การนิยมใช้อินเทอร์เน็ตช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตในแต่ละวันกันได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ อินเทอร์เน็ตยังช่วยให้ผู้คนทำงานได้หลายรูปแบบและจ้างงานได้หลากหลายวิธีอีกด้วย ตัวอย่างหนึ่งก็คือการเสนอขายคอร์สเรียนออนไลน์ ผู้เปิดสอนคอร์สเรียนสามารถให้บริการทางออนไลน์ได้ ในขณะที่ผู้เรียนก็สามารถเลือกเรียนวิชาที่ต้องการได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้แนวทางนี้เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในญี่ปุ่น
ในบทความนี้ เราจะพูดถึงคอร์สเรียนออนไลน์ วิธีจัดทำ ข้อดี และข้อควรพิจารณาที่สำคัญๆ
เนื้อหาหลักในบทความ
- คอร์สเรียนออนไลน์คืออะไร
- วิธีจัดทำคอร์สเรียนออนไลน์
- เครื่องมือที่มีประโยชน์ในการช่วยจัดทำคอร์สเรียนออนไลน์
- ข้อดีของการจัดทำคอร์สเรียนออนไลน์
- ประเด็นสำคัญในการจัดทำคอร์สเรียนออนไลน์
- Stripe Checkout ช่วยอะไรได้บ้าง
คอร์สเรียนออนไลน์คืออะไร
คอร์สเรียนออนไลน์ก็ตรงตามชื่อ ซึ่งก็คือบทเรียนหรือเนื้อหาการเรียนรู้ที่เข้าถึงผ่านอินเทอร์เน็ต คอร์สเรียนออนไลน์มีข้อได้เปรียบในเรื่องความยืดหยุ่น เพราะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้แบบเข้ากับไลฟ์สไตล์ของตนเอง เพียงเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ผู้เรียนออนไลน์ก็สามารถเข้าเรียนได้ทุกที่จากคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน
คอร์สเรียนออนไลน์มีวิชาและสาขาต่างๆ ให้เลือกมากมาย และตัวเลือกต่างๆ ได้รับการปรับให้เข้ากับทุกคนตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ คอร์สเรียนออนไลน์ยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีงานยุ่งและต้องการพัฒนาความรู้และทักษะในเวลาว่างอีกด้วย
ตัวอย่างของคอร์สเรียนออนไลน์มีดังนี้
- การเรียนรู้ภาษา: การสนทนาภาษาอังกฤษ, ภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ, การเตรียมสอบ TOEIC (Test of English for International Communication), การสอบเข้าโรงเรียนมัธยมฯ หรือมหาวิทยาลัย
- ฟิตเนส: การฝึกความแข็งแรง โยคะ ซุมบ้า บัลเลต์ พิลาทิส
- ดนตรีและเครื่องดนตรี: เปียโน กีตาร์ เครื่องดนตรีญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม การฝึกร้องเพลง
- เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT): การเขียนโปรแกรม การออกแบบเว็บไซต์ การตัดต่อวิดีโอ
- ความงามและสุขภาพ: การแต่งหน้า อโรมาเธอราพี สกินแคร์ โภชนาการ
- การรับรอง: การทำบัญชี การบริหารทางการแพทย์ เสมียนธุรการ
- โรงเรียนเอกชนหรือกวดวิชา: วิชาที่ใช้ในการสอบเข้า คณิตศาสตร์ การเขียนเรียงความ
ตัวอย่างคอร์สเรียนออนไลน์ในญี่ปุ่น
อย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ คอร์สเรียนออนไลน์ครอบคลุมเรื่องต่างๆ มากมาย ตั้งแต่ธุรกิจไปจนถึงงานอดิเรก ตัวอย่างบางส่วนมีดังนี้
- Professional Education Information Organization (KJK)
KJK สนับสนุนการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญในด้านสุขภาพและการดูแลสุขภาพเป็นหลัก บริษัทนี้จัดให้มีการฝึกอบรมสำหรับผู้ให้การดูแลและหลักสูตรเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบระดับชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้รับคุณวุฒิซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ การดูแลเป็นที่ต้องการมากขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากประเทศกำลังเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัย สมาคมแห่งนี้ได้จัดให้มีการฝึกอบรมภาคปฏิบัติสำหรับผู้ให้การดูแลที่ผ่านการรับรองโดยใช้ระบบการเรียนรู้ออนไลน์ วิธีนี้ช่วยให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาคุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอได้จากทุกที่ในประเทศ - Japan University of Economics
Japan University of Economics เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และการบริหารธุรกิจ โดยได้จัดให้มีคลาสเรียนออนไลน์โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนที่ลงทะเบียนเรียนในวิทยาเขตโกเบหรือฟุกุโอกะสามารถเข้าเรียนวิชาที่มีสอนที่วิทยาเขตโตเกียวผ่านทางออนไลน์ได้ง่ายๆ
วิธีจัดทำคอร์สเรียนออนไลน์
การจัดทำคอร์สเรียนออนไลน์นั้นมีหลายขั้นตอน ก่อนเริ่ม คุณต้องเข้าใจว่าคุณต้องทำอะไรบ้างในแต่ละขั้นตอน รวมถึงการตัดสินใจและการเตรียมการต่างๆ ที่คุณต้องทำ
เลือกเรื่องที่จะสอนในคอร์ส
เมื่อตัดสินใจว่าจะสอนเรื่องอะไร ให้เลือกเรื่องหรือหัวข้อที่ใช้ความรู้และประสบการณ์เฉพาะทางของผู้สอน โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ที่ผู้เรียนจะได้รับด้วย
เลือกกลุ่มเป้าหมาย
จากนั้น ให้ตัดสินใจว่าคุณจะสอนใคร เช่น ช่วงอายุและระดับประสบการณ์ที่คุณตั้งเป้าจะไปให้ถึง
กำหนดรูปแบบคอร์สเรียน
ตัดสินใจว่าคอร์สเรียนจะเป็นแบบสอนสดหรือสอนผ่านวิดีโอย้อนหลัง เนื่องจากการสอนสดจะเป็นแบบเรียลไทม์ คุณจึงสามารถตอบคำถามและร่วมพูดคุยกับผู้เรียนได้ทันที แต่คุณก็อาจเสียฐานผู้เรียนได้หากตารางเรียนไม่ตรงกับเวลาที่ผู้เรียนว่าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเวลาที่จะสอนสด แต่ในทางกลับกัน คอร์สเรียนแบบวิดีโอย้อนหลังจะช่วยให้ผู้เรียนเปิดเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างสะดวกสำหรับคนที่มีงานยุ่งหรือมีเด็กให้ต้องดูแล อย่างไรก็ตาม การรับและตอบคำถามและการโต้ตอบอื่นๆ จะไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีแบบเดียวกับการสอนสด
ยืนยันความต้องการของตลาด
ธุรกิจของคุณมีวัตถุประสงค์หลักในการสร้างรายได้จากการขายและให้บริการคอร์สเรียนออนไลน์ คุณจึงต้องวิจัยตลาดและดูความต้องการ เช่น คุณอาจลองเปิดคอร์สเรียนฟรีแบบทั่วๆ ไป บน YouTube หรือแพลตฟอร์มที่คล้ายๆ กันดูก่อน เพื่อดูว่ามีคนสนใจบ้างหรือไม่
ขายคอร์สเรียนล่วงหน้า
เมื่อขายคอร์สก่อนจัดทำคอร์สนั้นๆ คุณก็จะไม่ต้องมานั่งทำคอร์สเรียนที่ไม่ได้เป็นที่ต้องการ ให้ใช้การขายล่วงหน้าเพื่อดูระดับความสนใจและความต้องการ จัดให้มีส่วนแสดงความคิดเห็นในช่วงการลงทะเบียนเพื่อช่วยให้คุณเห็นความสนใจและความคิดเห็นของเหล่าผู้ที่อาจมาสมัครเรียน และจัดเตรียมเนื้อหาของคอร์สเรียนได้ดียิ่งขึ้น
ออกแบบหลักสูตร
มองจากมุมของผู้เรียนในขณะจัดระเบียบบทเรียนและตอนต่างๆ เช่น การกำหนดลำดับเนื้อหาให้เหมาะสมต่อการทำความเข้าใจเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่บรรลุตามเป้าหมายที่ต้องการ ซึ่งหลายๆ ครั้ง คุณก็ควรย้อนกลับไปตั้งแต่การวางเป้าหมายเพื่อจัดทำแผน
ตั้งราคาคอร์สและเป้าหมายยอดขาย
ราคาขึ้นอยู่กับเรื่องที่สอน ราคาตลาดสำหรับคอร์สที่คล้ายๆ กัน รูปแบบคอร์ส ระยะเวลา และปัจจัยอื่นๆ โดยทั่วไปแล้ว หลักสูตรเบื้องต้นสำหรับผู้เริ่มต้นหรือการเข้าเรียนครั้งแรกของคอร์สที่ต้องเรียนหลายครั้งมักจะเป็นแบบฟรีหรือมีราคาไม่แพง ทั้งนี้ ราคาก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อระดับความเชี่ยวชาญสูงขึ้น นอกจากปัจจัยข้างต้นแล้ว คุณยังต้องพิจารณาต้นทุนการผลิต ค่าโฆษณา และตัวเลขยอดขายเป้าหมายด้วยเมื่อกำหนดราคาเพื่อให้ประเมินความคุ้มค่าได้อย่างเต็มที่
ทำสื่อการสอน
สื่อการสอนจะแตกต่างกันไปตามรูปแบบ เช่น การสอนสดหรือการสอนผ่านวิดีโอย้อนหลัง ซึ่งในทั้งสองกรณี คุณก็จะต้องเตรียมสไลด์ วิดีโอ และสื่ออธิบายเป็นหลัก (โดยมีไว้ 1 ชุดสำหรับผู้สอนและอีก 1 ชุดสำหรับผู้เรียน) เมื่อจัดทำเนื้อหา ให้มุ่งเน้นไปที่การทำความเข้าใจของผู้เรียนแทนที่จะพยายามทำให้ออกมาสมบูรณ์แบบ
เลือกแพลตฟอร์มการจัดจำหน่าย
ตัวเลือกในการจัดจำหน่ายคอร์สเรียนออนไลน์ ได้แก่ เครื่องมือการประชุมทางเว็บ บริการสตรีมวิดีโอ แพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้โดยเฉพาะ (เช่น ระบบอีเลิร์นนิง) และเว็บไซต์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ ให้เลือกตัวเลือกที่เหมาะกับเนื้อหาและรูปแบบของคอร์สเรียนนั้นๆ มากที่สุด นอกจากนี้ หากคุณบันทึกระหว่างสอนสดได้ คุณก็สามารถแก้ไขไฟล์บันทึกได้ตามต้องการหลังสอนสดเสร็จ และเปิดให้สมาชิกแบบจ่ายเงินที่ไม่สามารถเข้าเรียนสดได้มาเปิดดูย้อนหลังแทนได้ทุกเมื่อ
ถ่ายทำ บันทึก และตัดต่อ
เตรียมกล้อง สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ ไมโครโฟน อุปกรณ์จัดแสง และอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่นๆ แล้วก็เริ่มถ่ายทำ การจัดแสงที่ดีและเสียงที่ชัดเจนเป็นเรื่องสำคัญต่อทั้งเนื้อหาแบบสอนสดและการสอนผ่านวิดีโอย้อนหลัง
โฆษณาและโปรโมท
การโปรโมทเพื่อให้คนรู้จักคอร์สเรียนออนไลน์ของคุณกันมากขึ้นเป็นเรื่องสำคัญต่อยอดขาย คุณสามารถใช้วิธีต่างๆ ในการโปรโมทได้ เช่น การสัมมนาผ่านเว็บฟรี การตลาดผ่านอีเมลหลังการสัมมนาผ่านเว็บ และประกาศบนโซเชียลมีเดีย การลองจ่ายเงินลงโฆษณา (เช่น Google Ads หรือ Facebook Ads) ยังช่วยให้คุณเข้าถึงผู้คนที่มีแนวโน้มมากขึ้นที่จะสนใจหลักสูตรของคุณด้วย อย่าลืมจัดทำงบประมาณในการโฆษณาและทำตามงบประมาณนั้นๆ
ติดตามผลกับผู้เรียน
หลังจากคอร์สเรียนเริ่มขึ้น ให้ตอบคำถามและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมแต่ละคนอย่างรอบคอบ พยายามปรับปรุงเนื้อหาและจัดทำและจัดหาสื่อเพิ่มเติม การตอบผู้เรียนจะช่วยเพิ่มความพึงพอใจของผู้เรียนและช่วยให้ผู้เรียนคนใหม่ๆ เห็นถึงประโยชน์ของคอร์สเรียนนั้นๆ นอกจากนี้ การสำรวจผลลัพธ์หลังจบคอร์ส (เช่น การถามว่ารายได้หรือคุณภาพชีวิตของผู้เรียนดีขึ้นอย่างไรบ้าง) ก็อาจเป็นตัวชี้วัดที่มีประโยชน์ในการประเมินผลได้เช่นกัน
เครื่องมือที่มีประโยชน์ในการช่วยจัดทำคอร์สเรียนออนไลน์
เครื่องมือและระบบบางอย่างที่มีประโยชน์เมื่อสร้างหรือทำคอร์สเรียนออนไลน์มีดังนี้
เครื่องมือในการประชุมผ่านเว็บ
การใช้เครื่องมือในการประชุมผ่านเว็บ (เช่น Zoom หรือ Google Meet) จะช่วยให้คุณจัดคลาสบรรยายได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือมีผู้เข้าร่วมกี่คนก็ตาม นอกจากนี้ ฟีเจอร์แบ่งห้องเป็นกลุ่มย่อยยังช่วยให้คุณสามารถแบ่งผู้เข้าร่วมกลุ่มใหญ่ออกเป็นทีมเล็กๆ เพื่ออภิปรายและทำงานกลุ่มได้ด้วย แต่เครื่องมือเหล่านี้มีไว้สำหรับการประชุมเป็นหลัก คุณจึงไม่สามารถจัดการสื่อการสอนภายในเครื่องมือเหล่านี้ได้
โปรแกรมสร้างเว็บไซต์
เมื่อสร้างเว็บไซต์ของคุณขึ้นมาเพื่อเปิดสอนคอร์สเรียนออนไลน์ ทางเลือกหนึ่งก็คือการใช้ระบบเฉพาะทาง เช่น WordPress หรือ Wix เมื่อใช้โปรแกรมสร้างเว็บไซต์ คุณก็จะปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณโดยใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ที่มีอยู่ในระบบได้ วิธีนี้จะช่วยให้คุณมีดีไซน์แบบเฉพาะตัวที่บ่งบอกถึงแบรนด์และบริการของบริษัทของคุณ นอกจากนี้ เมื่อผสานรวมบริการจากตัวแทนการชำระเงิน (เช่น Stripe) คุณยังสามารถใช้ฟังก์ชันการชำระเงินบน WordPress หรือฟังก์ชันการชำระเงินบน Wix ได้อีกด้วย โปรดจำไว้ว่า ฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การจัดการสื่อการเรียนรู้ จะต้องดำเนินการภายในองค์กร ซึ่งอาจทำให้การพัฒนาและสร้างเว็บไซต์ของคุณเองเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ในระดับหนึ่ง
ระบบอีเลิร์นนิง
แพลตฟอร์มเหล่านี้มีไว้สำหรับการเรียนรู้โดยเฉพาะ และบางครั้งเรียกว่า "ระบบการจัดการการเรียนรู้" (LMS) ระบบอีเลิร์นนิงมีฟีเจอร์ต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการรับสมัครผู้เรียน การจัดการสื่อ การติดตามความคืบหน้า และวิดีโอการสอนและการแจกแบบทดสอบ เราขอแนะนำให้ใช้ LMS เป็นอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่คอร์สเรียนแบบระยะกลางหรือระยะยาว เนื่องจากแพลตฟอร์มเหล่านี้มักมีระบบสนับสนุนที่ดีในการจัดทำคอร์สเรียน ผู้ที่ใช้เป็นครั้งแรกจึงสามารถเริ่มลงมือทำได้อย่างมั่นใจ
ข้อดีของการจัดทำคอร์สเรียนออนไลน์
การขยายธุรกิจได้เป็นอย่างดี
การจัดทำคอร์สเรียนออนไลน์นั้นใช้ทั้งแรงและเวลา แม่เมื่อคุณจัดทำสื่อการสอนและเนื้อหาดิจิทัลแล้ว คุณก็สามารถขายหรือมอบให้ผู้เรียนได้โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม แถมคุณยังมอบให้กับผู้เรียนได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งอีกด้วย กล่าวอีกอย่างก็คือ เมื่อมีคอร์สเรียนออนไลน์ คุณก็สามารถใช้เนื้อหาชิ้นเดียวเพื่อเข้าถึงผู้เรียนในญี่ปุ่นและทั่วโลกได้ วิธีนี้ช่วยให้คุณสามารถขยายธุรกิจของคุณในหลายๆ แพลตฟอร์มได้
การจัดการต้นทุนได้ง่าย
คอร์สเรียนออนไลน์อาศัยการเรียนรู้ทางไกล ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าสถานที่และค่าเดินทาง แม้ว่าข้อกำหนดเฉพาะต่างๆ ก็อาจแตกต่างกันไปเล็กน้อยตามรูปแบบคอร์ส แต่คุณสามารถเริ่มทำคอร์สเรียนและธุรกิจของคุณได้ด้วยแพลตฟอร์มการนำเสนอ วิธีการชำระเงิน และเครื่องมือสื่อสารในการพูดคุยโต้ตอบกับผู้เรียน
ส่วนต่างกำไรสูง
การทำคอร์สเรียนออนไลน์ย่อมมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในการจัดทำคอร์สเรียนและการโฆษณา ส่วนอย่างอื่นที่เหลือเป็นกำไร หากคุณเช่าสถานที่จัดสอนคอร์สแบบตัวต่อตัว คุณก็จะต้องเสียค่าสถานที่ ค่าขนส่ง และค่าวัสดุ แต่สำหรับคอร์สเรียนออนไลน์ที่เรียนทางออนไลน์อย่างเดียวและใช้เนื้อหาดิจิทัล ค่าใช้จ่ายก็จะไม่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะมีผู้เรียนมากน้อยแค่ไหนก็ตาม ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีคนลงทะเบียนเพิ่มขึ้น คุณก็จะได้ส่วนต่างกำไรที่สูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ การเปิดสอนคอร์สเรียนออนไลน์ตามปกติในรูปแบบการสมัครสมาชิกก็จะช่วยให้คุณวางใจได้ว่าจะมีรายรับเข้ามาอย่างต่อเนื่องอยู่เรื่อยๆ
โอกาสในการสร้างพาสซีฟอินคัม (Passive income)
คอร์สเรียนออนไลน์เปิดโอกาสในการสร้างพาสซีฟอินคัม (ซึ่งก็คือการมีรายได้เข้ามาโดยไม่ต้องลงมือทำโดยตรง) การจัดทำคอร์สเรียนออนไลน์ต้องใช้ความพยายามในช่วงต้นเป็นอย่างมาก แต่เมื่อคุณทำสำเร็จแล้ว คอร์สเรียนนั้นก็สามารถสร้างรายได้ให้คุณได้โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมทุกครั้งที่มีคนมาลงทะเบียนเรียน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คอร์สเรียนแบบวิดีโอย้อนหลังจะช่วยให้ผู้สอนและผู้เรียนไม่ต้องมาจัดเวลาเรียน คุณจึงสามารถนำเนื้อหาที่สมบูรณ์แล้วกลับมาใช้ใหม่และขายซ้ำได้เรื่อยๆ ซึ่งช่วยให้มีรายได้ที่มั่นคงโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือมีข้อผูกมัดเรื่องเวลา
ประเด็นสำคัญในการจัดทำคอร์สเรียนออนไลน์
ประเด็นสำคัญบางส่วนที่ควรคำนึงถึงเมื่อทำคอร์สเรียนออนไลน์มีดังนี้
กำหนดเรื่องที่สอนให้ชัดเจน
กำหนดและระบุความรู้ที่ผู้เรียนได้จากคอร์สนั้นๆ และเป้าหมายของคอร์สดังกล่าวให้ชัดเจน วิธีนี้จะช่วยให้เห็นทิศทางที่ชัดเจน ซึ่งช่วยให้คุณวางหลักสูตรที่ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาแผนการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น
มุ่งที่ประเด็นสำคัญๆ
ในการป้องกันไม่ให้ผู้เรียนสับสน อย่าใส่เนื้อหามากเกินไปในการเข้าเรียนครั้งเดียวหรือปล่อยให้ผู้เรียนอภิปรายกันออกนอกเรื่อง ให้จำกัดประเด็นสำคัญๆ ให้แคบลงเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายๆ แทน ในการทำเช่นนี้ คุณควรทำให้การเข้าเรียนแต่ละครั้งในเวลาน้อยที่สุด วิธียังช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าเรียนในช่วงเวลาว่างได้ด้วย
อย่าทำคอร์สที่คุณสอนอยู่ฝ่ายเดียว
คุณควรปรับคอร์สเรียนให้ผู้เรียนสามารถโต้ตอบได้และใช้กลยุทธ์อื่นๆ ด้วย วิธีนี้สามารถช่วยป้องกันไม่ให้ผู้เข้าเรียนรู้สึกเบื่อหน่ายหรือเลิกเรียนไปกลางคัน เช่น คุณอาจใส่แบบทดสอบแบบปรนัยหรือจัดให้มีช่วงในการอภิปรายได้ ในส่วนของคอร์สเรียนแบบตามความต้องการ (On-demand) คุณอาจเพิ่มช่วงถามตอบหรือกำหนดให้ผู้เรียนต้องทำงานต่างๆ ก่อนเข้าเรียนครั้งถัดไปได้
จัดทำเนื้อหาให้ดูง่าย
ถึงผู้เรียนจะสนใจคอร์สเรียนของคุณ แต่หากวิดีโอมีคุณภาพไม่ดีหรือเสียงไม่ชัด ก็อาจทำให้ผู้เรียนเสียสมาธิกับเนื้อหาและไม่สนุกกับการเรียนได้ ซึ่งย่อมทำให้คะแนนของคอร์สเรียนนั้นๆ ลดน้อยลง อย่าลืมทดสอบไมโครโฟนกับกล้องของคุณให้ถี่ถ้วน อย่างไรก็ตาม โปรดจำไว้ว่า การจัดทำวิดีโอที่มีคุณภาพสูงสุดก็อาจทำให้ไฟล์วิดีโอมีขนาดใหญ่เกินไปได้
รับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เรียน
ข้อเสนอแนะจากผู้เรียนที่เข้าเรียนคอร์สดังกล่าวไปมีประโยชน์มากๆ คุณสามารถรวบรวมข้อเสนอแนะจากผู้เรียนโดยใช้แบบสำรวจทั่วไปและวิธีการอื่นๆ ได้ วิธีนี้อาจช่วยคุณยกระดับเนื้อหาของคอร์สเรียนได้
โปรโมทคอร์สเรียนถัดไป
ต่อให้เนื้อหาในคอร์สจะยอดเยี่ยม แต่การจัดทำคอร์สเรียนออกมาเรื่อยๆ อาจเป็นเรื่องยากหากมีคนลงทะเบียนเรียนน้อย ด้วยเหตุนี้ คุณจึงควรวางกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อช่วยให้คุณเข้าถึงผู้คนจำนวนมากที่อยากได้ข้อมูลที่คุณสอน ให้ใช้วิธีการโปรโมทบนโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มอื่นๆ แบบมีประสิทธิภาพ
จัดการการจัดทำเนื้อหา
การจัดทำเนื้อหาของคอร์สเรียนนั้นใช้ทั้งแรงและเวลาเป็นอย่างมาก ให้วางตารางเรียนที่สมเหตุสมผลและเป็นไปได้ในการออกแบบหลักสูตรและการจัดทำเนื้อหา แล้วค่อยไปทำงานต่างๆ ที่จำเป็นในการเปิดตัวคอร์สเรียนออนไลน์ของคุณ
เปิดให้ชำระเงินได้หลายวิธีโดยสะดวก
เปิดให้ชำระเงินทางออนไลน์ได้หลายวิธีที่ใช้กันแพร่หลาย เช่น บัตรเครดิตและการชำระเงินผ่าน Konbini เมื่อใช้วิธีนี้ ผู้คนจำนวนมากขึ้นก็จะซื้อคอร์สเรียนออนไลน์ของคุณได้ง่ายๆ ให้ลดอุปสรรคในการเข้าเรียน โดยวางระบบให้ผู้เรียนเข้าดูหลักสูตรได้ทันทีหลังจากซื้อ และช่วยให้ผู้เรียนลงทะเบียนเรียนได้โดยใช้เวลาไม่นาน
Stripe Checkout ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Checkout เป็นรูปแบบการชำระเงินสำเร็จรูปที่สามารถปรับแต่งได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้คุณรับชำระเงินบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันได้ง่ายๆ
Checkout สามารถช่วยคุณทำสิ่งเหล่านี้ได้
เพิ่มการเปลี่ยนเป็นผู้ใช้แบบชำระเงิน: การออกแบบที่เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่และขั้นตอนการชำระเงินแบบคลิกเดียวของ Checkout ทำให้ลูกค้าสามารถป้อนและนำข้อมูลการชำระเงินกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างง่ายดาย
ลดเวลาในการพัฒนา: ฝัง Checkout ลงในเว็บไซต์ของคุณโดยตรง หรือส่งลูกค้าไปยังหน้าเว็บที่โฮสต์โดย Stripe ด้วยโค้ดเพียงไม่กี่บรรทัด
ปรับปรุงความปลอดภัย: Checkout จะจัดการข้อมูลบัตรที่ละเอียดอ่อน ทำให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PCI ได้ง่ายขึ้น
ขยายไปทั่วโลก: แปลงค่าบริการเป็นสกุลเงินต่างๆ ได้มากกว่า 100 สกุลเงินด้วย Adaptive Pricing ซึ่งรองรับมากกว่า 30 ภาษา และแสดงวิธีการชำระเงินแบบไดนามิกที่มีแนวโน้มจะเพิ่มการเปลี่ยนเป็นลูกค้าแบบชำระเงินได้มากที่สุด
ใช้ฟีเจอร์ขั้นสูง: ผสานการทำงานของ Checkout กับสินค้าอื่นๆ ของ Stripe เช่น Billing สำหรับการชำระเงินตามรอบบิล, Radar สำหรับการป้องกันการฉ้อโกง และอื่นๆ อีกมากมาย
รักษาการควบคุม: ปรับแต่งประสบการณ์การชำระเงินได้อย่างเต็มที่ รวมถึงการบันทึกวิธีการชำระเงินและการตั้งค่าการดำเนินการหลังการซื้อ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมว่า Checkout ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ขั้นตอนการชำระเงินได้อย่างไร หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ