ผลกระทบของ PSD2 ต่อตลาดและแพลตฟอร์ม

คู่มือ Stripe สำหรับการค้นหาการเปลี่ยนแปลงด้านข้อบังคับของยุโรป

แนะนำ

ข้อกำหนดเกี่ยวกับบริการชำระเงินฉบับที่ 2 หรือ PSD2 ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ด้านการชำระเงินของยุโรปก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ส่งผลกับแพลตฟอร์มหลายด้าน และธุรกิจประเภทตลาดออนไลน์ต่างๆ ในตลาดยุโรป ทำให้ในปัจจุบัน ธุรกิจหลายแห่งที่ได้รับข้อยกเว้นในการขอใบอนุญาตไม่ได้รับผลประโยชน์จากข้อยกเว้นดังกล่าวอีกต่อไป

ในตลาดทั่วไปที่แพลตฟอร์มซึ่งไม่ได้ขายสินค้าหรือบริการใดๆ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย แพลตฟอร์มนั้นจะรับการชำระเงินที่ผู้ซื้อจะต้องชำระให้ผู้ขายไม่ได้อีกต่อไป แต่หากจะรับการชำระเงิน ก็จะต้องมีใบอนุญาตการชำระเงินที่หน่วยงานกำกับดูแลออกให้ เพื่อให้มีสถานะเป็นธุรกิจที่ได้รับการกำกับดูแล Stripe Connect ได้เสนอทางเลือกให้กับแพลตฟอร์มเหล่านั้นโดยให้แพลตฟอร์มที่ใช้ Stripe Connect เลิกรับการชำระเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระให้ผู้ขาย และมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเติบโตทางธุรกิจประเภทตลาดออนไลน์แทนการเปลี่ยนสถานะไปเป็นผู้ให้บริการชำระเงินที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย คุณจะดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงด้านการกำกับดูแลภายใต้ข้อกฎหมาย PSD2 ได้ในคู่มือของเราด้านล่าง

แพลตฟอร์มหลายด้านหรือธุรกิจประเภทตลาดออนไลน์ถือเป็นธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตที่น่าสนใจเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งพลิกโฉมการซื้อขายในยุคปัจจุบันให้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงจากบริการตามความต้องการไปสู่แพลตฟอร์ม B2B, การระดมทุนไปจนถึงระบบเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน และอีคอมเมิร์ซไปจนถึงแพลตฟอร์มการจอง ธุรกิจแบบตลาดออนไลน์เปิดโอกาสให้ผู้ขายเข้าถึงฐานลูกค้าได้ทั่วโลก อีกทั้งยังเพิ่มตัวเลือกให้กับลูกค้า และยังช่วยให้ผู้ขายมองภาพรวมของธุรกิจได้กว้างขวางกว่าที่เคยเป็นในอดีตอีกด้วย โดย Stripe เองก็ให้การสนับสนุนแพลตฟอร์มเหล่านั้นใน Stripe Connect ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ด้านการชำระเงินในแพลตฟอร์มที่ให้บริการอย่างถูกต้องและไม่เหมือนใคร

แพลตฟอร์มออนไลน์ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการทำธุรกรรมระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ซึ่งในปัจจุบัน ธุรกิจทั่วโลกด้านบริการแพลตฟอร์มเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นมาในยุคแรกๆ เช่น eBay และ Amazon ไปจนถึงแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันอย่าง Shopify, Etsy และ Kickstarter ลูกค้าและซัพพลายเออร์จึงมีโอกาสเข้าถึงตลาดและมีบริการให้เลือกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มที่ทันสมัยมากมาย เช่น Deliveroo, Catawiki และ ManoMano รวมไปถึงแพลตฟอร์มน้องใหม่ด้านฟินเทคอย่าง Zopa and Monzo ซึ่งล้วนแล้วแต่มีต้นกำเนิดมาจากยุโรปทั้งสิ้น

เนื่องจากแพลตฟอร์มเหล่านี้เริ่มมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการซื้อขายบนโลกออนไลน์ของยุโรปมากขึ้นเรื่อยๆ หน่วยงานกำกับดูแลจึงเข้ามีบทบาทในการพิจารณาและตรวจสอบในระดับที่สูงขึ้น เพื่อให้เทคโนโลยีต่างๆ เดินหน้าควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงกฎหมายด้านการแข่งขันทางการค้า จากประสบการณ์การให้บริการด้านการชำระเงินที่เรามอบให้แพลตฟอร์มต่างๆ หลายพันรายทั่วโลก เราจึงรับมือกับความท้าทายจากข้อกฎหมายในแต่ละประเทศที่ส่งผลกับแต่ละแพลตฟอร์มมาแล้วมากมาย

ในคู่มือนี้เราได้อธิบายถึงมุมมองเกี่ยวกับวิธีที่ดีที่สุดที่แพลตฟอร์มในยุโรปจะปรับทิศทางการให้บริการให้เป็นไปตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อข้อกำหนด PSD2 มีผลบังคับใช้ ซึ่งส่งผลให้แต่ละแพลตฟอร์มต้องปรับวิธีจัดการด้านการชำระเงินใหม่ โดยแพลตฟอร์มรับการชำระเงินจำนวนมากในยุโรปใช้ข้อยกเว้นในการเป็น "ตัวแทนการค้า" เพื่อให้ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตด้านบริการชำระเงิน ซึ่งทางเราได้สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของข้อยกเว้นนี้มาตั้งแต่เดือนมกราคม 2018 รวมถึงผลกระทบของข้อยกเว้นนี้ต่อสถานะทางกฎหมายของแพลตฟอร์มในยุโรป และถึงแม้ว่าคู่มือนี้จะไม่ใช่ข้อแนะนำทางกฎหมาย (ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มแต่ละรายจะต้องประเมินสถานะด้วยตนเอง) มุมมองที่เราอธิบายในคู่มือนี้จะมาจากประสบการณ์การให้บริการภายใต้ความเปลี่ยนแปลงของกฎหมายการกำกับดูแลด้านการชำระเงินที่มีความซับซ้อน ซึ่งเป็นหลักสำคัญที่เรานำมาใช้ในการพัฒนา Stripe Connect ขึ้นมา

การเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เกิดขึ้นคือ แพลตฟอร์มที่ดำเนินการในนามของผู้ซื้อและผู้ขายเหมือนกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องขอรับใบอนุญาตเพื่อเปลี่ยนสถานะเป็นธุรกิจที่ได้รับการกำกับดูแล ในกรณีที่แพลตฟอร์มนั้นไม่ได้เป็นเจ้าของหรือมีสิทธิ์ควบคุมเงินที่รับเข้ามา โดยมอบหมายให้ผู้ให้บริการชำระเงินที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในส่วนนี้แทน Stripe Connect เองก็มีหน้าที่แจ้งให้ทราบถึงข้อกฎหมายด้านการกำกับดูแลที่อาจส่งผลกระทบต่อแพลตฟอร์ม ช่วยให้แพลตฟอร์มไม่ต้องเผชิญกับขั้นตอนที่ซับซ้อนในการขอรับใบอนุญาต และยังทำให้การปฏิบัติตามข้อกฎหมายด้านการกำกับดูแลเป็นเรื่องง่ายอีกด้วย

แพลตฟอร์มให้บริการอย่างไรในปัจจุบัน

ในแง่การมีสัญญาผูกพัน

แพลตฟอร์มออนไลน์ส่วนใหญ่พัฒนาขึ้นเพื่อดำเนินการขายในนามของผู้ขาย (ผู้ขาย) ไปสู่ผู้ซื้อ (ผู้ซื้อ) แต่ไม่ได้เป็นผู้ขายหรือเป็นตัวแทนจำหน่ายเอง ผู้ขายมีหน้าที่ขายสินค้าหรือบริการให้กับผู้ซื้อและผู้ซื้อจะต้องชำระเงินให้กับผู้ขาย ดังนั้นแพลตฟอร์มจึงไม่ได้รองรับความเสี่ยงทางธุรกิจ แต่เป็นผู้ขายเองที่ต้องรองรับความเสี่ยงนั้น รวมถึงภาระผูกผันด้านการเงิน ภาระผูกพันทางกฎหมาย และภาษีที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้าและบริการให้กับผู้ซื้อ ตัวอย่างของภาระผูกพันที่ไม่ได้เป็นของแพลตฟอร์มแต่เป็นของผู้ขาย ได้แก่ หน้าที่รับผิดชอบตามกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบให้ลูกค้า การส่งคืนผลิตภัณฑ์ การคิดภาษีมูลค่าเพิ่มตามข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่ รวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตหรือการรับประกันขั้นพื้นฐานสำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่รับรองหรือรับประกัน (เช่น ประกันภัยขั้นพื้นฐานของบริษัทอื่นสำหรับแท็กซี่)

การเป็นธุรกิจที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางซึ่งให้บริการด้านการขายแต่ไม่ได้เป็นผู้ขายเองเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจแพลตฟอร์มประสบความสำเร็จ และยังช่วยให้ธุรกิจแพลตฟอร์มหลายรายยืนหยัดต่อไปได้ โดยวิธีที่แพลตฟอร์มใช้เพื่อเน้นย้ำบทบาทในการให้บริการด้านการขายเพียงอย่างเดียวสำหรับสินค้าและบริการ คือ การเลือกใช้ข้อความ เช่น "สัญญาด้านการให้บริการเป็นสัญญาระหว่างผู้ขายและลูกค้า" หรือ "แพลตฟอร์มมีหน้าที่ดำเนินการในนามของผู้ขายหรืออำนวยความสะดวกให้กับผู้ขายเท่านั้น" หรือ "หน้าที่รับผิดชอบเพียงอย่างเดียวของแพลตฟอร์มคือการดำเนินงานเพื่อให้เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และบริการพร้อมใช้งานอยู่เสมอ" ในสัญญาของตนกับผู้ขาย ดังนั้นแพลตฟอร์มมักจะไม่ทำสัญญากับผู้ซื้อ แต่ผู้ขายจะเป็นฝ่ายทำสัญญากับผู้ซื้อและแพลตฟอร์ม

ในแง่ของบริการด้านการชำระเงิน

แม้ว่าผู้ซื้อจะต้องชำระเงินให้กับผู้ขาย แต่แพลตฟอร์มหลายๆ รายก็เป็นผู้ดำเนินการชำระเงินและทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เมื่อผู้ซื้อชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการ แพลตฟอร์มจะเป็นผู้รับเงินที่ผู้ซื้อชำระ จากนั้นก็จะโอนเงินดังกล่าวให้กับผู้ขาย

โดยส่วนใหญ่แล้ว กระบวนการชำระเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระให้ผู้ขายนี้ไม่ใช่กระบวนการตามหน้าที่รับผิดชอบที่ระบุไว้ในสัญญาดังที่อธิบายในภาพด้านล่าง โดยทั่วไปแล้วแพลตฟอร์มจะเป็นผู้รับเงินที่ผู้ซื้อชำระให้กับผู้ขาย แต่ไม่ได้ขายสินค้าหรือบริการให้แก่ผู้ซื้อและไม่ได้เป็นเจ้าของเงินที่ผู้ซื้อชำระ เมื่อแพลตฟอร์มรับเงินที่ผู้ซื้อชำระมาแล้ว เงินจำนวนดังกล่าวยังมีสถานะเป็นหนี้ของผู้ซื้อที่ยังไม่ได้ชำระให้กับผู้ขาย และการชำระเงินให้กับผู้ขายยังไม่เสร็จสมบูรณ์

วิธีการที่แพลตฟอร์มรับเงินที่ผู้ซื้อชำระเป็นค่าสินค้าและบริการของผู้ขาย กล่าวคือ การจัดการกับเงินที่เป็นผลประโยชน์ที่ผู้ขายได้รับ โดยส่วนใหญ่แล้วจะถือเป็นการดำเนินงานที่จำเป็นต้องได้รับการควบคุมดูแลให้ถูกต้องตามกฎหมายด้านการชำระเงินของยุโรป แต่ข้อกฎหมายเหล่านั้นกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องมีใบอนุญาตไว้ในครอบครองแม้ว่าจะได้รับการยกเว้นก็ตาม ซึ่งหลายๆ แพลตฟอร์มที่ให้บริการด้านการชำระเงินในลักษณะนี้จะได้รับข้อยกเว้นจากการเป็น "ตัวแทนการค้า" ภายใต้ข้อกำหนด PSD1 (ซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่บัญญัติขึ้นก่อน PSD2) ในการดำเนินงานโดยไม่ต้องมีใบอนุญาต แต่หลังจากที่ข้อกำหนด PSD2 มีผลบังคับใช้จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง ก่อนที่จะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับข้อยกเว้นสำหรับตัวแทนการค้า โปรดศึกษาข้อมูลเพื่อให้ทราบก่อนว่าบริการชำระเงินประเภทใดบ้างที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานกำกับดูแล

บริการชำระเงินประเภทใดบ้างที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล

การให้บริการต่อไปนี้ถือเป็นบริการชำระเงินที่ต้องมีการควบคุมดูแลในยุโรป

  • ใช้งานบัญชีเพื่อการชำระเงิน และการโอนหรือถอนเงินในบัญชีเพื่อการชำระเงิน - เช่น กันวงเงินในบัญชีธนาคารไว้สำหรับผู้ค้าก่อนจะนำไปชำระตามวิธีการที่ผู้ค้ากำหนด
  • ดำเนินธุรกรรมการชำระเงิน - เช่น ดำเนินการชำระเงินของลูกค้าให้กับผู้ค้า
  • จัดทำสื่อการชำระเงินหรือรับธุรกรรมการชำระเงิน - เช่น รับและดำเนินการชำระเงินสำหรับธุรกรรมบัตรเครดิต
  • โอนเงิน - เช่น โอนเงินให้กับผู้รับเงินที่ชำระในนามของผู้ชำระ
  • ให้บริการชำระเงิน - ส่วนนี้มีการกำหนดขึ้นใหม่ใน PSD2 เช่น สร้างรายการชำระเงินอย่างการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของลูกค้าให้กับผู้ค้า
  • ให้บริการด้านข้อมูลบัญชี - ส่วนนี้มีการกำหนดขึ้นใหม่ใน PSD2 เช่น แจ้งข้อมูลที่รวบรวมจากแหล่งเดียวหรือหลายๆ แหล่งเกี่ยวกับบัญชีเพื่อการชำระเงินที่ใช้กับผู้ให้บริการชำระเงินแต่ละราย

Stripe Connect เป็นผลิตภัณฑ์ที่เราสร้างขึ้นเพื่อให้บริการชำระเงินภายใต้การกำกับดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับแพลตฟอร์มในยุโรป และให้บริการในฐานะสถาบันการเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับการรับรองแล้ว

เมื่อแพลตฟอร์มได้รับหรือจัดการเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระให้แก่ผู้ขายแล้ว และได้ชำระเงินดังกล่าวให้กับผู้ขาย ก็จะถือว่าแพลตฟอร์มได้ให้บริการชำระเงิน (เช่น ใช้งานบัญชีเพื่อการชำระเงิน ดำเนินธุรกรรมการชำระเงิน หรือ โอนเงิน) ที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ยกเว้นว่าแพลตฟอร์มนั้นจะได้รับข้อยกเว้นในฐานะตัวแทนการค้า เป็นต้น

ข้อยกเว้นในฐานะตัวแทนการค้าคืออะไร

แพลตฟอร์มจะได้รับการยกเว้นในฐานะตัวแทนการค้าก็ต่อเมื่อมีการยืนยันสถานะของตนว่าเป็นตัวแทนการค้าที่ได้รับอนุญาตเพื่อเจรจาหรือทำข้อตกลงสำหรับการขายสินค้าหรือบริการในนามของผู้ขาย ดังนั้นผู้ซื้อจะไม่ได้ชำระเงินให้กับแพลตฟอร์มในฐานะเจ้าหนี้ แต่จะต้องชำระให้ผู้ขายผ่านตัวแทนการค้าซึ่งก็คือแพลตฟอร์มนั่นเอง ตามกฎหมายแล้ว ผู้ขายจะได้รับเงินที่ชำระทันทีที่แพลตฟอร์มซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ขายได้รับเงินที่ชำระแล้ว โดยข้อยกเว้นในฐานะตัวแทนการค้านี้เป็นสิ่งที่หลายๆ แพลตฟอร์มเลือกใช้เพื่อให้บริการกับผู้ขายแทนการขอรับใบอนุญาตเพื่อเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ให้บริการชำระเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล

หน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่งในยุโรปมองว่าแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางที่ดำเนินการให้กับผู้ชำระ (โดยการรับคำสั่งซื้อและการชำระเงินมาจากผู้ซื้อ รวมถึงเสนอสิทธิประโยชน์ที่เป็นไปได้ให้กับผู้ซื้อ เช่น ส่วนลดสำหรับสมาชิก) และดำเนินการให้กับผู้ขาย (โดยการส่งคำสั่งซื้อที่ได้รับและนำเงินที่ผู้ซื้อชำระให้กับผู้ขาย) โดยพิจารณาในแง่ความต้องการในการซื้อและขายสินค้าหรือบริการในตลาดร่วมกัน (เป็นสื่อกลางที่ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายมีปฏิสัมพันธ์กันในเว็บไซต์หรือแอป) ซึ่งก่อนที่ข้อกำหนด PSD2 จะมีผลบังคับใช้ หน่วยงานกำกับดูแลในบางประเทศได้อนุญาตให้ตัวแทนการค้าดำเนินการในนามของ ทั้ง ผู้ชำระและผู้รับชำระ ในขณะที่บางประเทศได้กำหนดข้อยกเว้นไว้อย่างเข้มงวดมากกว่าและอนุญาตให้ตัวแทนการค้าดำเนินการในนามของผู้ชำระ หรือ ผู้รับชำระเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น โดยไม่ดำเนินการในนามของ ทั้ง สองฝ่าย นอกจากนี้หน่วยงานกำกับดูแลบางแห่งยังมองว่าแพลตฟอร์มไม่ได้มีสถานะเป็นตัวแทนการค้า เนื่องจากแพลตฟอร์มไม่ได้เจรจาหรือทำข้อตกลงด้านการขายอย่างแท้จริง ข้อยกเว้นในการเป็นตัวแทนการค้าสำหรับแพลตฟอร์มจึงมีความยุ่งยากซับซ้อน ไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน และทำให้ข้อยกเว้นในแต่ละประเทศนำไปใช้กับทุกๆ ประเทศในยุโรปเหมือนกับใบอนุญาตการชำระเงินไม่ได้

ข้อยกเว้นในฐานะตัวแทนการค้าภายใต้ข้อกำหนด PSD2

ข้อกำหนด PSD2 ช่วยไขความกระจ่างให้กับสถานะในการเป็นตัวแทนการค้าโดยอธิบายไว้ว่า ข้อยกเว้นในฐานะตัวแทนการค้าจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตัวแทนการค้าดำเนินการอย่างชัดแจ้งในนามของผู้ชำระ หรือ ผู้รับชำระเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ดำเนินการในนาม ทั้ง สองฝ่าย ในทางกลับกัน หากดำเนินการในนามของทั้งสองฝ่าย แพลตฟอร์มจะได้รับข้อยกเว้นในการขอรับใบอนุญาตได้ในกรณีที่ไม่ได้เป็นเจ้าหนี้หรือควบคุมจำนวนเงินที่ชำระเอง (กล่าวคือ แพลตฟอร์มมอบหมายผู้ให้บริการชำระเงินที่ได้รับอนุญาตทำหน้าที่นี้แทน) ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลส่วนใหญ่ในยุโรปคาดหวังว่าแพลตฟอร์มที่จัดการการชำระเงินของตนเองจะไม่ได้รับการยกเว้นในฐานะตัวแทนการค้าที่ไม่ต้องขอรับใบอนุญาต ซึ่งในข้อกำหนด PSD2 มีการเน้นย้ำถึงข้อยกเว้นดังกล่าวดังนี้

"การทำธุรกรรมเพื่อชำระเงินจากผู้ชำระให้กับผู้รับชำระผ่านตัวแทนการค้าที่ได้รับอนุญาตตามข้อตกลงในการเจรจาหรือเห็นพ้องต้องกันเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าและบริการ ในนามของผู้ชำระหรือผู้รับชำระเท่านั้น"

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้มีคำอธิบายอยู่ในส่วนอารัมภบทของข้อกำหนด PSD2 โดยกล่าวถึงข้อยกเว้นในฐานะตัวแทนการค้าที่ระบุไว้ใน PSD1 ว่า

"…มีผลบังคับใช้ที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศสมาชิก ซึ่งประเทศสมาชิกแต่ละแห่งจะอนุญาตให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซใช้ข้อยกเว้นนี้ได้หากแพลตฟอร์มทำหน้าที่เป็นตัวกลางของผู้ซื้อและผู้ขายแต่ละรายโดยไม่ได้รับผลประโยชน์จากการเจรจาหรือทำข้อตกลงซื้อขายสินค้าและบริการ การใช้ข้อยกเว้นนี้อาจอยู่นอกเหนือจากขอบเขตที่กำหนดไว้ในคำสั่ง และลูกค้าอาจได้รับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้ให้บริการเหล่านั้นไม่ได้รับความคุ้มครองภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมาย นอกจากนี้ ผลกระทบด้านลบต่อการแข่งขันในธุรกิจบริการชำระเงินอาจเกิดขึ้นจากการใช้ข้อยกเว้นที่แตกต่างกันออกไป เพื่อไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้น ข้อยกเว้นจึงควรใช้ในกรณีที่ตัวแทนดำเนินการในนามของผู้ชำระหรือผู้รับชำระเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของเงินจำนวนนั้นซึ่งเป็นของลูกค้าตัวแทนหรือไม่ แต่หากตัวแทนดำเนินการในนามของทั้งผู้ชำระและผู้รับชำระ (เช่น แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซบางราย) แพลตฟอร์มเหล่านั้นจะได้รับการยกเว้น ในกรณีที่ไม่ได้เป็นเจ้าของเงินที่เป็นของลูกค้าแพลตฟอร์ม หรือเข้าควบคุมเงินจำนวนดังกล่าวแม้แต่เพียงช่วงเวลาเดียวเท่านั้น"

สำนักงานกำกับดูแลด้านการเงิน (Financial Conduct Authority - FCA) แห่งสหราชอาณาจักรได้อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงข้อยกเว้นในฐานะตัวแทนการค้าไว้ดังนี้

"ตัวอย่างของการดำเนินงานของแพลตฟอร์มในนามของผู้ชำระและผู้รับชำระคือ การที่แพลตฟอร์มให้ผู้ชำระโอนเงินเข้าสู่บัญชีที่แพลตฟอร์มควบคุมดูแล ซึ่งในขั้นตอนนี้ยังไม่นับเป็นการชำระหนี้ให้กับผู้รับชำระโดยสมบูรณ์ และหลังจากได้รับเงินที่ชำระแล้ว แพลตฟอร์มจึงโอนเงินจำนวนดังกล่าวให้กับผู้รับชำระตามข้อตกลงที่ทำไว้กับผู้ชำระ"

นอกจากนี้ FCA ยังได้ยกตัวอย่างเกี่ยวกับแพลตฟอร์มระดมทุนออนไลน์ที่รับเงินบริจาคแล้วนำส่งให้กับผู้รับที่ระบุไว้ โดยอธิบายว่าแพลตฟอร์มเหล่านั้นจะใช้ข้อยกเว้นในฐานะตัวแทนการค้าไม่ได้ เนื่องจาก "ไม่ได้มีสถานะเป็นตัวแทนการค้าที่ได้รับอนุญาตตามข้อตกลงในการเจรจาหรือเห็นพ้องต้องกันเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าและบริการในนามของผู้ชำระหรือผู้รับชำระเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่นามของทั้งผู้ชำระและผู้รับชำระ"

การกำหนดกรอบของข้อยกเว้นในฐานะตัวแทนการค้าให้แคบลงนั้นมีจุดประสงค์เพื่อให้ความคุ้มครองกับการชำระเงินของลูกค้าไปยังผู้ขาย และหลีกเลี่ยงไม่ให้การแข่งขันในตลาดได้รับผลกระทบ เมื่อแพลตฟอร์มรับเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระให้ผู้ขายแล้ว ผู้ขายจะได้รับภาระผูกพันตามสัญญาต่อผู้ซื้อ และอาจได้รับความเสี่ยงทางเครดิตเพิ่มเติมหากแพลตฟอร์มไม่ดำเนินการตามที่ตกลงไว้ก่อนที่จะโอนเงินให้กับผู้ขาย ซึ่งข้อกำหนด PSD2 เป็นตัวช่วยในการกระจายโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจทั่วยุโรป โดยคำนึงถึงวิธีการที่แต่ละประเทศกำหนดข้อยกเว้นในฐานะตัวแทนการค้า

สิ่งที่แพลตฟอร์มควรพิจารณาเกี่ยวกับข้อกำหนด PSD2

ตรวจสอบว่าดำเนินงานทั่วไปตามประเภทบริการหรือดำเนินงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ

แพลตฟอร์มจะต้องพิจารณาว่าบริการชำระเงินของตนเป็น "การดำเนินงานทั่วไปตามประเภทบริการหรือเป็นการดำเนินงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ” เนื่องจากในข้อกำหนด PSD2 ได้ระบุไว้ว่าการขอรับใบอนุญาต "เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ให้บริการชำระเงินที่ดำเนินงานทั่วไปตามประเภทบริการหรือดำเนินงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ" โดยมุมมองของ FCA ปรากฎเป็นข้อมูลที่อธิบายไว้ว่า "ผู้ให้บริการต้องดำเนินงานตามประเภทบริการหรือดำเนินงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ โดยไม่ดำเนินงานเป็นบริการเสริมของการดำเนินงานเพื่อธุรกิจอื่นๆ เพียงอย่างเดียว" และ "บริการใดๆ ที่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแพ็กเกจที่มีบริการอื่นๆ ด้วยไม่ได้เป็นเหตุผลที่ทำให้บริการนั้นเป็นบริการเสริมของบริการอื่นในแพ็กเกจ ไม่ว่าบริการนั้นจะดำเนินงานทั่วไปตามประเภทบริการหรือดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือไม่ก็ตาม" ดังนั้นการที่แพลตฟอร์มรับเงินที่ชำระจากผู้ซื้อและนำเงินส่งให้กับผู้ขายสำหรับธุรกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแพลตฟอร์มจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรเรียกว่าบริการเสริม และไม่ถือว่าเป็นการดำเนินงานทั่วไปตามประเภทบริการหรือเป็นการดำเนินงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของแพลตฟอร์มเอง

ข้อยกเว้นสำหรับเครือข่ายที่มีขอบเขตกำหนดไว้

ข้อยกเว้นนี้ใช้ได้กับการดำเนินงานเพียงบางส่วนเท่านั้น เช่น การชำระเงิน "แบบจำกัด" และแม้ว่าจะใช้ข้อยกเว้นที่มีเกณฑ์กำหนดไว้อย่างเข้มงวดนี้ได้ แพลตฟอร์มก็จะต้องแจ้งหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องหากมีธุรกรรมการชำระเงินในช่วง 12 เดือนก่อนหน้าเกินกว่า 1 ล้านยูโร ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลจะขอความร่วมมือให้แพลตฟอร์มขอรับใบอนุญาตด้านการชำระเงิน

Stripe ดำเนินงานเพื่อการชำระเงินในแพลตฟอร์มอย่างไร

เราออกแบบ Stripe Connect โดยมีวัตถุประสงค์ให้ Stripe และใบอนุญาตด้านการเงินอิเล็กทรอนิกส์ของเรารองรับความยุ่งยากซับซ้อนของกฎหมายกำกับดูแลการชำระเงินในยุโรปแทนแพลตฟอร์ม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้ เราจึงคิดค้นผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมดให้เป็นเครื่องมือสร้างขั้นตอนการชำระเงินที่ทำให้แพลตฟอร์มไม่ต้องเป็นเจ้าของหรือควบคุมเงินที่ชำระเอง

จากเหตุผลข้างต้นทำให้เห็นว่าในความเป็นจริงแล้ว แพลตฟอร์มส่วนใหญ่ต้องการที่จะดำเนินการขายให้เป็นไปอย่างสะดวก ไม่ได้ต้องการที่จะขายสินค้าและบริการเอง และเนื่องจากแพลตฟอร์มดำเนินการในนามของผู้ซื้อและผู้ขาย แพลตฟอร์มจึงไม่ควรเป็นเจ้าของหรือเข้าควบคุมเงินที่ชำระ นี่คือหลักการทางกฎหมายที่สำคัญซึ่ง Stripe ยึดถือในการสร้าง Connect ขึ้นมา และนี่ก็เป็นเหตุผลหลักๆ ที่หลายแพลตฟอร์มในยุโรปเลือกใช้บริการของ Stripe

Stripe ใช้ Connect ในการทำสัญญากับผู้ขายและแพลตฟอร์มเพื่อดำเนินการชำระเงินให้ผู้ขายได้อย่างสมบูรณ์และชำระค่าธรรมเนียมให้กับแพลตฟอร์ม เงินที่ผู้ซื้อต้องชำระให้ผู้ขายจะไม่ตกเป็นของแพลตฟอร์ม และจะไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมโดยแพลตฟอร์มเช่นกัน โดยจำนวนเงินดังกล่าวจะได้รับการชำระในบัญชีธนาคารของ Stripe สำหรับลูกค้าซึ่งได้รับการกำกับดูแลตามกฎหมายโดยมีสถานะเป็นผลประโยชน์ของผู้ขาย จากนั้น Stripe จะนำส่งเงินดังกล่าวให้กับผู้ขาย ดังนั้น Stripe จึงถือเป็นผู้ให้บริการชำระเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยที่แพลตฟอร์มไม่ต้องดำเนินการตามข้อบังคับด้านการกำกับดูแลหรือปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ยุ่งยากเพื่อขอรับใบอนุญาตหรือข้อยกเว้นด้านบริการชำระเงิน โปรดดูแผนภาพอธิบายกระบวนการรับผิดชอบและการจัดการเงินที่ชำระต่อไปนี้เพื่อให้ทราบว่า Connect ดำเนินงานอย่างไร

นอกจากจะช่วยจัดการกับความยุ่งยากที่เกิดขึ้นจากข้อกำหนดการกำกับดูแลด้านการชำระเงินแล้ว ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Connect ยังออกแบบมาเพื่อมอบประโยชน์และให้ความคุ้มครองกับแพลตฟอร์มได้ดังนี้

  • ให้เริ่มต้นใช้งานและยืนยันตัวตนตามข้อกำหนด KYC - Stripe ช่วยให้ผู้ขายเริ่มต้นใช้งานในฐานะผู้ใช้ Stripe และยืนยันตัวตนของผู้ขายตามข้อกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินที่มีผลบังคับใช้
  • ปรับแต่งประสบการณ์การใช้งานให้เหมาะกับผู้ขาย เช่น ผู้ขายยินยอมให้แพลตฟอร์มควบคุมดูแลประสบการณ์การใช้งานของผู้ขายได้ เช่น UI, การรายงานข้อมูล, การจัดการโอนเงิน และการใช้งาน Stripe API ได้
  • มีฟังก์ชันการชำระเงินที่ทันสมัยใน Connect ซึ่งธุรกิจหลากหลายรูปแบบใช้งานได้ เช่น การชำระเงินแบบหนึ่งต่อกลุ่ม กลุ่มต่อกลุ่ม ระงับยอดเงิน การหักเงินจากบัญชี Instant Payouts และอื่นๆ อีกมากมาย
  • ให้บริการธุรกรรมส่งเงินของแต่ละประเทศ ทำให้ค่าธรรมเนียมในการรับเงินต่ำลง และทำให้การชำระเงินของลูกค้าในแต่ละประเทศ และในแต่ละประเภทมากกว่า 135 แบบมีค่าใช้จ่ายที่ถูกลง ทั้งการชำระเงินโดยหักเงินผ่าน SEPA รวมถึงการชำระเงินผ่าน Sofort, Alipay, WeChat Pay และผู้ให้บริการอื่นๆ
  • โอนเงินภายในประเทศให้กับผู้ขายด้วยสกุลเงินในประเทศ ทำให้แพลตฟอร์มดำเนินธุรกิจของตนได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องพึ่งบริษัทหรือพาร์ทเนอร์ธนาคารของแต่ละประเทศ (โอนเงินมากกว่า 15 สกุลเงินได้อย่างน้อยใน 30 ประเทศทั่วโลก)
  • ให้ความคุ้มครองกับข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับบัตรตามมาตรฐาน PCI ระดับ 1 เพื่อให้แพลตฟอร์มคลายความกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อกำหนด PCI ได้
  • สร้างโมเดลและแมชชีนเลิร์นนิงขั้นสูงที่ทำให้ Stripe Radar ตรวจสอบธุรกรรมได้ในทุกขั้นตอน รวมถึงตรวจจับและป้องกันการฉ้อโกง แล้วดำเนินการเมื่อพบกิจกรรมที่น่าสงสัย

กล่าวโดยสรุปคือ Connect ช่วยให้แพลตฟอร์มในยุโรปได้ใช้ขั้นตอนการชำระเงินที่สมบูรณ์แบบและเป็นไปตามข้อกฎหมายที่กำหนด ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ช่วยให้แพลตฟอร์มทำข้อตกลงร่วมกับผู้ขายภายใต้กฎหมายด้านการชำระเงินในประเทศได้โดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาตเพื่อให้บริการชำระเงินและเปลี่ยนสถานะเป็นธุรกิจที่ได้รับอนุญาต Stripe จะเป็นผู้รับภาระที่เกิดขึ้นจากกฎหมายด้านการกำกับดูแลเอง ทำให้แพลตฟอร์มต่างๆ ใช้เวลาและทรัพยากรที่มีไปกับการดำเนินธุรกิจได้อย่างสะดวก ดังนั้น Stripe Connect จึงเป็นช่องทางที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับผู้ขายในยุโรปหลายร้อยรายเลือกใช้ แทนการขอรับใบอนุญาตเพื่อให้บริการชำระเงินหรือจัดการให้แพลตฟอร์มของตนเองได้รับข้อยกเว้นที่กำหนดเงื่อนไขไว้อย่างเข้มงวด

จุดประสงค์ในการเผยแพร่คู่มือนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเท่านั้น โดยผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจะต้องดำเนินการยืนยันสถานะตามกฎหมายด้วยตนเองอยู่เสมอ และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ Stripe Connect เรายินดีที่จะตอบคำถามของคุณเสมอ

กลับไปที่ Connect
You’re viewing our website for Switzerland, but it looks like you’re in the United States.