบ USDC ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ที่มีเงินดอลลาร์หนุน โดยใช้ขั้นตอนการออกใบแจ้งหนี้และการจ่ายเงินแบบเดียวกับที่ Remote ใช้อยู่แล้ว
เมื่อผู้ทำสัญญาเลือกสเตเบิลคอยน์เป็นวิธีการชำระเงินที่ต้องการแล้ว ก็จะต้องเชื่อมโยงกระเป๋าเงินคริปโตเข้ากับบัญชี Connect ของตนเอง จากนั้นการชำระเงินจะถูกดำเนินการเช่นเดียวกับการจ่ายเงินอื่นๆ โดยเงินจะถูกส่งไปยังกระเป๋าเงินของผู้ทำสัญญาโดยอัตโนมัติภายในไม่กี่นาที โดยผู้ทำสัญญาสามารถใช้สเตเบิลคอยน์กับธุรกิจที่รับสเตเบิลคอยน์ หรือแปลงเงินเป็นสกุลเงินในท้องถิ่นได้ตามต้องการ
ผลลัพธ์
Remote เปิดตัวการจ่ายเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ภายใน 2 สัปดาห์
Remote สามารถเปิดใช้ตัวเลือกการจ่ายเงินใหม่นี้ได้ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ด้วยการใช้การจ่ายเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ผ่านระบบ Connect ที่มีอยู่เดิม ปัจจุบันการจ่ายเงินด้วยสเตเบิลคอยน์มีให้บริการในกว่า 60 ประเทศ รวมถึงอาร์เจนตินา เม็กซิโก โคลอมเบีย และกานา
สเตเบิลคอยน์ช่วยลดเวลาในการจ่ายเงินจากหลายวันให้เหลือเพียงไม่กี่วินาที
เมื่อผู้ทำสัญญาลงทะเบียนผ่าน Connect และได้รับเงิน USDC งวดแรกแล้ว Remote สามารถลดระยะเวลาที่ผู้ทำสัญญาจะเข้าถึงเงินทุนได้ เนื่องจากการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์สามารถทำได้ทันที โดย Theodorou คาดการณ์ว่าผู้ทำสัญญาจะได้รับเงินเร็วกว่าวิธีการชำระเงินแบบอื่นโดยเฉลี่ย 2-3 วัน
การจ่ายเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ช่วยให้ผู้รับเหมาประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 1% ของมูลค่าการจ่ายเงิน
การรับเงินเป็นสกุลเงิน USDC ช่วยให้ผู้ทำสัญญาไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน ซึ่งอาจทำให้เงินสุทธิที่ได้รับลดลง โดย Theodorou ประเมินว่า การรับเงินเป็น USDC ช่วยให้ผู้ทำสัญญาหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้มากกว่า 1% ของมูลค่าเงินที่ได้รับ เมื่อเทียบกับการแปลงดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินในประเทศ
Theodorou กล่าวว่า "ผู้คนสามารถหารายได้ ถือครอง และใช้จ่ายในรูปของ USDC ได้ แทนที่จะแปลง USD เป็นสกุลเงินในประเทศก่อนแล้วจึงใช้จ่าย"
Remote ช่วยลดความซับซ้อนในเรื่องระเบียบข้อบังคับ
เนื่องจาก Connect เป็นผู้จัดการข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ ทำให้ Remote สามารถให้บริการจ่ายเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ได้โดยไม่ต้องเพิ่มความซับซ้อนในการดำเนินงานหรือการปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ๆ ทุกการเคลื่อนไหวของสเตเบิลคอยน์จะดำเนินการภายใน Stripe ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีคริปโตตัวใดเลยที่เคลื่อนผ่านบัญชีธนาคารแบบดั้งเดิมของ Remote ซึ่งเป็นแนวทางที่ Theodorou มองว่ามีความสำคัญมาก
Theodorou กล่าวว่า "Stripe จัดการเรื่อง KYC, KYB และข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบเกี่ยวกับการจ่ายเงิน ซึ่งสำคัญมากต่อเราในการแยกกระแสเงินเหล่านี้ออกจากกระแสเงินที่เรามีกับพาร์ทเนอร์ธนาคารรายอื่น"
Stripe ช่วยให้เรามอบความยืดหยุ่นให้แก่ผู้ทำสัญญาในการใช้รายได้ของตน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากต่อเรา ซึ่งเรายินดีที่จะได้ร่วมงานกับ Stripe ต่อไป เพื่อให้พวกเขาเป็นส่วนสำคัญต่อบทบาททางการเงินในชีวิตประจำวันของผู้ทำสัญญาของเรามากยิ่งขึ้น