ปัญหา
Beyond Menu เปิดตัวเว็บไซต์แรกของบริษัทไปเมื่อปี 2012 เพื่อช่วยให้ร้านอาหารเอเชียขนาดเล็กที่ทำกันในครอบครัวรองรับการสั่งซื้อออนไลน์ได้ และเพื่อตอบสนองความต้องการแบบเฉพาะตัวของกลุ่มเป้าหมาย Beyond Menu จึงเก็บค่าคอมมิชชันน้อยลงเพื่อช่วยให้ร้านอาหารต่างๆ ยังคงรักษาส่วนต่างกำไรเอาไว้ได้ และให้บริการแบบใส่ใจเป็นอย่างดีเพื่อช่วยให้ธุรกิจเติบโต เช่น การให้ความรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์ด้านการตลาดและการดำเนินงาน โดยปัจจุบัน 85% ของร้านอาหารบน Beyond Menu เป็นกิจการของผู้อพยพเข้าเมือง
ในปี 2023 ทาง Beyond Menu ก็ต้องการยกระดับแนวทางที่ให้ความสำคัญกับร้านอาหารโดยการพัฒนาแพลตฟอร์มสั่งอาหารทางออนไลน์และผ่านแอป และเปิดบริการต่างๆ เพิ่มเติมเพื่อช่วยให้ผู้คนหาร้านอาหารเจอได้ทางออนไลน์ และเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงบางอย่างนี้ Beyond Menu ก็ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า ระบบการชำระเงินของตนจะรองรับแผนงานด้านผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้ ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมีการเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มการชำระเงินแบบใหม่ แต่ทางบริษัทก็ไม่อยากให้โปรเจ็กต์การผสานการทำงานนี้ทำให้นักพัฒนาต้องใช้เวลามากจนเกินไป
"การชำระเงินเป็นส่วนสำคัญในธุรกิจของเราก็จริง แต่เราก็ไม่ได้เป็นธุรกิจด้านการชำระเงิน" คุณ Rodney Cox ซึ่งดำรงตำแหน่ง Chief Technology Officer ของ Beyond Menu กล่าว "ธุรกิจจริงๆ ของเราคือการช่วยให้ร้านอาหารขนาดเล็กประสบความสำเร็จและเติบโตขึ้น เราต้องการโซลูชันการชำระเงินที่มีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้เราดำเนินการตามแผนงานทางธุรกิจได้โดยเร็ว"
โซลูชันที่เหมาะสมก็ต้องปรับใช้ได้ง่าย แต่ยังคงมีฟังก์ชันขั้นสูงต่างๆ เพื่อรองรับโมเดลธุรกิจของบริษัทที่อาศัยค่าธรรมเนียมธุรกรรม เรื่องที่มีความสำคัญสูงสุด ได้แก่ การคงขั้นตอนการชำระเงินที่บริษัทมีอยู่เอาไว้ การช่วยให้เบิกจ่ายให้กับร้านอาหารต่างๆ ได้เร็วขึ้น และการช่วยให้ร้านอาหารเริ่มต้นใช้งานได้ง่าย เมื่อคำนึงถึงแผนการเติบโตในอนาคตของบริษัท Beyond Menu ก็อยากให้มีความยืดหยุ่นในการเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ใหม่ๆ ด้วย เช่น ค่าสมัครใช้บริการ เพิ่มวิธีการชำระเงินที่ใช้ได้ด้วยตัวเลือกต่างๆ เช่น WeChat Pay และ Alipay และเปิดให้สามารถดำเนินการชำระเงินในแคนาดาได้
วิธีแก้ปัญหา
หลังจากพิจารณาผู้ให้บริการมาหลายราย Beyond Menu ก็พบว่า Stripe Connect ตอบโจทย์ความต้องการทางเทคนิคและเป้าหมายทางธุรกิจของตนได้ดีที่สุด โดยคุณ Rodney Cox มองว่า การทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Stripe ได้ง่ายช่วยตอกย้ำให้ตัดสินใจได้อย่างชัดเจน "ผมชอบซอฟต์แวร์ที่ดี" เขากล่าว "และ Stripe ก็มีทุกอย่างตามที่ต้องการเลย"
API ที่นักพัฒนาใช้งานได้ง่ายและเอกสารที่ละเอียดจาก Connect ช่วยให้ผสานการทำงานแพลตฟอร์มนี้เข้ากับโมเดลธุรกิจแบบไฮบริดของ Beyond Menu ได้ง่ายดาย ซึ่งเป็นทั้งมาร์เก็ตเพลสและแพลตฟอร์มให้กับเว็บไซต์ร้านอาหารแต่ละแห่ง ทั้งนี้ Beyond Menu ได้เลือกใช้ Stripe Payment Element (อินเทอร์เฟซผู้ใช้แบบฝังได้ที่ช่วยให้เข้าถึงวิธีการชำระเงินได้กว่า 40 วิธี) เพื่อรักษาขั้นตอนการชำระเงินที่มีอยู่เดิมและรูปลักษณ์ของหน้าสั่งซื้อบนเว็บไซต์เอาไว้ โดยเมื่อใช้ Payment Element แล้ว Beyond Menu ยังใช้วิธีการชำระเงินแบบไดนามิกของ Stripe ด้วยเพื่อกำหนดค่าอินเทอร์เฟซโดยอัตโนมัติให้แสดงวิธีการชำระเงินต่างๆ ที่ระบบรองรับอยู่ในขณะนั้น ได้แก่ บัตรเครดิต, Apple Pay และ Google Pay ทีมนี้ใช้แนวทางเดียวกันในการเพิ่ม Payment Element ลงในหน้าชำระเงินบนเว็บไซต์แบบกำหนดเองที่ทางบริษัทสร้างขึ้นมาให้กับลูกค้า รวมถึงเพิ่มลงในแอปมาร์เก็ตเพลสบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
นอกจากนี้ Connect ยังช่วยยกระดับขั้นตอนของ Beyond Menu ในการเบิกจ่ายให้กับร้านอาหารต่างๆ เมื่อใช้วิธีสร้างบัญชีที่เชื่อมโยงให้กับร้านอาหารแต่ละแห่ง โซลูชันนี้จึงช่วยให้มั่นใจได้ว่า เงินทั้งหมดที่ชำระเข้ามาในแพลตฟอร์มของ Beyond Menu จะผูกอยู่กับบัญชีที่เชื่อมโยงที่ถูกต้องและจ่ายเข้าบัญชีธนาคารหลักของร้านอาหารนั้นๆ ทุกสัปดาห์ โดยสามารถเลือกเพิ่มการเบิกจ่ายแบบรายวันได้ด้วย
นอกจากการพัฒนาทางเทคนิคเหล่านี้แล้ว Connect ยังมีวิธีใหม่ในการให้ร้านอาหารต่างๆ ได้เริ่มต้นใช้งานด้วย โดย Beyond Menu เลือกใช้กระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่จัดการโดย Stripe ซึ่งช่วยให้ Stripe เข้ามาดูแลเรื่องการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ แทน เช่น ข้อกำหนด Know Your Customer (KYC) "หากวิศวกรของผมต้องสร้างขั้นตอน KYC ในกระบวนการเริ่มต้นใช้งานเพื่อเก็บรวบรวมเอกสารต่างๆ แล้วให้ทีมสนับสนุนมาคอยติดตามดูแลร้านอาหารเป็นพันๆ แห่ง ก็คงเป็นอะไรที่ยุ่งยากและใช้เวลานานทีเดียว" คุณ Rodney Cox กล่าว "ฟังก์ชัน KYC แบบอัตโนมัติจาก Stripe ช่วยให้เราแทบไม่ต้องจัดการเรื่องนี้เลย"
หลังจากนำ Connect มาใช้ Beyond Menu ก็เพิ่มผลิตภัณฑ์ของ Stripe มาอีกอย่าง นั่นก็คือ Billing เพื่อพัฒนาโมเดลรายรับจากค่าธรรมเนียม SaaS แบบใหม่ เดิมที Beyond Menu เคยมีรายรับเพียงทางเดียวจากค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากคำสั่งซื้อ แต่ Billing ช่วยให้บริษัทนี้สามารถสร้างระดับการสมัครใช้บริการให้กับร้านอาหารต่างๆ ที่มาร่วมใช้แพลตฟอร์มนี้ได้ ในขณะเดียวกัน Beyond Menu ก็ได้เพิ่ม Revenue Recognition เข้ามา ซึ่งช่วยให้บริษัทเห็นรายรับอย่างครบถ้วนในที่เดียว ยกระดับการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง และช่วยให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ง่ายขึ้นผ่านระบบอัตโนมัติ โดย Revenue Recognition ช่วยให้ทีมการเงินของ Beyond Menu เห็นธุรกรรมและรายรับจากการสมัครใช้บริการโดยไม่ต้องให้ทีมวิศวกรรมเข้ามาช่วย
ผลลัพธ์
การเปลี่ยนมาใช้ Connect เสร็จสิ้นภายใน 2 เดือน
การปรับใช้ได้ง่ายและการใช้กระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่จัดการโดย Stripe ช่วยให้ Beyond Menu ย้ายปริมาณคำสั่งซื้อทั้งหมดมาอยู่บน Stripe ได้ในเวลาเพียง 2 เดือน โดยอาศัยนักพัฒนาแค่คนเดียวและผู้จัดการโปรเจ็กต์อีก 1 คนเท่านั้น
การเปลี่ยนผ่านที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยให้นักพัฒนาของ Beyond Menu สามารถมุ่งเน้นเรื่องการจัดทำบริการใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าได้ เช่น บริษัทพัฒนาเว็บไซต์ร้านอาหารและช่วยให้ร้านอาหารต่างๆ สามารถอัปโหลดรูปเมนูได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีอัตราคอนเวอร์ชันเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า "หากเราเลือกใช้ผู้ให้บริการรายอื่น เราก็คงไม่สามารถใช้เวลาเท่านี้ในการสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ร้านอาหารจะชื่นชอบได้" คุณ Rodney Cox กล่าว
นักพัฒนาของ Beyond Menu ยังสร้างแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบใหม่เพื่อใช้เป็นมาร์เก็ตเพลสร้านอาหาร บริการสร้างความต้องการทางออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้คนเจอร้านอาหารทางออนไลน์ได้ผ่านการปรับเว็บไซต์ให้ปรากฏบนเครื่องมือค้นหาและรีวิว รวมถึงผลิตภัณฑ์ในการสั่งอาหารทางโทรศัพท์แบบใหม่ๆ ที่จะช่วยร้านอาหารในช่วงเวลาที่มีลูกค้าแน่นและช่วยประหยัดค่าแรง
แผนงานง่ายๆ ในการเพิ่มตัวเลือกการชำระเงินและขยายการเข้าถึงทางภูมิศาสตร์
Payment Element ช่วยให้ Beyond Menu สามารถเพิ่มวิธีการชำระเงินได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเพิ่ม บริษัทนี้ได้ทดลองใช้ WeChat Pay ไปแล้วและมีแผนที่จะเพิ่มวิธีการชำระเงินนี้เข้ามาในอนาคต "ช่วงนำร่องเป็นไปอย่างราบรื่นสำหรับฝ่ายวิศวกรรม" คุณ Sashank Tadepalli ซึ่งดำรงตำแหน่ง Payments Product Lead ของ Beyond Menu กล่าว
การผสานการทำงาน Connect ยังช่วยให้ Beyond Menu จัดการปัญหาด้านสกุลเงินและภาษีที่จากการรับชำระเงินในแคนาดาได้ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่บริษัทยังคงหาวิธีรับมืออยู่ตลอด
การเบิกจ่ายที่รวดเร็วขึ้นช่วยให้ร้านอาหารมีกระแสเงินสดที่คล่องตัวขึ้น
ก่อนนำ Stripe มาใช้ ลูกค้าของ Beyond Menu จะได้รับเงินเบิกจ่ายทุกๆ 2 สัปดาห์ เนื่องจากการจัดการกระแสเงินสดเป็นเรื่องสำคัญมากต่อร้านอาหารขนาดเล็กที่ทำกันในครอบครัว ลูกค้าของ Beyond Menu บางรายจึงเลือกไม่รับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตบนแพลตฟอร์มนี้ และกำหนดให้ลูกค้าต้องชำระด้วยเงินสดที่หน้าร้านแทน
หลังใช้การเบิกจ่ายเป็นรายสัปดาห์ และเมื่อเร็วๆ นี้ก็มีการอัปเกรดเป็นการเบิกจ่ายแบบรายวัน ร้านอาหารหลายๆ แห่งเหล่านี้จึงรับชำระเงินด้วยบัตรกันแล้ว ซึ่งส่งผลให้มียอดขายมากขึ้น
โมเดลการสมัครใช้บริการแบบใหม่รองรับค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่ต่ำลง
รายได้เพิ่มเติมจากค่าสมัครใช้บริการซึ่งจัดการโดย Billing ช่วยให้ Beyond Menu ยังคงเรียกเก็บค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่ต่ำลงจากร้านอาหารต่างๆ ได้อยู่ ซึ่งช่วยส่งเสริมเป้าหมายของบริษัทในการมอบคุณค่ามากขึ้นให้กับร้านอาหารขนาดเล็กที่ทำกันในครอบครัว
ผมมีหน้าที่ช่วยให้นักพัฒนาประสบความสำเร็จ และผมก็รู้ดีว่า Stripe เป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยในเรื่องนี้ได้ Stripe ช่วยให้ทีมของผมดำเนินงานในเวลาที่กระชั้นชิดมากๆ ได้