เงินดอลลาร์สหรัฐ (ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าเป็นสกุลเงินหลัก (Reserve currency) ของโลก) มีอิทธิพลมหาศาลต่อการเงินและการค้าโลก โดยในปี 2024 ดอลลาร์สหรัฐคิดเป็นประมาณ 58% ของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศทั่วโลกที่ธนาคารกลางต่างๆ ถือครองไว้ โดยทิ้งห่างสัดส่วนของสกุลเงินยูโร (20%) และสกุลเงินเยนของญี่ปุ่น (6%) ทั้งนี้ นอกเขตแดนของสหรัฐอเมริกายังมีประเทศ เขตแดน และเขตการปกครองในต่างแดนอีก 13 แห่งที่ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐอย่างเป็นทางการอีกด้วย
ขณะที่เศรษฐกิจโลกปรับเปลี่ยนไป สถานะของเงินดอลลาร์จะขึ้นอยู่กับการรักษาความยืดหยุ่น การตอบสนอง และความเป็นที่น่าสนใจในโลกการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป ด้านล่างนี้ เราจะพาไปดูบทบาทโดยรวมของเงินดอลลาร์ในเศรษฐกิจโลก ตลอดจนรายชื่อประเทศต่างๆ ที่ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ
เนื้อหาหลักในบทความ
- ประเทศต่างๆ ที่ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ
- เหตุใดเงินดอลลาร์สหรัฐจึงมีความสำคัญในระดับโลก
- อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ประเทศหนึ่งนำเงินดอลลาร์สหรัฐมาใช้
- อนาคตของเงินดอลลาร์สหรัฐในการเงินระดับโลก
- Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง
ประเทศต่างๆ ที่ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ
ประเทศและเขตแดนหลายแห่งทั่วโลกใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ ไม่ว่าจะใช้เป็นสกุลเงินหลักหรือใช้ควบคู่กับสกุลเงินท้องถิ่น แม้แต่ประเทศที่มีสกุลเงินท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง ก็มักจะใช้เงินดอลลาร์ตามแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ โรงแรมขนาดใหญ่ และแหล่งช้อปปิ้งระดับสากล
แม้จะเป็นประเทศที่ไม่ได้ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินทางการหรือใช้กันอย่างแพร่หลาย เงินดอลลาร์ก็ยังคงมีอิทธิพลอย่างมาก ประเทศและเขตแดนที่ใช้ดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินมีดังนี้
ประเทศต่างๆ ที่ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐอย่างเป็นทางการ
นอกเหนือจากสหรัฐอเมริกาและเขตแดนของสหรัฐอเมริกาแล้ว ภูมิภาคและประเทศต่อไปนี้ก็ใช้ดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก โดยมีหลายเหตุผลเบื้องหลัง เช่น ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ข้อตกลงในอดีต หรือเพียงเพื่อความสะดวกในการใช้งาน การใช้เงินดอลลาร์สหรัฐมักพบในเขตแดนต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์ทางการเมืองหรือเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกา
บอแนร์ ซินต์เอิสตาซียึส และซาบา: บอแนร์ ซินต์เอิสตาซียึส และซาบาเป็นเทศบาลพิเศษของเนเธอร์แลนด์ที่นำเงินดอลลาร์สหรัฐมาใช้ในปี 2011 และใช้ควบคู่ไปกับเงินยูโร
เอกวาดอร์: เอกวาดอร์นำเงินดอลลาร์สหรัฐมาใช้ในปี 2000 หลังเกิดวิกฤตทางการเงิน
เอลซัลวาดอร์: เอลซัลวาดอร์เปลี่ยนมาใช้เงินดอลลาร์สหรัฐในปี 2001 เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ปาเลา หมู่เกาะมาร์แชลล์ และสหพันธรัฐไมโครนีเซีย: ปาเลา หมู่เกาะมาร์แชลล์ และสหพันธรัฐไมโครนีเซียต่างใช้เงินดอลลาร์สหรัฐโดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง Compacts of Free Association
ปานามา: ปานามาใช้เงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินหลักควบคู่ไปกับสกุลเงินบัลบัวของปานามา
หมู่เกาะบริติชเวอร์จินและหมู่เกาะเติกส์และเคคอส: เขตแดนโพ้นทะเลของอังกฤษ 2 แห่ง ได้แก่ หมู่เกาะบริติชเวอร์จินและหมู่เกาะเติกส์และเคคอส ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินทางการ
ติมอร์-เลสเต (ติมอร์ตะวันออก): ติมอร์-เลสเตใช้ดอลลาร์สหรัฐมาตั้งแต่ปี 2000
ซิมบับเว: ซิมบับเวใช้หลายสกุลเงินเนื่องจากสกุลเงินในประเทศของตนมีอัตราเงินเฟ้อรุนแรง โดยมีดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก
ประเทศต่างๆ ที่ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่กับสกุลเงินท้องถิ่น
ประเทศและเขตแดนต่อไปนี้รับเงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่กับสกุลเงินท้องถิ่น
อารูบา: อารูบาใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับสกุลเงินฟลอรินอารูบา (AWG) โดยทั้งฟลอรินและดอลลาร์สหรัฐเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง
บาฮามาส: บาฮามาสใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับดอลลาร์บาฮามาส (BSD) โดยเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางและมักใช้แทนดอลลาร์บาฮามาสในอัตราแลกเปลี่ยน 1:1
บาร์เบโดส: บาร์เบโดสใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับดอลลาร์บาร์เบโดส (BBD) โดยเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งจะมีการแสดงอัตราแลกเปลี่ยนไว้อย่างชัดเจน
เบลีซ: เบลีซใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับดอลลาร์เบลีซ (BZD) โดยเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวโดยมีอัตราแลกเปลี่ยนคงที่อยู่ที่ 2 ดอลลาร์เบลีซต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
เบอร์มิวดา: เบอร์มิวดาใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับดอลลาร์เบอร์มิวดา (BMD) โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยว
กัมพูชา: กัมพูชาใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับสกุลเงินเรียลกัมพูชา (KHR) โดยเงินดอลลาร์สหรัฐมีการใช้อย่างกว้างขวางในการทำธุรกรรมต่างๆ เช่น การค้าและการจ่ายเงินเดือน
แคนาดา: แคนาดาใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับดอลลาร์แคนาดา (CAD) โดยเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะบริเวณชายแดนและแหล่งท่องเที่ยวหลัก
หมู่เกาะเคย์แมน: หมู่เกาะเคย์แมนใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับดอลลาร์หมู่เกาะเคย์แมน (KYD) ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยนคงที่อยู่ที่ 1.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ดอลลาร์หมู่เกาะเคย์แมน
คอสตาริกา: คอสตาริกาใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับโคลอนคอสตาริกา (CRC) โดยเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว
กูราเซา: กูราเซาใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับกิลเดอร์แอนทิลลิส (ANG) ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยนคงที่อยู่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อประมาณ 1.80 กิลเดอร์แอนทิลลิส โดยเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายทั่วทั้งเกาะ
กัวเตมาลา: กัวเตมาลาใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับเควตซอลกัวเตมาลา (GTQ) โดยมีการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวและเมืองใหญ่
ฮอนดูรัส: ฮอนดูรัสใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับเลมปิราฮอนดูรัส (HNL) โดยมักมีการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐตามแหล่งท่องเที่ยวและใช้ในการซื้อที่มีมูลค่าสูง
จาเมกา: จาเมกาใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับดอลลาร์จาเมกา (JMD) โดยเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในแหล่งท่องเที่ยวและมักเป็นที่นิยมใช้สำหรับธุรกรรมขนาดใหญ่
เลบานอน: เลบานอนใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับปอนด์เลบานอน (LBP) โดยมีการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐอย่างกว้างขวางสำหรับธุรกรรมจำนวนมากเนื่องจากปอนด์เลบานอนขาดเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ไลบีเรีย: ไลบีเรียใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับดอลลาร์ไลบีเรีย (LRD) โดยเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ
เม็กซิโก: เม็กซิโกใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับเปโซเม็กซิโก (MXN) โดยเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายตามแหล่งท่องเที่ยว เมืองตามเขตชายแดน และเมืองใหญ่ๆ
เมียนมา: เมียนมาใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับจัตเมียนมา (MMK) โดยเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายตามแหล่งท่องเที่ยว
นิการากัว: นิการากัวใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับกอร์โดบานิการากัว (NIO) โดยเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ
เซนต์คิตส์และเนวิส: เซนต์คิตส์และเนวิสใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับดอลลาร์แคริบเบียนตะวันออก (XCD) โดยมีการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยว
ซินต์มาร์เติน: ซินต์มาร์เตินใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับกิลเดอร์แอนทิลลิส (ANG) ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยนคงที่อยู่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อประมาณ 1.80 กิลเดอร์แอนทิลลิส โดยเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายทั่วทั้งเกาะ
เวียดนาม: เวียดนามใช้เงินดอลลาร์สหรัฐควบคู่ไปกับดองเวียดนาม (VND) โดยเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในสถานที่หลายๆ แห่ง โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวและสำหรับการซื้อที่มีมูลค่าสูง
เหตุใดเงินดอลลาร์สหรัฐจึงมีความสำคัญในระดับโลก
เงินดอลลาร์สหรัฐมีบทบาทอย่างเหนียวแน่นในหลายๆ แง่มุมของเศรษฐกิจโลก และมูลค่าของเงินดอลลาร์ก็ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อสถานภาพและเสถียรภาพของตลาดการเงินระดับโลก เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายทางการเงินภายในสหรัฐฯ ก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง โดยมีผลต่อกระแสเงินทุน อัตราเงินเฟ้อ และการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก
อิทธิพลอันมหาศาลของเงินดอลลาร์ส่งผลให้อเมริกามีอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองเพิ่มมากขึ้น โดยการเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจให้หันมาใช้เงินดอลลาร์ (Dollarization) มักส่งผลให้ประเทศนั้นๆ ต้องปรับตัวไปตามนโยบายและผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกามากขึ้น
การใช้เงินดอลลาร์สหรัฐในการเงินโลกมีลักษณะต่างๆ ดังนี้
สกุลเงินหลัก: ดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินหลักที่สำคัญของโลก โดยธนาคารกลางทั่วโลกต่างถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐไว้เป็นสัดส่วนจำนวนมากในเงินทุนสำรอง
การค้าและธุรกรรมระดับโลก: ธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศส่วนใหญ่ดำเนินการโดยใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ แม้จะเป็นการค้าระหว่างประเทศที่ไม่ได้ใช้เงินดอลลาร์ภายในประเทศก็ตาม การใช้สกุลเงินนี้กันจนเป็นเรื่องปกติส่งผลให้ทำธุรกรรมง่ายขึ้นและลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
การตั้งราคาสินค้าโภคภัณฑ์: สินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญ (เช่น น้ำมันและทองคำ) มักจะตั้งราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ ความผันผวนของมูลค่าดอลลาร์จึงอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก
สกุลเงินเพื่อการลงทุน: ดอลลาร์สหรัฐมักเป็นสกุลเงินที่หลายคนเลือกใช้ในการลงทุนระหว่างประเทศและการออม เนื่องจากได้รับความเชื่อมั่นในเรื่องของเสถียรภาพ
อัตราแลกเปลี่ยน: มูลค่าของดอลลาร์สหรัฐส่งผลอย่างมากต่ออัตราแลกเปลี่ยนทั่วโลก ความผันผวนของเงินดอลลาร์จึงอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อการค้าโลก การลงทุน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
เงินกู้และเครดิต: เงินกู้และเครดิตระหว่างประเทศจำนวนมาก (รวมถึงหนี้สาธารณะ) ล้วนกำหนดมูลค่าเป็นดอลลาร์สหรัฐ
อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ประเทศหนึ่งนำเงินดอลลาร์สหรัฐมาใช้
สถานะของเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นผลมาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพของสหรัฐอเมริกา สภาพคล่องและความลึกของตลาดการเงิน ตลอดจนความน่าเชื่อถือของกรอบกฎหมายและสถาบัน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินที่ปลอดภัยแม้ในช่วงที่ตลาดผันผวนและดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ ส่งผลให้เกิดความต้องการสินทรัพย์ที่กำหนดมูลค่าเป็นสกุลเงินดอลลาร์
ในหลายพื้นที่ทั่วโลก (โดยเฉพาะประเทศที่สกุลเงินท้องถิ่นมีเสถียรภาพน้อยกว่าหรือเศรษฐกิจมีความผันผวน) มักนำเงินดอลลาร์สหรัฐมาใช้เพื่อช่วยรักษามูลค่าให้มั่นคง หรือใช้ทำธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง เช่น อสังหาริมทรัพย์ สินค้าหรูหรา และการค้าระหว่างประเทศ
การที่ดอลลาร์ก้าวขึ้นมาเป็นสกุลเงินหลักของโลกนั้นเริ่มขึ้นจากข้อตกลง Bretton Woods ในปี 1944 ซึ่งตรึงมูลค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐกับทองและตรึงมูลค่าของสกุลเงินอื่นๆ กับเงินดอลลาร์สหรัฐอีกทีหนึ่ง จึงทำให้ดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินเดียวที่แปลงเป็นทองได้โดยตรง แม้ว่ามาตรฐานทองคำจะสิ้นสุดลงในปี 1971 แต่เงินดอลลาร์ยังคงความสำคัญไม่เสื่อมคลาย โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจอเมริกาและการไม่มีทางเลือกอื่นที่เหมาะสม
อนาคตของเงินดอลลาร์สหรัฐในการเงินระดับโลก
แม้ว่าปัจจุบันเงินดอลลาร์สหรัฐจะมีสถานะที่มั่นคงในการเงินโลก แต่การก้าวขึ้นมาของประเทศอื่นๆ เช่น จีน และสินทรัพย์สำรองแบบอื่นๆ ซึ่งเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ยูโรและสิทธิพิเศษถอนเงิน (Special Drawing Right: SDR) ชี้ให้เห็นว่าเงินดอลลาร์สหรัฐอาจเสียสถานะสกุลเงินหลักของโลกในอนาคตก็ได้ นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของคริปโตเคอร์เรนซียังอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เข้ามาแทนที่เช่นกัน แม้ว่าความผันผวนและความไม่แน่นอนของระเบียบข้อบังคับจะยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญก็ตาม
Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้
Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้
- เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
- ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
- รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
- เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายธุรกิจไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการ 99.999% ที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือสูงเป็นระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ