ออกบัตรสเตเบิลคอยน์ไปทั่วโลกบนแพลตฟอร์มที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว

ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้จ่ายข้ามตลาดได้ทุกที่ที่รับบัตร ต่อยอดมาจากโครงสร้างพื้นฐานในการออกบัตรที่ครบครันในหนึ่งเดียวซึ่งให้บริการบัตรกว่า 400 ล้านใบทั่วโลก

รับข้อมูลทุกอย่างที่คุณต้องรู้เพื่อเปิดตัวโปรแกรมบัตรสเตเบิลคอยน์แบบกำหนดเอง

เปิดตัวด้วยการผสานการทำงานเพียงครั้งเดียว

เข้าถึงผู้ใช้ในตลาดต่างๆ ที่รองรับกว่า 60 แห่ง โดยไม่ต้องวางโครงสร้างพื้นฐานแบบเฉพาะประเทศ

ปรับแต่งบัตรให้เข้ากับแบรนด์ของคุณ

เลือกดีไซน์และวัสดุสำหรับบัตรของคุณ ออกบัตรดิจิทัลที่เข้ากันได้กับ Apple Pay และ Google Pay พร้อมจัดส่งบัตรใบจริงได้ทั่วโลก

สร้างรายรับจากโปรแกรมของคุณ

ได้รายรับจากการทำธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคารเมื่อมีการใช้บัตรในรายการที่เป็นไปตามเงื่อนไข ช่วยให้คุณสร้างแหล่งรายได้ที่เติบโตไปพร้อมกับยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรได้

ออกแบบโปรแกรมบัตรที่ใช่สำหรับผู้ใช้ของคุณออกบัตรได้ในธุรกิจทุกขนาด

บัตรสำหรับผู้บริโภค

ช่วยให้เจ้าของบัตรใช้จ่ายได้โดยตรงจากกระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงและที่จัดเก็บนิรภัยที่ให้ผลตอบแทน การควบคุมที่ครบครันในหนึ่งเดียวช่วยให้คุณออกบัตร ระงับบัตร และจัดการบัตรทั่วทั้งโปรแกรมได้

Phantom ใช้ Stripe เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้จ่ายจากยอดคงเหลือได้โดยตรง

บัตรเชิงพาณิชย์

ช่วยให้พนักงานใช้จ่ายจากกระเป๋าเงินของบริษัทที่ใช้ร่วมกันได้ กำหนดสกุลเงินที่ใช้ชำระเงิน วงเงินใช้จ่าย และค่าธรรมเนียมธุรกรรม รวมถึงอนุมัติหรือปฏิเสธธุรกรรมแต่ละรายการก่อนดำเนินการให้แล้วเสร็จ

Jeeves ใช้ Stripe เพื่อช่วยให้พนักงานใช้จ่ายจากกระเป๋าเงินที่ใช้ร่วมกันได้

ช่วยให้เจ้าของบัตรมีสิทธิ์ควบคุมมากขึ้นรองรับวิธีการที่หลากหลายในการเติมเงิน ชำระเงิน และรับผลตอบแทน

เลือกวิธีที่ผู้ใช้จะเติมเงินเข้าบัตร

เจ้าของบัตรสามารถใช้จ่ายจากกระเป๋าเงินที่มีการดูแลจัดการ กระเป๋าเงินที่ไม่มีการดูแลจัดการ หรือบัญชีการเงินของ Stripe ได้ผ่านระบบเติมเงินแบบทันที

ช่วยให้ผู้ใช้เคลื่อนย้ายเงินข้ามเครือข่ายได้

เจ้าของบัตรสามารถเคลื่อนย้ายเงินข้ามเครือข่ายเงินตราและสเตเบิลคอยน์ที่รองรับ และชำระเงินด้วยสกุลเงินที่ต้องการได้

ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับผลตอบแทนได้จนกว่าจะใช้จ่าย

เจ้าของบัตรสามารถเก็บเงินไว้ในบัญชีที่สร้างผลตอบแทนและใช้จ่ายเงินจากยอดคงเหลือเดียวกันได้ ซึ่งช่วยให้ได้รับผลตอบแทนแบบผันแปรไปพร้อมกับยังคงสามารถเข้าถึงเงินก้อนดังกล่าวได้ตลอดเวลา 1

สร้างสรรค์ผลงานบนโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ของ Stripe Issuing ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากสตาร์ทอัพและแพลตฟอร์มชั้นนำต่างๆ

เปิดตัวในไม่กี่สัปดาห์

ใช้ API และคอมโพเนนต์สำเร็จรูปเพื่อช่วยให้ผสานการทำงานได้เร็วขึ้น และทำให้ขั้นตอนต่างๆ ง่ายขึ้น ตั้งแต่การอนุมัติบัตรไปจนถึงการเปิดตัว

ตั้งกฎสำหรับการใช้จ่ายผ่านบัตร

คัดกรองธุรกรรมด้วยการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย, 3D Secure, ข้อมูลผู้ค้าแบบครบครัน และกฎความเสี่ยงที่กำหนดค่าได้

จัดการโปรแกรมของคุณได้จากที่เดียว

ควบคุมวงเงินใช้จ่าย จัดการบัตร และยื่นโต้แย้งผ่านแดชบอร์ด Stripe หรือ API

ให้การสนับสนุนเจ้าของบัตรแบบเฉพาะท้องถิ่น

ให้บริการช่วยเหลือแบบมีการจัดการในหลายภาษา รวมถึงภาษาอังกฤษและภาษาสเปน พร้อมตัวเลือกในการเพิ่มแบรนด์ของคุณ

เพิ่มบัตรแบบเดิมลงในโปรแกรมของคุณ

สร้างขึ้นมาด้วยระบบสมาชิกและการเป็นพาร์ทเนอร์กับธนาคารหลักๆ ของ Stripe เพื่อช่วยให้ไม่ต้องประสานงานกับผู้ให้บริการหลายราย

ปกป้องโปรแกรมของคุณจากความเสี่ยง

ปกป้องเงินด้วยมาตรฐานความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนดขั้นสูง พร้อมการควบคุมในตัว ทั้งหมดอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานที่มีระยะเวลาให้บริการที่แทบไม่มีการหยุดเลย

ถือครอง เคลื่อนย้าย และใช้จ่ายสเตเบิลคอยน์ได้บนแพลตฟอร์มเดียว

Stripe ช่วยให้คุณมีสแต็กเดียวในการรวมกระเป๋าเงิน การประสาน บัตร บล็อกเชน และสินทรัพย์ต่างๆ ไว้ด้วยกันในที่เดียว แจ้งข้อมูล Know Your Customer (KYC) ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่รองรับเพื่อช่วยลดการตรวจสอบยืนยันที่ซ้ำซ้อนในขณะที่คุณขยายโปรแกรม

คำถามที่พบบ่อย

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรสเตเบิลคอยน์ของ Stripe

บัตรสเตเบิลคอยน์คืออะไร

บัตรนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้จ่ายจากยอดสเตเบิลคอยน์ได้ทุกที่ที่รับชำระเงินด้วยบัตร

เจ้าของบัตรจะชำระเงินได้เหมือนกับการใช้บัตรเดบิตแบบเดิม โดยระบบจะถอนเงินจากกระเป๋าเงินที่มีการดูแลจัดการ กระเป๋าเงินที่ไม่มีการดูแลจัดการ หรือบัญชีการเงินของ Stripe โดยผู้ค้าจะรับการชำระเงินเหมือนกับในโปรแกรมบัตรแบบเดิม

ผู้ใช้จะใช้จ่ายจากกระเป๋าเงินคริปโตโดยตรงได้หรือไม่

ได้ คุณสามารถตั้งค่าโปรแกรมได้ เพื่อให้เจ้าของบัตรถอนเงินจากกระเป๋าเงินที่มีหรือไม่มีการดูแลจัดการที่รองรับได้ โดยสัญญาอัจฉริยะของ Bridge จะช่วยให้เจ้าของบัตรใช้จ่ายจากยอดคงเหลือที่ตนควบคุมได้โดยตรง โดยไม่ต้องเติมเงินเข้ายอดคงเหลือของบัตรแยกต่างหาก

Stripe ยังรองรับโมเดลกระเป๋าเงินที่มีการดูแลจัดการสำหรับทีมต่างๆ ที่ต้องการโซลูชันสำเร็จรูปเพื่อเก็บยอดคงเหลือที่เชื่อมโยงกับโปรแกรมบัตรอีกด้วย

โปรแกรมบัตรของฉันจะสร้างรายรับได้อย่างไร

คุณอาจได้รายรับจากค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคารจากการซื้อผ่านบัตรที่เข้าเงื่อนไข โดย Stripe จะมอบรายรับดังกล่าวให้กับโปรแกรมของคุณครบทั้ง 100% นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมธุรกรรมแบบกำหนดเองอีกด้วย ซึ่งจะหักจากกระเป๋าเงินของเจ้าของบัตร

หากโปรแกรมบัตรของคุณผูกกับสเตเบิลคอยน์แบบกำหนดเองที่เปิดตัวผ่าน Bridge Open Issuance คุณยังได้รายรับจากการกันวงเงินอีกด้วย โดยเป็นไปตามโครงสร้างของสเตเบิลคอยน์ หากใช้สเตเบิลคอยน์แบบกำหนดเอง ผู้ใช้จะสามารถแลกเปลี่ยนเงินตราสู่คริปโต ถือครอง ใช้จ่ายด้วยบัตร และแลกเปลี่ยนคริปโตสู่เงินตราได้ผ่านขั้นตอน KYC เพียงขั้นตอนเดียว ซึ่งช่วยรักษากิจกรรมเหล่านี้ไว้ในโปรแกรมของคุณ

จะใช้บัตรสเตเบิลคอยน์ได้ที่ไหนบ้าง

เจ้าของบัตรสามารถใช้บัตรสเตเบิลคอยน์ในร้านค้าต่างๆ กว่า 150 ประเทศ ปัจจุบันมีให้บริการในตลาดหลักๆ ทั่วแอฟริกา ลาตินอเมริกา และสหรัฐอเมริกา โดยมีแผนจะขยายไปยังสหภาพยุโรปและเอเชียแปซิฟิกในปี 2026 เจ้าของบัตรสามารถหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมข้ามพรมแดนเมื่อใช้จ่ายในประเทศที่ทำการยืนยัน KYC เรียบร้อยแล้ว

บัตรสำหรับผู้บริโภคและบัตรเชิงพาณิชย์ที่ออกผ่าน Stripe Issuing นั้นออกโดยพาร์ทเนอร์ธนาคารของ Stripe ภายใต้ใบอนุญาตจาก Visa U.S.A. Inc. และ Mastercard International Incorporated บัตรชำระเงินเชิงพาณิชย์ออกโดย Celtic Bank, Lead Bank, Fifth Third Bank และ Cross River Bank, บัตรเติมเงินและบัตรเดบิตเชิงพาณิชย์ออกโดย Sutton Bank, Lead Bank และ Cross River Bank, บัตรเครดิตสำหรับผู้บริโภคออกโดย Celtic Bank และบัตรเติมเงินและบัตรเดบิตสำหรับผู้บริโภคออกโดย Lead Bank และ Cross River Bank ธนาคารที่ออกบัตรทั้งหมดเป็นสมาชิก FDIC ฟีเจอร์บางอย่างของโปรแกรมบัตรจะต้องได้รับการอนุมัติจากธนาคาร ทั้งนี้ ในสหรัฐอเมริกา ยอดคงเหลือใน Stripe Issuing นั้นให้บริการโดย Stripe Payments Company (NMLS #1280479) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรับโอนเงินที่มีใบอนุญาต โดยเงินจะถูกกันไว้ที่พาร์ทเนอร์ธนาคารของ Stripe ซึ่งเป็นสมาชิก FDIC

1 ผลตอบแทนนั้นไม่แน่นอน ส่วนการเข้าถึงบริการจะขึ้นอยู่กับความพร้อมให้บริการ ค่าธรรมเนียม ข้อจำกัด ระยะเวลาดำเนินการ ความเสี่ยง และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง