การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า SaaS เป็นกรอบการทำงานในการลดการเลิกใช้งาน เพิ่มการขยับขยาย และเพิ่มรายได้

Stripe Sigma
Stripe Sigma

ข้อมูลทางธุรกิจที่เข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า SaaS คืออะไร
  3. เพราะเหตุใดการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า SaaS จึงสำคัญต่อธุรกิจการสมัครใช้บริการ
    1. มองเห็นความจริงเบื้องหลังค่าเฉลี่ย
    2. การวัดคุณภาพการเติบโตของคุณ
    3. การสร้างภาพรวมของสถานะลูกค้าให้เห็นร่วมกัน
  4. ตัวชี้วัดใดที่สำคัญที่สุดในการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า SaaS
  5. การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าช่วยให้ทีมเข้าใจและปรับปรุงลักษณะการรักษาลูกค้า การเลิกใช้บริการ และการเพิ่มรายได้ได้อย่างไร
  6. ความท้าทายใดบ้างที่อาจส่งผลต่อความถูกต้องและการตีความการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า
  7. แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดแบบใดบ้างที่จะช่วยให้องค์กรปรับปรุงการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า SaaS ของตนได้

การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป็นวิธีที่เชื่อถือได้ในการเรียนรู้ว่าธุรกิจการสมัครใช้งานเติบโตเป็นอย่างไร แนวทางปฏิบัตินี้ไม่มองว่าฐานลูกค้าของคุณเป็นตัวเลขเดี่ยวๆ แต่จะแบ่งออกฐานลูกค้าออกเป็นกลุ่มที่มีนัยสำคัญเพื่อให้คุณเห็นว่าผู้คนจริงๆ เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณ กลับมาใช้ต่อ ขยายการใช้งาน หรือห่างหายไปอย่างไร

เมื่อทีมพยายามเพิ่มการรักษาลูกค้า ลดการเลิกใช้บริการ หรือสร้างรายได้ประจำที่มั่นคงยิ่งขึ้น การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าของ Software-as-a-Service (SaaS) จะเป็นกรอบการทำงานที่ให้ความชัดเจนซึ่งค่าเฉลี่ยในวงกว้างไม่อาจเทียบได้

คู่มือนี้จะอธิบายว่าการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า SaaS คืออะไร และจะเพิ่มการรักษาลูกค้า ลดการเลิกใช้บริการ และสร้างรายได้ประจำที่มั่นคงยิ่งขึ้นได้อย่างไร

เนื้อหาหลักในบทความ

  • การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า SaaS คืออะไร
  • เพราะเหตุใดการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า SaaS จึงสำคัญต่อธุรกิจการสมัครใช้บริการ
  • ตัวชี้วัดใดที่สำคัญที่สุดในการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า SaaS
  • การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าช่วยให้ทีมเข้าใจและปรับปรุงลักษณะการรักษาลูกค้า การเลิกใช้บริการ และการเพิ่มรายได้ได้อย่างไร
  • ความท้าทายใดบ้างที่อาจส่งผลต่อความถูกต้องและการตีความการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า
  • แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดแบบใดบ้างที่จะช่วยให้องค์กรปรับปรุงการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า SaaS ของตนได้

การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า SaaS คืออะไร

การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า SaaS คือวิธีการติดตามกลุ่มลูกค้าที่เริ่มต้นใช้ผลิตภัณฑ์ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันเพื่อดูว่าพฤติกรรมของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป โดยมักจะเริ่มต้นด้วยการจัดกลุ่มลูกค้าตามเดือนที่ลูกค้าลงทะเบียน จากนั้นก็ติดตามว่าเกิดอะไรขึ้นกับแต่ละกลุ่มในอีกหลายสัปดาห์และเดือนให้หลัง

โดยทั่วไปแล้ว มุมมองกลุ่มลูกค้ามักจะเป็นตารางหรือแผนภูมิที่แต่ละแถวระบุเดือนที่ลงทะเบียน และแต่ละคอลัมน์ระบุจุดเวลาหลังจากการลงทะเบียน โดยคุณสามารถดูได้ว่ากลุ่มไหนขยายหรือหดตัวลง เมื่อคุณนำเส้นโค้งเหล่านี้มาเรียงเทียบข้างกันในเดือนต่างๆ ก็จะเห็นรูปแบบบางอย่าง เส้นของกลุ่มลูกค้าที่แข็งแกร่งจะแบนราบ ส่วนเส้นของกลุ่มที่อ่อนแอกว่าจะพุ่งต่ำลง และหากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันในเดือนใดเดือนหนึ่งก็ควรดำเนินการสอบสวน

คุณสามารถจัดกลุ่มลูกค้าตามประเภทแผน ภูมิภาค ช่องทางที่เข้าเป็นลูกค้า พฤติกรรมในช่วงต้น หรืออะไรก็ได้ที่อาจเป็นเครื่องกำหนดความสัมพันธ์ระยะยาวของลูกค้ากับผลิตภัณฑ์ของคุณ แทนที่จะแสดงค่าเฉลี่ยขนาดใหญ่ที่มองข้ามรายละเอียดปลีกย่อยไป การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าจะแสดงเหตุการณ์ตามเวลาโดยละเอียดว่ากลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันเริ่มใช้และใช้งานผลิตภัณฑ์ของคุณต่ออย่างต่อเนื่องในลักษณะใด

เพราะเหตุใดการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า SaaS จึงสำคัญต่อธุรกิจการสมัครใช้บริการ

ธุรกิจการสมัครใช้งาน ประสบความสำเร็จเพราะลูกค้ายังคงเห็นคุณค่าเพียงพอที่จะใช้งานต่อ แม้ว่าอัตราการเลิกใช้บริการรายปีที่ยอมรับได้จะแตกต่างกันไปตามประเภทธุรกิจ แต่โดยทั่วไปแล้ว ธุรกิจ SaaS ควรตั้งเป้าให้มีอัตราการเลิกใช้บริการรายปี 5% หรือต่ำกว่านั้น การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการดูว่าลูกค้าพบคุณค่าที่จุดใด และความสัมพันธ์เริ่มพังทลายลงที่ใด

ต่อไปนี้คือสิ่งที่การวิเคราะห์ดังกล่าวทำให้กับธุรกิจของคุณได้

มองเห็นความจริงเบื้องหลังค่าเฉลี่ย

ข้อมูลการเลิกใช้แบบรวมสามารถบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสบายใจแต่อาจทำให้เข้าใจผิดได้ คุณอาจเห็นว่าอัตราการเลิกใช้บริการคงที่แล้ว และวางใจว่าสถานการณ์ยังดีอยู่ ในขณะที่กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ หายไปเร็วกว่ากลุ่มเก่าที่ทำให้ตัวเลขนั้นคงที่ การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าจะแยกกลุ่มเหล่านั้นออกจากกัน เพื่อให้คุณสามารถติดตามส่วนโค้งแสดงการใช้งานต่อเนื่องของแต่ละกลุ่ม และระบุว่าพฤติกรรมเปลี่ยนไปที่จุดใด

หากกลุ่มลูกค้าหลายกลุ่มหายไปพร้อมกัน คุณจะรู้ว่าควรดูที่จุดใดเพื่อพิจารณาว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากปัญหาในการเริ่มต้นใช้งาน ความคาดหวังที่ไม่ดี หรือมีปัจจัยภายนอกขัดขวางประสบการณ์ของลูกค้าหรือไม่

การวัดคุณภาพการเติบโตของคุณ

กลุ่มลูกค้ายังช่วยให้คุณพิจารณาได้ว่าลูกค้าใหม่เป็นลูกค้าที่เหมาะสมหรือไม่ แคมเปญสองรายการอาจทำจำนวนการลงทะเบียนได้เท่ากัน แต่กลุ่มลูกค้าอาจมีพฤติกรรมแตกต่างกันมาก การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าจะเผยให้เห็นความแตกต่าง คุณจึงสามารถจัดลำดับความสำคัญของช่องทางการได้ลูกค้าใหม่ที่สร้างมูลค่าในระยะยาว

กับการอัปเดตผลิตภัณฑ์ก็ใช้วิธีแบบนี้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณเปรียบเทียบส่วนโค้งแสดงการรักษาลูกค้าก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หรือการเปลี่ยนแปลงราคา คุณจะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นช่วยเพิ่มหรือลดการมีส่วนร่วมในช่วงต้นหรือไม่

การสร้างภาพรวมของสถานะลูกค้าให้เห็นร่วมกัน

การวิเคราะห์ลูกค้ากลายเป็นสะพานเชื่อมทีมผลิตภัณฑ์ ทีมการตลาด ทีมส่งเสริมความสำเร็จ และทีมการเงินเข้าด้วยกัน โดยทำให้เกิดการสนทนาเกี่ยวกับสิ่งที่ลูกค้าทำในช่วงหลายเดือนหลังจากที่เข้าร่วม แทนที่จะมัวถกกันเรื่องทฤษฎี ทีมสามารถดูส่วนโค้งแสดงกลุ่มลูกค้าเพื่อพิจารณาว่าธุรกิจกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่

ตัวชี้วัดใดที่สำคัญที่สุดในการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า SaaS

เน้นพิจารณาตัวชี้วัดที่อธิบายได้อย่างแท้จริงว่าลูกค้าเริ่มใช้ ใช้งานอย่างต่อเนื่อง และเติบโตไปพร้อมกับผลิตภัณฑ์ของคุณอย่างไร

ตัวชี้วัดที่สำคัญมีดังนี้

  • อัตราการรักษาลูกค้า: เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มลูกค้าที่ยังคงใช้งานอยู่ ณ แต่ละระยะหลังจากลงทะเบียน ส่วนโค้งแสดงการรักษาลูกค้าจะชี้ให้เห็นว่าโมเมนตัมเกิดขึ้นหรือหยุดลงที่ตำแหน่งใด และในที่สุดกลุ่มลูกค้านั้นกลายเป็นกลุ่มหลักที่ภักดีหรือไม่

  • อัตราการเลิกใช้บริการ: สัดส่วนของลูกค้าในกลุ่มลูกค้าที่ไปจากคุณในแต่ละช่วงเวลา การเลิกใช้บริการแสดงให้เห็นช่วงเวลาที่แน่นอนที่ความสัมพันธ์ขาดช่วงไป และการเปรียบเทียบกลุ่มลูกค้าก็จะช่วยให้คุณเห็นว่าการเลิกใช้บริการนั้นเปลี่ยนไปเกิดเร็วขึ้นหรือช้าลงในวงจรการใช้งานผลิตภัณฑ์

  • รายได้ประจำรายเดือนหรือรายปี: มุมมองที่แสดงว่ารายได้จากกลุ่มลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อลูกค้าอัปเกรด ดาวน์เกรด หรือยกเลิกการใช้ผลิตภัณฑ์รายเดือนหรือรายปี หากมีกลุ่มลูกค้าที่แข็งแกร่ง รายได้ก็จะเพิ่มขึ้นหรือคงที่เมื่อเวลาผ่านไป แต่หากเส้นโค้งพุ่งต่ำลง อาจเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าหรือมีศักยภาพในการขยับขยายไม่เพียงพอ

  • อัตราการรักษารายได้สุทธิ (NRR): การวัดปริมาณรายได้ที่คุณได้รับจากกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่หลังจากการปรับขยายและปรับลดขนาด กลุ่มลูกค้าที่มี NRR สูงจะแสดงให้คุณเห็นถึงจุดที่มีการเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง ส่วนกลุ่มลูกค้าที่มี NRR ต่ำก็จะแสดงให้เห็นจุดที่ลูกค้าหายไปหรือขยับขยายไม่สำเร็จ

  • มูลค่าตลอดอายุการใช้งานของลูกค้า (LTV): มุมมองแสดงรายได้สะสมที่กลุ่มลูกค้าสร้างขึ้นตลอดอายุการใช้งาน การติดตาม LTV ที่เกิดขึ้นจริง ช่วยให้คุณเปรียบเทียบมูลค่าที่แท้จริงของแหล่งที่มาในการจัดหา ประเภทของลูกค้า หรือรอบระยะเวลาการลงทะเบียนที่แตกต่างกัน

การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าช่วยให้ทีมเข้าใจและปรับปรุงลักษณะการรักษาลูกค้า การเลิกใช้บริการ และการเพิ่มรายได้ได้อย่างไร

การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าช่วยให้ทีมมองเห็นว่าความสัมพันธ์กับลูกค้าพัฒนาไปอย่างไร

ต่อไปนี้คือวิธีศึกษา เปรียบเทียบ และดำเนินการกับตัวชี้วัดเหล่านี้อย่างแม่นยำ

  • ระบุจุดที่ลูกค้าสูญเสียโมเมนตัม: หากกลุ่มลูกค้าหลายกลุ่มห่างหายไปที่จุดเดียวกัน (เช่น วันที่ 14 เดือนที่ 2 หรือเมื่อการทดลองใช้หมดอายุ) คุณก็จะรู้ว่าควรปรับแต่งประสบการณ์ของลูกค้าที่จุดใด

  • สังเกตว่ากลุ่มลูกค้าที่แข็งแกร่งมีอะไรที่เหมือนกัน: เมื่อกลุ่มลูกค้ากลุ่มหนึ่งใช้งานต่อเนื่องมากจนผิดปกติ ก็ถือเป็นสัญญาณที่ควรค่าแก่การตรวจสอบ บางทีลูกค้ากลุ่มนี้อาจมาจากช่องทางการแนะนำ ใช้ฟีเจอร์มาตั้งแต่เนิ่นๆ หรือได้ผ่านขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งานที่ดีกว่า

  • ทำความเข้าใจว่ารายได้ในแต่ละกลุ่มลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร: กลุ่มลูกค้าจะบอกเล่าเรื่องราวที่แท้จริงเบื้องหลังการอัปเกรด การดาวน์เกรด และการยกเลิก

  • เปิดเผยแหล่งที่มาของลูกค้าใหม่ซึ่งให้กำเนิดลูกค้าที่ยั่งยืน: การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าช่วยให้คุณเห็นว่าช่องทางการตลาดหรือการขายใดที่นำลูกค้าที่ต่ออายุ ขยับขยาย และใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณต่อ และช่องทางใดที่จำนวนลูกค้าที่ไม่น่าสร้างคุณค่าในระยะยาว

  • ตรวจสอบผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์หรือราคา: การเปรียบเทียบส่วนโค้งแสดงการรักษาลูกค้าก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงจะแสดงให้เห็นว่าการทดลองของคุณกระตุ้นพฤติกรรมของลูกค้าไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่

  • สร้างวิธีการสื่อสารร่วมกันเพื่อการตัดสินใจข้ามสายงาน: ทีมผลิตภัณฑ์ ทีมการตลาด ทีมการเงิน และทีมส่งเสริมความสำเร็จสามารถมองส่วนโค้งแสดงกลุ่มลูกค้าเดียวกันเพื่อดูว่าอะไรดีขึ้นหรือแย่ลง การทำเช่นนี้ช่วยให้ทุกคนจดจ่อกับพฤติกรรมของลูกค้าในลำดับเวลาเดียวกัน

ความท้าทายใดบ้างที่อาจส่งผลต่อความถูกต้องและการตีความการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า

ปัญหามักเกิดจากอินพุตที่ไม่สอดคล้องกัน คำจำกัดความที่ไม่ชัดเจน หรือการอ่านรูปแบบผิดพลาดเพราะขาดบริบทเพิ่มเติม

ความท้าทายที่พบบ่อยมีดังนี้

  • ข้อมูลที่ยุ่งเหยิงหรือไม่สมบูรณ์: ข้อมูลการลงทะเบียน กิจกรรม หรือการเรียกเก็บเงินที่ขาดหายไปหรือขัดแย้งกันอาจทำให้ลูกค้าอยู่ในกลุ่มที่ไม่ถูกต้อง หรืออาจทำให้เข้าใจผิดว่าลูกค้ายังใช้งานอยู่หรือไม่ใช้งานแล้ว เมื่อข้อมูลผลิตภัณฑ์และข้อมูลการสมัครใช้บริการไม่สอดคล้องกัน ส่วนโค้งที่ได้ย่อมไม่สะท้อนถึงพฤติกรรมของลูกค้า

  • การไม่ใช้เครื่องมือและทักษะ: บางทีมหลีกเลี่ยงการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเนื่องจากรู้สึกว่าเป็นเรื่องเฉพาะทางหรือต้องใช้ภาษาสำหรับสืบค้นที่มีโครงสร้าง (SQL) หรือเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง แม้ว่าจะมีเครื่องเหล่านี้อยู่ แต่ทีมก็มักจะใช้งานน้อยเกินไป จึงพลาดโอกาสในการระบุหาสัญญาณล่วงหน้า

  • กลุ่มลูกค้าที่แคบหรือกว้างเกินไป: การแบ่งลูกค้าออกเป็นกลุ่มเล็กๆ จะเป็นการสร้างตัวชี้วัดที่ละเอียดซึ่งแกว่งไปมาอย่างมาก แต่กลุ่มลูกค้าที่กว้างเกินไปก็จะทำให้เห็นความแตกต่างที่สำคัญไม่ชัดเจน

  • คำจำกัดความของกลุ่มลูกค้าไม่สอดคล้องกัน: หากใช้ "วันที่ลงทะเบียน" ในการวิเคราะห์หนึ่ง แต่ใช้ "วันที่ชำระเงินครั้งแรก" ในอีกการวิเคราะห์หนึ่ง ย่อมสร้างความสับสนและทำให้เปรียบเทียบข้อมูลไม่ได้ เกณฑ์ที่ชัดเจนและสอดคล้องกันจะป้องกันไม่ให้ทีมเปรียบเทียบประสบการณ์ของลูกค้าสองแบบที่แตกต่างกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

  • การตีความผิดว่าสิ่งที่เกี่ยวข้องกันเป็นเหตุเป็นผลกัน: กลุ่มลูกค้าที่มีอัตราการใช้งานต่อเนื่องที่แข็งแกร่งอาจเกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดตัวฟีเจอร์ แต่นั่นไม่ได้รับประกันว่าฟีเจอร์ทำให้เกิดการพัฒนาดังกล่าว ทั้งนี้ ฤดูกาล ความหลากหลายของลูกค้า หรือเหตุการณ์ภายนอกอาจส่งอิทธิพลต่อส่วนโค้ง

  • การวิเคราะห์มากเกินไปในคราวเดียว: หากสร้างกลุ่มลูกค้ามากมายหลายสิบกลุ่ม ก็อาจมองข้ามคำถามแรกเริ่มไปได้ง่ายๆ หากไม่มีเป้าหมายที่มุ่งเน้น การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าจะสร้างความยุ่งเหยิงมากกว่าความชัดเจน

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดแบบใดบ้างที่จะช่วยให้องค์กรปรับปรุงการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า SaaS ของตนได้

ให้มองว่าการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป็นระบบต่อเนื่องมากกว่ารายงานเป็นครั้งๆ ไป เป้าหมายคือการทำให้การแบ่งกลุ่มลูกค้ากลายเป็นวิธีตีความพฤติกรรมของลูกค้าที่มีความเสถียรและทำซ้ำได้

ขั้นตอนมีดังต่อไปนี้

  • สร้างโดยอิงจากตามสัญญาณที่สำคัญที่สุด: เริ่มต้นด้วยตัวชี้วัดหลักเพียงไม่กี่รายการ เช่น การรักษาลูกค้า, รายได้ประจำ, NRR หรือ LTV ซึ่งสามารถบ่งชี้ความสมบูรณ์ของแต่ละกลุ่มลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ การวิเคราะห์โดยยึดตัวชี้วัดเหล่านี้เป็นหลักจะช่วยป้องกันไม่ให้ทีมไขว้เขวไปกับสิ่งอื่นๆ ที่ไม่สำคัญ

  • กำหนดลักษณะของกลุ่มลูกค้าที่มั่นคงและแข็งแกร่ง: กลุ่มลูกค้าที่ลงทะเบียนรายเดือนเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งเนื่องจากให้รายละเอียดมากพอสมควรและมีความมั่นคง การแบ่งส่วนเพิ่มเติมควรมีจุดประสงค์ที่ชัดเจน เช่น การประเมินช่องทางการได้ลูกค้าใหม่หรือขั้นตอนกระบวนการเริ่มต้นใช้งาน ดังนั้นการแบ่งแต่ละชั้นจึงจะให้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมมากกว่าจะเป็นการกระจายข้อมูล

  • ใช้คำถามขับเคลื่อนการวิเคราะห์: กลุ่มลูกค้ามีประโยชน์อย่างยิ่งเพราะทำให้เห็นคำตอบของคำถามที่เฉพาะเจาะจง เช่น "โมเดลการกำหนดราคาใหม่ช่วยเรื่องการขยับขยายไหม" คำถามที่เจาะตรงประเด็นช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและนำไปใช้ได้จริง

  • ใช้อินพุตเชิงคุณภาพเพื่อเพิ่มความชัดเจนในการตีความ: แผนภูมิกลุ่มลูกค้าแสดงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ทีมมักจะค้นพบสาเหตุการเปลี่ยนแปลงเมื่อนำการสนทนากับลูกค้า รูปแบบการสนับสนุน หรือการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ที่ทราบมาพิจารณาร่วมด้วย การผสมผสานบริบทเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณเช่นนี้ทำให้ข้อมูลเชิงลึกน่าเชื่อถือมากขึ้น

  • ตรวจสอบกลุ่มลูกค้าให้เป็นกิจวัตรและดำเนินการข้ามสายงาน: เมื่อทีมผลิตภัณฑ์ ทีมส่งเสริมความสำเร็จ ทีมการเงิน และทีมการตลาดมองส่วนโค้งแสดงกลุ่มลูกค้าเดียวกันตามกำหนดการที่คาดการณ์ได้ ก็หมายความว่าทั้งองค์กรเริ่มใช้รูปแบบการคิดตามเวลาแล้ว ดังนั้นการสังเกตเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่ตั้งแต่เนิ่นๆ และการรับรู้ถึงการพัฒนาที่แท้จริงจะเป็นเรื่องง่ายขึ้น

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Stripe Sigma

Stripe Sigma

Stripe Sigma ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ วิเคราะห์ข้อมูล Stripe ของตนเองได้อย่างรวดเร็ว และเปิดโอกาสให้ทีมงานได้รับข้อมูลเชิงลึกของธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Stripe Sigma Docs

สืบค้นข้อมูลในบัญชีขององค์กร