บริษัทและเจ้าของธุรกิจหลายรายในญี่ปุ่นใช้ Instagram (มักเรียกสั้นๆ ว่า "Insta") เป็นแอปแชร์รูปภาพและเป็นช่องทางสำคัญในการดึงดูดลูกค้าและสร้างยอดขาย Instagram สามารถช่วยให้คนรู้จักแบรนด์มากขึ้นได้สำหรับสินค้าและบริการต่างๆ และเปิดช่องทางใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ โดยหมายรวมถึงการขายผ่านอีคอมเมิร์ซ การจอง การสอบถาม การตลาดแบบแอฟฟิลิเอต และความร่วมมือระดับองค์กร ซึ่งทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนโดยการมีส่วนร่วมบน Instagram
คนที่เพิ่งเริ่มสร้างรายได้จาก Instagram อาจมีข้อสงสัยต่างๆ เช่น "การสร้างรายได้จาก Instagram มีข้อกำหนดอะไรบ้าง" "จะหาเงินบน Instagram ได้จริงหรอ" "จะสร้างรายได้บน Instagram ได้เท่าไหร่" ในบทความนี้ เราจะให้คำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้และคำอธิบายเกี่ยวกับวิธีการสร้างรายได้จาก Instagram โดยจะพูดถึงวิธีการสร้างรายได้เบื้องต้น เคล็ดลับในการดำเนินงาน และข้อควรพิจารณาที่สำคัญต่างๆ
เนื้อหาหลักในบทความ
- ระบบการสร้างรายได้บน Instagram
- วิธีสร้างรายได้จาก Instagram
- ขั้นตอนในการสร้างรายได้จาก Instagram
- เครื่องมือที่มีประโยชน์ในการสร้างรายได้จาก Instagram
- รายได้จาก Instagram โดยประมาณ
- ประเด็นสำคัญในการสร้างรายได้บน Instagram ให้ประสบผลสำเร็จ
- ข้อควรพิจารณาเมื่อสร้างรายได้จาก Instagram
- Stripe Payment Links ช่วยอะไรได้บ้าง
ระบบการสร้างรายได้บน Instagram
Instagram เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหนึ่งที่ใช้กันแพร่หลายมากที่สุดในญี่ปุ่น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็มีการใช้งานเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้ใช้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดย 2025 Information and Communications White Paper (เอกสารเกี่ยวกับข้อมูลและการสื่อสารประจำปี 2025) ของกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารประเทศญี่ปุ่นระบุว่า Instagram มีผู้ใช้จากหลายช่วงอายุ ซึ่งทำให้แอปนี้มีการใช้งานเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมและบริษัททุกขนาดเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ
การสร้างรายได้จาก Instagram มี 2 วิธีกว้างๆ ดังนี้
- การใช้ฟีเจอร์การสร้างรายได้อย่างเป็นทางการของ Instagram
- การผนวกรวม Instagram เข้ากับบริการภายนอกและกระบวนการขายของบริษัท
ในญี่ปุ่น บริษัทต่างๆ จะใช้ฟีเจอร์การสร้างรายได้อย่างเป็นทางการของ Instagram เช่น ฟังก์ชันการช้อปปิ้ง การซื้อป้ายระหว่างไลฟ์สตรีม (กล่าวคือ ทิป) และโฆษณาบนคลิป Reels โดยหลายบริษัทยังสร้างรายได้ด้วยการเชื่อมโยงกับบริการภายนอกเพื่อกระตุ้นยอดขายด้วย
โปรดทราบว่า การสร้างรายได้จาก Instagram มีข้อกำหนดเบื้องต้นอยู่ เช่น การจำกัดอายุและประเภทบัญชี นอกจากนี้ ฟีเจอร์และค่าตอบแทนก็อาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศหรือภูมิภาค คุณควรทำความเข้าใจว่าเงื่อนไขที่มีผลบังคับใช้อาจแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมการใช้งาน
วิธีสร้างรายได้จาก Instagram
วิธีสร้างรายได้จาก Instagram นั้นจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของธุรกิจและธุรกิจนั้นเป็นสาขาเฉพาะทางหรือไม่ เราขอแนะนำวิธีที่ใช้กันทั่วไปที่ด้านล่างนี้
ขายสินค้าและบริการ
ในการขายบน Instagram นั้น บริษัทต่างๆ จะต้องแสดงสินค้าและบริการของตนบน Instagram และนำผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซหรือหน้าการจองเพื่อส่งเสริมให้เกิดการซื้อและการลงทะเบียนใช้บริการ หากธุรกิจมีร้านค้าออนไลน์ ก็สามารถใช้ฟีเจอร์การช้อปปิ้งของ Instagram เพื่อเพิ่มแท็กสินค้าลงในโพสต์, คลิป Reels และสตอรี่ได้ด้วย วิธีนี้จะเป็นการนำผู้ใช้ไปยังหน้าสินค้าบนเว็บไซต์ของบริษัท
ฟีเจอร์หลักอยู่ตรงที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลสินค้าได้เลยภายในแอป ซึ่งทำให้กระบวนการซื้อดูเป็นไปอย่างราบรื่นและคงความเป็นแบรนด์นั้นๆ เอาไว้ได้ วิธีนี้เป็นวิธีการสร้างรายได้ที่เหมาะกับธุรกิจหลากหลายแบบ เช่น อีคอมเมิร์ซ การค้าปลีก แบรนด์ และอุตสาหกรรมบริการ
เพิ่มปริมาณการเข้าชมของลูกค้า
ทั้งธุรกิจที่มีหน้าร้านและบริการแบบมีกำหนดนัดหมายก็มักจะใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้เช่นกัน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเข้ามาที่หน้าร้าน นัดหมาย และสอบถามเรื่องต่างๆ ธุรกิจจำนวนมากจะบอกเล่าถึงความสำเร็จ บรรยากาศ และข้อเสนอต่างๆ ผ่านโพสต์และสตอรี่ และนำผู้ใช้ไปยังหน้าการจองผ่านโปรไฟล์หรือส่วน "ไฮไลท์"
โมเดลรายได้นี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบริการแบบตัวต่อตัว เช่น ความงาม การดูแลสุขภาพ อาหารและเครื่องดื่ม บริการด้านการศึกษา และบริการเฉพาะทาง
ใช้การตลาดแบบแอฟฟิลิเอต
การสร้างรายได้อีกวิธีหนึ่งก็คือการตลาดแบบแอฟฟิลิเอต ธุรกิจต่างๆ สามารถรับค่าคอมมิชชันตามผลการดำเนินงานได้โดยการโปรโมทสินค้าหรือบริการบน Instagram ที่ทำให้เกิดการซื้อหรือการลงทะเบียนใช้บริการ ฟีเจอร์หลักของการตลาดแบบแอฟฟิลิเอตอยู่ตรงที่วิธีนี้สามารถใช้ได้แม้ว่าบริษัทจะไม่มีสินค้าเป็นของตัวเอง
วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งกับโพสต์ที่เน้นรีวิวหรือประสบการณ์ส่วนตัว และการสื่อสารก็จำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ
รับงานประชาสัมพันธ์ (PR)
หากบัญชีมีผู้ติดตามหรือยอดดูถึงจำนวนหนึ่ง การสร้างรายได้อีกวิธีหนึ่งก็คืองานประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อธุรกิจรับคำขอจากบริษัทต่างๆ ในการแนะนำสินค้าหรือบริการให้กับบริษัทนั้นๆ ซึ่งบางครั้งก็เรียกว่า "การตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์"
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือในสาขาเฉพาะเป็นที่ต้องการมากกว่ายอดผู้ติดตาม ส่งผลให้มีการร่วมงานกับไมโครอินฟลูเอนเซอร์กันมากขึ้น
ใช้ฟีเจอร์การสร้างรายได้อย่างเป็นทางการ
บางบัญชีสามารถใช้ฟีเจอร์การสร้างรายได้อย่างเป็นทางการของ Instagram ได้ เช่น การลงโฆษณาบนคลิป Reels (กล่าวคือ โฆษณาที่แสดงคั่นกลางระหว่างคลิป Reels บน Instagram) วิธีนี้ทำให้บัญชีได้รับรายได้จากโฆษณาโดยตรงจากคอนเทนต์ แม้ว่าประเทศและบัญชีที่ใช้ได้อาจมีอยู่จำกัดในบางกรณี แต่ประเด็นสำคัญคือการสร้างและโพสต์คอนเทนต์ก็เป็นแหล่งในการสร้างรายได้
คุณควรพิจารณาใช้วิธีนี้ หากธุรกิจทำหน้าที่เป็นครีเอเตอร์ มีผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง หรือโพสต์มียอดดูถึงจำนวนหนึ่ง
สนับสนุนให้มีการบริจาคระหว่างไลฟ์สตรีม
ในระหว่างไลฟ์สตรีม ผู้ชมสามารถให้ทิปสตรีมเมอร์ได้โดยการซื้อป้ายเพื่อช่วยสนับสนุนได้ โดยสตรีมเมอร์จะได้รับส่วนแบ่งจากเงินที่ชำระไปตามป้ายที่ผู้ชมซื้อไป วิธีนี้มักจะได้ผลดีกว่าสำหรับครีเอเตอร์ต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับแฟนๆ และชุมชน
ขั้นตอนในการสร้างรายได้จาก Instagram
หากคุณมีบัญชี Instagram อยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้สร้างรายได้ คุณก็อาจยังไม่ได้ใช้ฟีเจอร์พื้นฐานอย่างเต็มที่ ด้านล่างนี้ เราจะมาดูฟีเจอร์เหล่านั้นและข้อควรพิจารณาอื่นๆ
เปลี่ยนมาใช้บัญชีมืออาชีพ
Instagram มีทั้งบัญชีส่วนตัวและบัญชีมืออาชีพ โดยบัญชีมืออาชีพจะมาพร้อมเครื่องมือฟรีที่ใช้งานได้สะดวก ซึ่งจำเป็นในการสร้างรายได้ หากเป้าหมายของคุณคือการสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณควรก็พิจารณาเปลี่ยนมาใช้บัญชีมืออาชีพ
กำหนดเป้าหมาย
ขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดเป้าหมายให้เป็นรูปธรรม เช่น การเพิ่มสิ่งต่อไปนี้
- การจอง
- การขาย
- โปรเจ็กต์ขององค์กร
- ข้อสงสัย
การมีเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนจะช่วยให้กำหนดทิศทางการสื่อสารของคุณได้ง่ายขึ้น
กำหนดกลุ่มเป้าหมาย
เมื่อคุณมีเป้าหมายในการสร้างรายได้จาก Instagram คุณจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าคุณต้องการเข้าถึงใคร คอนเทนต์และรูปแบบของโพสต์ โทนของรูปภาพและวิดีโอ รวมถึงความถี่ในการแชร์จะแตกต่างกันไปอย่างมากตามกลุ่มเป้าหมายที่คุณตั้งใจไว้
กำหนดประเด็นต่อไปนี้
- ข้อมูลประชากรในด้านอายุ
- ไลฟ์สไตล์
- ความต้องการ
- พื้นที่อยู่อาศัย
เมื่อคุณกำหนดกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน ก็เท่ากับว่าคุณได้กำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจนในการสร้างคอนเทนต์แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้สร้างรายได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในท้ายที่สุด
ทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของคอนเทนต์
ประเภทหลักๆ ของโพสต์บน Instagram มีดังนี้
- คลิป Reels
- โพสต์บนฟีด
- สตอรี่
- ไฮไลท์
ประเด็นสำคัญ คือ การแชร์คอนเทนต์ที่ใช้ฟีเจอร์เฉพาะตัวของโพสต์แต่ละประเภท เช่น ในขณะที่ระบบแสดงโพสต์ในฟีดของคุณไปยังผู้ติดตาม คลิป Reels ก็สามารถเข้าถึงผู้คนที่ไม่ได้ติดตามคุณอยู่ได้เช่นกัน แม้ว่าสตอรี่จะเป็นโพสต์ชั่วคราวที่จะหายไปหลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง แต่ไฮไลท์จะช่วยให้คุณสามารถบันทึกสตอรี่เอาไว้และปักหมุดไว้ที่โปรไฟล์ของคุณได้
ให้ใช้คลิป Reels เมื่อคุณต้องการเพิ่มการรับรู้ในหมู่ผู้ใช้ใหม่ และใช้ไฮไลท์เพื่อจัดระเบียบข้อมูลหรือจัดทำหน้าให้คำแนะนำ คุณควรตั้งเป้าในการสร้างโพสต์ที่ปรับแต่งให้เข้ากับวัตถุประสงค์เฉพาะแต่ละอย่าง
สร้างเส้นทางที่นำไปสู่การดำเนินการ
หลังจากทำให้ผู้ใช้บน Instagram หันมาสนใจแล้ว คุณก็จำเป็นต้องจัดให้มีขั้นตอนหลังจากนั้นเพื่อกระตุ้นการดำเนินการเช่นกัน เช่น การซื้อหรือการลงทะเบียนใช้บริการ หากผู้ใช้ไม่รู้ว่าจะต้องไปที่ไหนกันแน่เพื่อเริ่มขั้นตอน คุณก็อาจสูญเสียผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าที่มีค่าไปได้ โดย Instagram สามารถนำผู้ใช้ยังรายการต่อไปนี้ได้
- เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
- แบบฟอร์มการจอง
- หน้าสอบถาม
- ลิงก์ชำระเงิน
หากคุณแนะนำขั้นตอนเหล่านี้ให้กับผู้ใช้อย่างชัดเจนในโปรไฟล์และโพสต์ต่างๆ ผู้ใช้ก็จะดำเนินการได้โดยไม่ลังเล ซึ่งอาจทำให้เกิดการสร้างรายได้ในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณสามารถใช้ลิงก์ชำระเงินเพื่อรับการชำระเงินออนไลน์ได้โดยไม่ต้องใช้เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ ซึ่งจะเชื่อมต่อธุรกรรมต่างๆ โดยตรงจากความคิดเห็นหรือข้อความส่วนตัวจนชำระเงินสำเร็จ
เครื่องมือที่มีประโยชน์ในการสร้างรายได้จาก Instagram
การใช้เครื่องมือที่เหมาะสมและตรงกับเป้าหมายจะช่วยให้คุณสร้างรายได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในที่นี้ เราขอแนะนำเครื่องมือที่สำคัญบางส่วนที่เหมาะกับการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างดี
การออกแบบ
เครื่องมือออกแบบ (เช่น Canva, Adobe Express และ Figma) มีประโยชน์ในการสร้างโพสต์ เมื่อใช้เทมเพลตเป็นฐาน โพสต์ต่างๆ ที่คุณจัดทำขึ้นก็จะมีรูปลักษณ์ไปในทิศทางเดียวกัน เครื่องมือเหล่านี้ยังมีส่วนควบคุมให้คุณแก้ไขรูปภาพและเพิ่มข้อความต่างๆ ได้ง่ายอีกด้วย เครื่องมือเหล่านี้ยังส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นทีมด้วย ซึ่งช่วยให้คุณสร้างคอนเทนต์ได้ดูน่าสนใจโดยไม่ต้องมีนักออกแบบ
การวิเคราะห์
นอกจากข้อมูลเชิงลึกของ Instagram แล้ว เครื่องมือวิเคราะห์ภายนอก (เช่น Hootsuite, Buffer และ Iconosquare) ยังช่วยให้คุณตรวจสอบการแสดงผลของโพสต์ จำนวนการบันทึก และการเข้าชมโปรไฟล์ได้ละเอียดขึ้นด้วย เมื่อคุณเข้าใจว่าคนกำลังสนใจโพสต์ไหน หรือวิธีไหนทำให้เกิดการดำเนินการ คุณก็จะพัฒนาปรับปรุงโดยอาศัยข้อมูลได้
ลิงก์ชำระเงิน
การใช้ลิงก์ชำระเงิน (เช่น Payment Links ของ Stripe) ช่วยให้รับการชำระเงินออนไลน์ได้ง่ายโดยไม่ต้องสร้างเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Payment Links รองรับการใช้งานหลากหลายแบบ เช่น การขายสินค้า การให้บริการ คอร์สเรียนออนไลน์ และค่าธรรมเนียมการเข้าร่วมกิจกรรม เมื่อคุณแชร์ลิงก์ผ่านโปรไฟล์หรือข้อความส่วนตัว ผู้ใช้จะสามารถดำเนินการชำระเงินได้อย่างง่ายดาย
ลิงก์ชำระเงินยังช่วยลดค่าใช้จ่ายเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วยในขณะที่คุณสร้างแหล่งรายได้ วิธีนี้เป็นระบบที่ใช้งานง่ายสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและกิจการที่มีเจ้าของคนเดียว
รายได้จาก Instagram โดยประมาณ
คุณคิดว่าจะสร้างรายได้บน Instagram ได้จริงๆ มากน้อยแค่ไหน รายได้ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นเพียงเพราะคุณมีผู้ติดตามมากขึ้น รายได้จะแตกต่างกันไปอย่างมากตามราคาต่อหน่วยของสินค้าหรือบริการของคุณ ตลอดจนอุตสาหกรรมและฐานแฟนคลับ แม้คุณจะมีผู้ติดตามไม่มาก แต่ก็สามารถสร้างรายได้มากพอด้วยการนำเสนอบริการที่มีราคาสูง เมื่อขายสินค้า การโพสต์อย่างสม่ำเสมอก็มีแนวโน้มที่จะช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้
คุณไม่ควรวัดประสิทธิภาพจากตัวเลขระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่ให้มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในระยะกลางไปถึงระยะยาวแทน
ประเด็นสำคัญในการสร้างรายได้บน Instagram ให้ประสบผลสำเร็จ
ในการใช้ Instagram เป็นเครื่องมือสื่อสารและช่องทางการสร้างรายได้ คุณควรคำนึงถึงประเด็นสำคัญต่างๆ หลายอย่าง
เลือกรูปแบบที่เหมาะกับคุณ
ก่อนอื่น คุณควรเลือกรูปแบบที่คุณสามารถทำไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยเลือกรูปแบบที่ตรงตามเกณฑ์เหล่านี้
- คุณมีความรู้ในเรื่องนี้เป็นอย่างดีหรือมีความสนใจ
- คุณสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างต่อเนื่อง
- เรื่องนี้สร้างกำไรให้กับธุรกิจของคุณได้
ในส่วนของผู้ประกอบอาชีพอิสระ ประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งก็คือความหลงใหล จุดแข็ง และงานมีความสอดคล้องกันหรือไม่
ในส่วนของบัญชีองค์กร คุณจำเป็นต้องมีดังนี้
- สินค้าหรือบริการที่มุ่งเน้น
- ผู้มีความรู้ที่จะรับผิดชอบในเรื่องนั้นๆ
- คำอธิบายไอเดียที่ดูน่าเชื่อถือ
ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุดในการดำเนินงานต่างๆ แม้ว่าคุณจะขาดความรู้หรือทักษะบางอย่าง แต่การวิจัยอย่างละเอียดและพยายามเสริมสร้างความเชี่ยวชาญสามารถช่วยยกระดับคุณภาพของผลงานและโพสต์ของบริษัทได้อย่างมาก
พิจารณาความต้องการของตลาดและความสมดุลในการแข่งขัน
คุณมีรูปแบบมากมายหลายประเภทให้เลือก แต่ให้ใช้ความรอบคอบในกรณีต่อไปนี้ เนื่องจากมีแนวโน้มที่ไม่ค่อยเอื้อต่อการสร้างรายได้
- สาขายอดนิยมที่มีการแข่งขันสูง
- สาขาที่มีการแข่งขันน้อย แต่ตลาดมีขนาดเล็ก
โดยหลักการแล้ว คุณควรตั้งเป้าไปที่รูปแบบที่ให้ความสมดุลระหว่างสิ่งต่อไปนี้
- ความต้องการของตลาด
- ความสามารถในการเพิ่มมูลค่าของคุณ
- การแยกความแตกต่างจากคู่แข่งได้ง่าย
วิธีนี้อาจช่วยให้คุณประสบความสำเร็จแม้ว่าคุณจะแข่งขันในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง คุณสามารถสร้างความแตกต่างไม่เหมือนใครได้ด้วยการสร้างมุมมองที่แปลกใหม่ด้วยการออกแบบและการนำเสนอโดยอาศัยความรู้และประสบการณ์ที่คุณมี
คาดหวังให้มีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่โดดเด่นในเรื่องการนำเสนอข้อมูลที่รวดเร็ว โพสต์และประเด็นใหม่ๆ จะแวะเวียนผ่านตาผู้ใช้อยู่ตลอด ดังนั้น หากคุณหยุดโพสต์ โอกาสที่ผู้คนจะเห็นคอนเทนต์ของคุณก็ย่อมลดลงไปด้วย
คุณควรออกแบบการดำเนินการต่างๆ โดยคำนึงถึงการอัปเดตอยู่เสมอเอาไว้ด้วย ดังนี้
- โพสต์เป็นประจำ
- การบอกเล่าข้อมูลอัปเดตผ่านสตอรี่
- การจัดระเบียบข้อมูลไว้ในส่วนไฮไลท์
ใช้การลงโฆษณา
การใช้โฆษณาบน Instagram ก็เป็นวิธีหนึ่งในการสร้างรายได้จากบัญชี Instagram ของคุณอย่างรวดเร็ว วิธีนี้อาจช่วยให้คุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้
- เพิ่มการรับรู้แบรนด์
- เพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ
- สร้างโอกาสในการขาย
- ส่งเสริมการจอง
คุณสามารถปรับแต่งโฆษณาบน Instagram ให้เข้ากับวัตถุประสงค์ของคุณได้ แต่การใช้โฆษณาเหล่านี้ก็ย่อมมีค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม การกำหนดกลุ่มเป้าหมายของคุณอย่างชัดเจนจะช่วยให้โฆษณาคุ้มค่าได้ คุณจึงควรพิจารณาตามนโยบายและกลยุทธ์การดำเนินงาน
ข้อควรพิจารณาเมื่อสร้างรายได้จาก Instagram
เมื่อสร้างรายได้จาก Instagram คุณควรทำความเข้าใจกฎหมายและกฎต่างๆ ที่มีผลบังคับใช้ หากคุณเริ่มดำเนินการก่อนที่จะเข้าใจรายละเอียดต่างๆ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาที่ไม่คาดคิด ประเด็นบางส่วนที่คุณต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษมีดังนี้
การตลาดแบบแฝง
การตลาดแบบแฝงคือการโพสต์คอนเทนต์โดยไม่ออกตัวชัดเจนว่าเป็นการโฆษณา แม้ว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือมีการนำเสนอสินค้าจากบริษัทก็ตาม การทำเช่นนี้ถือเป็นการละเมิด Act Against Unjustifiable Premiums and Misleading Representations (พระราชบัญญัติป้องกันของรางวัลที่แสดงเหตุผลไม่ได้ และการโฆษณาที่หลอกลวง) ของญี่ปุ่น
Consumer Affairs Agency (หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค) ได้เผยแพร่หลักเกณฑ์ที่กำหนดให้โฆษณาและคอนเทนต์ประชาสัมพันธ์ต้องมีป้ายกำกับชัดเจนและผู้ใช้สังเกตเห็นได้ง่าย ไม่ว่าคอนเทนต์นั้นจะมีไว้สำหรับโปรเจ็กต์ขององค์กรหรือการตลาดแบบแอฟฟิลิเอต ก็จะต้องมีป้ายกำกับว่า "PR" (ประชาสัมพันธ์), "advertisement" (โฆษณา), "promotion" (การโปรโมท) หรือ "marketing" (การตลาด) เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้จะไม่เข้าใจผิด
คำกล่าวอ้างในโฆษณาที่เกินจริง
นอกจากการตลาดแบบแฝงแล้ว Act Against Unjustifiable Premiums and Misleading Representations (พระราชบัญญัติป้องกันของรางวัลที่แสดงเหตุผลไม่ได้ และการโฆษณาที่หลอกลวง) ยังห้ามไม่ให้ทำสิ่งต่างๆ เช่น "การนำเสนอสินค้าหรือบริการในลักษณะที่ดีกว่าที่เป็นจริงอย่างมีนัยสำคัญ" และการใช้ "ถ้อยคำที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด"
ตัวอย่างเช่น การกระทำดังต่อไปนี้อาจละเมิดกฎหมายดังกล่าว
- การใช้คำหรือถ้อยคำที่ชวนให้เข้าใจผิด เช่น "ลดน้ำหนักได้ง่ายๆ แค่ดื่มผลิตภัณฑ์นี้"
- การกล่าวอ้างโดยใช้คำที่แสดงความเป็นที่สุด เช่น "สินค้าที่ถูกที่สุดในโลก"
- การเปรียบเทียบสินค้าโดยไม่มีข้อมูลที่ตรวจสอบยืนยันได้
- การแสดงราคาปลีกที่สูงกว่าราคาจริงเพื่อแสดงส่วนลดอันเป็นเท็จ
ก่อนโพสต์ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณปฏิบัติตาม Act Against Unjustifiable Premiums and Misleading Representations (พระราชบัญญัติป้องกันของรางวัลที่แสดงเหตุผลไม่ได้ และการโฆษณาที่หลอกลวง)
ลิขสิทธิ์ รูปภาพ และสิทธิ์ในการใช้เพลง
โพสต์บน Instagram มักมีรูปภาพ ภาพประกอบ และไฟล์เสียงที่ได้รับการคุ้มครองโดยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา การดำเนินการต่อไปนี้อาจถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ คุณจึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ
- การทำซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาตกับรูปภาพที่พบบนโลกออนไลน์
- การเอาเพลงของศิลปินมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
- การคัดลอกงานเขียนของใครบางคน
ตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณได้จัดเตรียมเนื้อหาของคุณเองหรือใช้เนื้อหาที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง
Stripe Payment Links ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Payment Links เป็นโซลูชันแบบไม่ต้องเขียนโค้ด ซึ่งช่วยให้คุณสร้างและแชร์หน้าการชำระเงินที่ปลอดภัยทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว
Payment Links ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้
- ได้รับเงินเร็วขึ้น: แชร์ลิงก์ชำระเงินที่กำหนดเองให้กับลูกค้าและรับชำระเงินแบบครั้งเดียวหรือตามแบบแผนล่วงหน้าได้ทันที โดยไม่ต้องออกใบแจ้งหนี้หรือผสานการทำงานให้ซับซ้อน
- เพิ่มคอนเวอร์ชัน: เพิ่มอัตราคอนเวอร์ชันด้วยการออกแบบให้เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่และประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่นขึ้น
- ประหยัดเวลา: สร้าง ปรับแต่ง และแชร์หน้าการชำระเงินได้ง่ายๆ ผ่านแดชบอร์ดของ Stripe โดยแทบไม่ต้องเขียนโค้ด
- ขยายไปทั่วโลก: รับชำระเงินจากลูกค้าทั่วโลก โดย Adaptive Pricing จะช่วยปรับราคาให้เข้ากับท้องถิ่นมากกว่า 135 สกุลเงิน และเสนอวิธีการชำระเงินในท้องถิ่นที่พร้อมใช้งาน
- เข้าถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Stripe: ผสานการทำงาน Payment Links เข้ากับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Stripe เช่น Stripe Billing, Stripe Radar และ Stripe Tax เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการชำระเงิน
- รักษาการควบคุมไว้: ปรับแต่งรูปลักษณ์และความรู้สึกของหน้าการชำระเงินให้สอดคล้องกับแบรนด์ของคุณ และติดตามกิจกรรมการชำระเงินทั้งหมดในที่เดียว
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Payment Links สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ