อัตราภาษีการขายทั่วรัฐเซาท์แคโรไลนาอยู่ที่ 6% และเคาน์ตีส่วนใหญ่จากทั้ง 46 เคาน์ตีของรัฐนี้ก็คิดภาษีท้องถิ่นทบเพิ่มจากฐานดังกล่าว อัตราภาษีรวมจึงอาจสูงถึง 9% ได้ ขึ้นอยู่กับว่าผู้ซื้อของคุณอยู่ที่ใด เมื่อใช้กฎการจัดเก็บภาษีตามปลายทาง อัตราภาษีที่ใช้กับธุรกรรมใดก็ตามจะยึดโยงกับที่อยู่ของผู้ซื้อ จึงทำให้การหาอัตราภาษีที่ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก
ด้านล่างนี้ เราจะพาไปดูภาษีท้องถิ่นต่างๆ ที่บังคับใช้ตามเคาน์ตีและเมือง วิธีคำนวณจำนวนเงินที่คุณต้องชำระจากธุรกรรมหนึ่งๆ และโครงสร้างอัตราภาษีที่มีผลต่อธุรกิจที่ขายสินค้าในรัฐนี้
ประเด็นสำคัญ
อัตราภาษีการขายพื้นฐานของรัฐเซาท์แคโรไลนาอยู่ที่ 6% แต่หลายๆ เคาน์ตีก็เพิ่มภาษีส่วนท้องถิ่นเข้ามา ซึ่งทำให้อัตราภาษีรวมเพิ่มสูงถึง 7%, 8% หรือ 9%
รัฐเซาท์แคโรไลนาใช้การจัดเก็บภาษีตามปลายทาง ดังนั้น ในทุกครั้งที่ขาย อัตราภาษีจะพิจารณาจากตำแหน่งที่ผู้ซื้อได้ครอบครองสินค้านั้นๆ
ธุรกิจที่มียอดขายรวมในรัฐเซาท์แคโรไลนาเกินเกณฑ์ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในปีปฏิทินหนึ่งๆ จะต้องจดทะเบียน เก็บ และนำส่งภาษีการขาย
อัตราภาษีการขายของรัฐเซาท์แคโรไลนาอยู่ที่เท่าใด
อัตราภาษีการขายทั่วทั้งรัฐของรัฐเซาท์แคโรไลนาอยู่ที่ 6% ฐานภาษีดังกล่าวมักใช้กับทรัพย์สินส่วนบุคคลที่จับต้องได้ซึ่งจำหน่ายแบบขายปลีก รวมถึงบริการและสินค้าดิจิทัลบางอย่าง
สินค้าบางหมวดหมู่จะมีการจัดเก็บภาษีแตกต่างออกไปดังนี้
อาหารเพื่อการอุปโภคบริโภคที่ยังไม่ได้ปรุงสุก: อัตราของรัฐที่ 0% (อาจมีการคิดภาษีท้องถิ่นอยู่ ขึ้นอยู่กับแต่ละเคาน์ตี)
ที่พัก: อัตราของรัฐที่ 7%
อัตราภาษีการขายของรัฐเซาท์แคโรไลนาทำงานอย่างไร
คุณจะต้องจดทะเบียนกับ South Carolina Department of Revenue (SCDOR) ผ่าน MyDORWAY ซึ่งเป็นพอร์ทัลออนไลน์ของรัฐเซาท์แคโรไลนาก่อนจึงจะเก็บภาษีการขายในรัฐนี้ได้ หากเก็บภาษีโดยไม่ได้จดทะเบียนหรือไม่เก็บภาษีในกรณีที่จำเป็น ก็จะก่อให้เกิดความรับผิดขึ้น
มีเพียงธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงในรัฐเซาท์แคโรไลนาเท่านั้นที่จำเป็นต้องจดทะเบียน เก็บ และนำส่งภาษีจากรายได้ที่ต้องเสียภาษีในรัฐเซาท์แคโรไลนา โดยความเชื่อมโยงมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภทดังนี้
ความเชื่อมโยงทางกายภาพ: เกิดขึ้นเมื่อมีตัวตนเข้าไปปรากฏอยู่ในรัฐนี้ เช่น สำนักงาน คลังสินค้า หรือพนักงานที่ทำงานทางไกลอยู่ในรัฐนี้
ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ: เริ่มต้นเมื่อมีรายรับรวมจากการขายในรัฐเซาท์แคโรไลนาภายใน 1 ปีปฏิทินอยู่ที่ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
หากคุณขายผ่านผู้ให้บริการมาร์เก็ตเพลสและมียอดขายในรัฐเซาท์แคโรไลนามากกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้ให้บริการก็จะมีหน้าที่รับผิดชอบในการเก็บและนำส่งภาษีสำหรับธุรกรรมเหล่านั้น คุณจะเก็บภาษีในกรณีที่คุณขายโดยตรงเท่านั้น
การยื่นภาษี
รัฐเซาท์แคโรไลนามักกำหนดความถี่ในการยื่นภาษีเป็นแบบรายเดือน โดยต้องยื่นแบบแสดงรายการในวันที่ 20 ของเดือนถัดไป ธุรกิจต่างๆ สามารถขออนุมัติเพื่อยื่นเป็นรายไตรมาสหรือรายปีจาก SCDOR ผ่านทาง MyDORWAY ได้
การใช้อัตราภาษีที่ถูกต้อง
รัฐเซาท์แคโรไลนากำหนดอัตราภาษีการขายโดยใช้การจัดเก็บภาษีตามปลายทาง อัตราที่คุณเรียกเก็บเงินจึงพิจารณาจากตำแหน่งที่ผู้ซื้อได้ครอบครองสินค้า ไม่ใช่ตำแหน่งที่ตั้งของธุรกิจของคุณ หรือสถานที่ที่ใช้ทำการสั่งซื้อ ข้อแตกต่างนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะรัฐเซาท์แคโรไลนามีเขตพื้นที่พิเศษทางภาษีอยู่หลายสิบแห่งที่ทับซ้อนอยู่กับอัตราของเคาน์ตี ด้วยเหตุนี้ อัตราภาษีรวมจึงอาจแตกต่างกันได้แม้จะมีรหัสไปรษณีย์เดียวกันก็ตาม
โปรดทราบว่า อัตราภาษีการขายของรัฐเซาท์แคโรไลนานั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ภาษีชั่วคราวอาจหมดอายุลง และผู้ลงคะแนนเสียงก็อนุมัติภาษีใหม่ๆ เข้ามา ระบบของคุณจึงจำเป็นต้องใช้อัตราภาษีที่เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
รัฐเซาท์แคโรไลนาใช้อัตราภาษีการขายในท้องถิ่นแบบใดบ้าง
เคาน์ตีต่างๆ ของรัฐเซาท์แคโรไลนาอาจมีการเก็บภาษีส่วนท้องถิ่น (Local option tax) ได้หลายประเภทโดยคิดทบกับอัตราภาษีของรัฐที่ 6% ซึ่งภาษีเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละเคาน์ตี และบางครั้งก็เรียกเก็บแบบชั่วคราว
ประเภทที่พบบ่อยๆ มีดังนี้
ภาษีการขายส่วนท้องถิ่น (Local Option Sales Tax: LOST): ภาษีระดับเคาน์ตีเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปในอัตรา 1% โดยริชแลนด์ (Richland), ชาร์ลสตัน (Charleston) และเคาน์ตีในเขตเมืองหลายแห่งจะเก็บภาษีนี้
ภาษีการขายสำหรับโปรเจ็กต์ลงทุนขนาดใหญ่ (Capital Projects Sales Tax: CPST): ภาษีชั่วคราวในอัตรา 1% ที่ได้รับอนุมัติจากผู้ลงคะแนนเสียงเพื่อใช้เป็นเงินทุนในโปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐานบางอย่าง โดยจะมีวันสิ้นสุดอยู่ อัตราภาษีในเคาน์ตีหนึ่งๆ จึงอาจยุติลงเมื่อโปรเจ็กต์นั้นๆ ได้รับเงินทุนแล้ว
ภาษีการขนส่ง (Transportation Tax): บางเคาน์ตีคิดภาษีเพิ่มสูงสุด 1% สำหรับโปรเจ็กต์เกี่ยวกับการขนส่งโดยเฉพาะ
ภาษีเขตการศึกษา (School District Tax): บางเคาน์ตีคิดภาษีการศึกษาโดยเฉพาะเพิ่มอีก 1% จากอัตราภาษีระดับเคาน์ตีและระดับรัฐ
ช่วงภาษีการขายของรัฐเซาท์แคโรไลนาปี 2026
|
องค์ประกอบของอัตราภาษี |
อัตรา |
|
อัตราภาษีพื้นฐานของรัฐ |
6% |
|
อัตราภาษีรวมที่พบบ่อย |
7%–8% |
|
อัตราภาษีรวมสูงสุด |
9% |
เพดานที่ 9% จะปรากฏขึ้นเมื่อมีภาษีท้องถิ่นหลายรายการซ้อนทับกัน ก่อนจะเสร็จสิ้นการกำหนดค่าภาษีของคุณ ให้ตรวจสอบฐานข้อมูลอัตราภาษีของ SCDOR ของเคาน์ตีที่คุณขายสินค้าให้โดยเฉพาะ โดยอัตราภาษีจะเปลี่ยนแปลงเมื่อภาษีชั่วคราวหมดอายุลงหรือมีการเรียกเก็บภาษีแบบใหม่
อัตราภาษีการขายของแต่ละเมืองในรัฐเซาท์แคโรไลนาเป็นอย่างไรบ้าง
ด้านล่างนี้ เราจะมาดูเมืองใหญ่ๆ บางแห่งในรัฐเซาท์แคโรไลนา ตัวเลขนี้จะแสดงให้เห็นถึงอัตราภาษีรวมขั้นต่ำสำหรับภาษีการขายของรัฐและท้องถิ่น ส่วนอัตราที่แท้จริงอาจแตกต่างกันไปตามที่อยู่เนื่องจากเขตพื้นที่พิเศษอาจเก็บภาษีเพิ่ม ทั้งนี้ บางเมือง เช่น บลัฟฟ์ตัน (Bluffton) จะไม่เก็บภาษีท้องถิ่นเลย โดยมีเพียงอัตราทั่วรัฐที่ 6% เพียงอย่างเดียว
|
เมือง |
อัตราภาษีรวมขั้นต่ำ |
|
ไอเคน (Aiken) |
8% |
|
แอนเดอร์สัน (Anderson) |
7% |
|
บลัฟฟ์ตัน (Bluffton) |
6% |
|
ชาร์ลสตัน (Charleston) |
9% |
|
โคลัมเบีย (Columbia) |
7% |
|
คอนเวย์ (Conway) |
8% |
|
ฟลอเรนซ์ (Florence) |
8% |
|
กูสครีก (Goose Creek) |
9% |
|
กรีนวิลล์ (Greenville) |
6% |
|
เกรียร์ (Greer) |
6% |
|
ฮิลตันเฮดไอแลนด์ (Hilton Head Island) |
6% |
|
เล็กซิงตัน (Lexington) |
7% |
|
เมานต์เพลแซนต์ (Mount Pleasant) |
9% |
|
ไมร์เทิลบีช (Myrtle Beach) |
9% |
|
นอร์ทชาร์ลสตัน (North Charleston) |
7% |
|
ออเรนจ์เบิร์ก (Orangeburg) |
7% |
|
ร็อกฮิลล์ (Rock Hill) |
7% |
|
สปาร์ตันเบิร์ก (Spartanburg) |
7% |
|
ซัมเตอร์ (Sumter) |
8% |
|
ซัมเมอร์วิลล์ (Summerville) |
7% |
โปรดทราบว่า ในบางเมืองที่มีหลายเคาน์ตี เช่น ซัมเมอร์วิลล์ (Summerville) อัตราภาษีจะแตกต่างกันไปในแต่ละเคาน์ตี ในขณะที่บางเมือง เช่น ชาร์ลสตัน (Charleston) เคาน์ตีต่างๆ จะใช้อัตราภาษีเดียวกัน
อัตราภาษีการขายของแต่ละเคาน์ตีในรัฐเซาท์แคโรไลนาเป็นอย่างไรบ้าง
เมื่อดูเคาน์ตีที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในรัฐเซาท์แคโรไลนา อัตราภาษีรวมขั้นต่ำ (กล่าวคือ ภาษีของเคาน์ตีบวกภาษีของรัฐ) จะอยู่ในช่วง 6%–9% แต่อัตราที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้ โดยขึ้นอยู่กับภาษีของเขตเทศบาลหรือเขตพื้นที่พิเศษ
|
เคาน์ตี |
อัตราภาษีรวมขั้นต่ำ |
|
โบฟอร์ต (Beaufort) |
6% |
|
เบิร์กลีย์ (Berkeley) |
9% |
|
ชาร์ลสตัน (Charleston) |
9% |
|
ดอร์เชสเตอร์ (Dorchester) |
7% |
|
กรีนวิลล์ (Greenville) |
6% |
|
ฮอร์รี (Horry) |
8% |
|
เล็กซิงตัน (Lexington) |
7% |
|
ริชแลนด์ (Richland) |
8% |
|
สปาร์ตันเบิร์ก (Spartanburg) |
7% |
|
ยอร์ก (York) |
7% |
เคาน์ตีกรีนวิลล์ (Greenville) และโบฟอร์ต (Beaufort) จะใช้อัตราแบบทั่วทั้งรัฐเพียงอย่างเดียว (6%) ในขณะที่เคาน์ตีในเขตชาร์ลสตัน (Charleston) และเขตชายฝั่งมักจะมีอัตราภาษีที่สูงกว่า เนื่องจากมีภาษีส่วนท้องถิ่นต่างๆ เข้ามาเพิ่ม
อัตราภาษีระดับเคาน์ตีเป็นเรื่องสำคัญต่อธุรกิจที่ค้าส่งหรือมีธุรกรรมแบบ B2B เป็นจำนวนมากในรัฐเซาท์แคโรไลนา ตัวอย่างเช่น หากบริษัทขายให้กับเคาน์ตีกรีนวิลล์ (Greenville) เป็นหลัก บริษัทนั้นก็จะเห็นอัตราจริงแบบผสมที่ต่ำกว่าบริษัทที่เน้นขายให้กับเขตมหานครของชาร์ลสตัน (Charleston)
คุณจะคำนวณอัตราภาษีการขายของรัฐเซาท์แคโรไลนาได้อย่างไร
การคำนวณภาษีการขายในรัฐเซาท์แคโรไลนามี 3 ขั้นตอนดังนี้
ยืนยันการเสียภาษี
สินค้าบางอย่างก็ไม่ต้องเสียภาษีในรัฐเซาท์แคโรไลนา สินค้ายกเว้นที่พบบ่อยๆ มีดังนี้
ยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์
สิ่งที่ใช้ในการผลิตบางอย่าง
แยกรายการที่ต้องเสียภาษีและรายการที่ได้รับการยกเว้นออกจากกันก่อนที่จะคำนวณอัตราภาษีใดๆ
ระบุอัตราภาษีปลายทาง
ค้นหาอัตราภาษีรวมสำหรับที่อยู่สำหรับจัดส่งของผู้ซื้อ เครื่องมือคำนวณภาษีการขายที่อิงตามที่อยู่จะเชื่อถือได้มากกว่าระบบที่ใช้รหัสไปรษณีย์เพียงอย่างเดียว เพราะเส้นแบ่งเขตพื้นที่ไม่ได้ยึดตามเส้นแบ่งรหัสไปรษณีย์เสมอไป
คำนวณอัตราภาษีกับฐานที่ต้องเสียภาษี
นำยอดขายในส่วนที่ต้องเสียภาษีมาคูณกับอัตราภาษีรวม และปัดเศษให้เป็นหน่วยเซ็นต์ที่ใกล้เคียงที่สุด
ใบรับรองการยกเว้นภาษีจะทำให้มีขั้นตอนเพิ่มเข้ามาอีกขั้นตอนหนึ่ง หากผู้ซื้ออ้างสิทธิ์จากการขายต่อหรือการยกเว้นภาษี คุณต้องมีแบบฟอร์ม ST-8 ของรัฐเซาท์แคโรไลนาที่ยังใช้ได้อยู่หรือใบรับรองการยกเว้นภาษีจาก Streamlined Sales Tax (SST) อยู่ในระบบก่อนที่จะหักภาษีออก เพราะหากไม่มีเอกสาร ความรับผิดก็จะตกอยู่กับผู้ขายในระหว่างการตรวจสอบ
Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Tax ช่วยลดความยุ่งยากในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีได้ เพื่อให้คุณมีเวลาไปมุ่งเน้นที่การเติบโตของธุรกิจของคุณ โดย Stripe Tax จะช่วยให้คุณตรวจสอบภาระผูกพันของคุณและแจ้งเตือนเมื่อคุณเกินเกณฑ์การจดทะเบียนภาษีการขายตามธุรกรรมใน Stripe นอกจากนี้ยังคำนวณและเรียกเก็บภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตลอดจนภาษีสินค้าและบริการ (GST) ทั้งทางกายภาพและดิจิทัลโดยอัตโนมัติในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา และในกว่า 100 ประเทศ
เริ่มเรียกเก็บภาษีทั่วโลกได้โดยการเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการเชื่อมต่อการทำงานที่คุณมีอยู่ คลิกปุ่มในแดชบอร์ด หรือใช้ API ที่ทรงพลังของเรา
Stripe Tax ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้
ทำความเข้าใจว่าจะจดทะเบียนและเรียกเก็บภาษีที่ไหน: ดูตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องเรียกเก็บภาษีโดยอิงตามธุรกรรมใน Stripe หลังจากจดทะเบียนแล้ว คุณสามารถเปิดใช้การเรียกเก็บภาษีในรัฐหรือประเทศใหม่ได้ภายในไม่กี่วินาที คุณสามารถเริ่มเรียกเก็บภาษีได้โดยเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการผสานการทำงาน Stripe ที่คุณมีอยู่ หรือเพิ่มการเรียกเก็บภาษีด้วยการคลิกเพียงปุ่มเดียวในแดชบอร์ด Stripe
จดทะเบียนเพื่อชำระภาษี: ให้ Stripe จัดการการจดทะเบียนภาษีทั่วโลกแทนคุณ และรับประโยชน์จากขั้นตอนที่ง่ายขึ้นซึ่งจะกรอกรายละเอียดการสมัครล่วงหน้า ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น
เรียกเก็บภาษีโดยอัตโนมัติ: Stripe Tax คำนวณและเรียกเก็บเงินภาษีที่ค้างชำระตามจำนวนที่ถูกต้องไม่ว่าคุณจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์อะไรหรือขายที่ไหนก็ตาม โดยรองรับผลิตภัณฑ์และบริการหลายร้อยรายการ และมีข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎและอัตราภาษี
ลดความยุ่งยากในการยื่น: Stripe Tax ผสานการทำงานกับพาร์ทเนอร์ด้านการยื่นภาษีได้อย่างราบรื่น เพื่อให้การยื่นเอกสารทั่วโลกของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและทันเวลา ให้พาร์ทเนอร์ของเราจัดการการยื่นเอกสารแทน เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสที่การเติบโตของธุรกิจ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Tax หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ